วันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เด็กหญิง ป.1 ขอย้ายโรงเรียนหนีเพื่อนชาย จับขึงพืดดินสอจิ้มอวัยวะเพศ

เด็กหญิง ป.1 ยันขอย้ายโรงเรียนหนีเพื่อนชาย “แก๊งสามแฉก” จับขึงพืดดินสอจิ้มอวัยวะเพศ ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประชุมแก้ปัญหา พบเด็กมีพฤติกรรมส่อไปในทางเบี่ยงเบน ก้าวร้าว ซึ่งเกิดจากการเลี้ยงดูของผู้ปกครองในปัจจุบัน ...

กรณีผู้ปกครอง ด.ญ.เอ (นามสมมติ) อายุ 8 ขวบ นักเรียนชั้น ป.1 โรงเรียนมีชื่อแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลนครอุดรธานี เข้าร้องศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดอุดรธานี ว่า ด.ญ.เอ ถูกเพื่อนนักเรียนชายห้องเดียวกัน 3 คน รุมจับขึงพืดเอาดินสอจิ้มอวัยวะเพศ และยังทำอนาจารคล้ายท่าทางร่วมเพศ ภายในห้องน้ำของโรงเรียน บางครั้งก็กระทำกันภายในห้องเรียน ขณะที่ครูประจำชั้นไม่อยู่ นานกว่า 4 เดือน

กระทั่ง ครูพิเศษสอนภาษาอังกฤษชาวฟิลิปปินส์เห็น ด.ญ.เอ ซึมไม่ร่าเริง จึงสอบถามจนรู้ความจริง ก่อนจะแจ้งให้ผู้ปกครองทราบ จากนั้นมีการแจ้งความเอาผิดเด็กทั้ง 3 คน และเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ผอ.พมจ.อุดรธานี ส่งนักสังคมสงเคราะห์ลงพื้นที่สอบสวนพฤติกรรม ก่อนนำผู้ปกครองทั้งสองฝ่ายมาสอบสวนต่อหน้าสหวิชาชีพ เพื่อเฝ้าดูพฤติกรรมเด็กนักเรียนชาย ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้ากรณีดังกล่าว เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 13 กุมภาพันธ์ ที่ สำนักงานอัยการ จ.อุดรธานี ดร.น้ำแท้ มีบุญสล้าง อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมาย และการบังคับคดีจังหวัดอุดรธานี นางรณิดา เหลืองธิติสกุล ผอ.ศูนย์ดำรงธรรม จ.อุดรธานี พร้อมทีมสหวิชาชีพ ได้เชิญตัว นางน้อย (นามสมมติ) อายุ 61 ปี ย่า และผู้ปกครอง ด.ญ.เอ มาสอบถาม โดยวันนี้มีผู้ปกครองของเด็กชาย พร้อมเด็กชายที่ก่อเหตุทั้งหมด มาร่วมประชุม โดยไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวเข้าร่วมรับฟัง

โดยการประชุมวันนี้ เพื่อหาแนวทางเยียวยากับเด็กทั้ง 2 ฝ่าย ประกอบด้วย อัยการจังหวัด, พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด, บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัด, ศูนย์ดำรงธรรมอุดรธานี, สำนักงานยุติธรรมจังหวัด, สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานีเขต 1, ผอ.โรงเรียนที่เกิดเหตุ, คณะกรรมการสถานศึกษาโรงเรียนที่เกิดเหตุ และผู้ปกครองเด็กชายและเด็กชายทั้ง 2 ฝ่าย ใช้เวลาประชุมร่วมกันกว่า 2 ชั่วโมง

หลังจากนั้น ดร.น้ำแท้ เปิดเผยว่า การประชุมวันนี้ เป็นการประชุมต่อจากเมื่อวาน เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือเพิ่มเติม โดยนำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาร่วมประชุม สรุปนอกจากการให้ความช่วยเหลือเด็กที่ถูกกระทำไปแล้ว ยังได้วิเคราะห์ตัวเด็กชายที่ก่อเหตุในเบื้องต้น เพื่อที่จะหาแนวทางในการแก้ปัญหา ซึ่งได้ความว่า จะใช้วิกฤติให้เป็นโอกาสในการเป็นต้นแบบการแก้ไขปัญหา ที่ทำให้เราทราบว่า ปัญหาแบบนี้เป็นคลื่นใต้น้ำ เป็นภูเขาน้ำแข็งที่เรามองไม่เห็นจากภายนอก ซึ่งเด็กรุ่นใหม่ๆ เราคาดว่าน่าจะมีปัญหาแบบนี้ แต่เรามองไม่เห็นว่า มันจะเกิดการกระทำพฤติกรรมที่เบี่ยงเบนแบบนี้อีกเมื่อไหร่เท่านั้นเอง

“วันนี้เราจึงใช้วิกฤติเป็นโอกาส ให้ทางโรงเรียนเป็นโรงเรียนต้นแบบในการขจัดปัญหาแบบนี้ในอนาคต โดยการประสานความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ สนง.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ บ้านพักเด็กและครอบครัว สนง.อัยการ ศูนย์ดำรงธรรม โรงเรียนที่เด็กมีปัญหา และโรงเรียนใหม่ที่เด็กจะไปอยู่ ทุกฝ่ายจะร่วมกันหาแนวทางในการร่วมกันขจัดปัญหาไม่ให้เกิดขึ้นอีก เพื่อทำให้พ่อแม่ผู้ปกครองของเด็กทั้ง 2 ฝ่าย เข้าใจวัตถุประสงค์ของการประชุมครั้งนี้ และเข้าใจแนวทางแก้ไขทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อที่จะเดินไปข้างหน้าด้วยกัน โดยการเอาใจเขามาใส่ใจเรา คือ พ่อของเด็กชาย หากเรามาเป็นพ่อของเด็กหญิงจะรู้สึกอย่างไร ตรงข้ามกันพ่อของเด็กหญิงถ้ามาเป็นพ่อของเด็กชายจะรู้สึกอย่างไร ก็สรุปได้ว่าเจ็บปวดทั้งคู่ ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ของผู้กระทำ หรือพ่อแม่ของผู้ถูกกระทำ”

ดร.น้ำแท้ ตอบข้อซักถามด้วยว่า เรื่องของคดีความต้องว่าด้วยข้อกฎหมาย ซึ่งผู้ปกครองฝ่ายกระทำ ตอนแรกไม่เชื่อว่าบุตรหลานจะมีพฤติกรรมอย่างที่ถูกกล่าวหา พอได้รู้ข้อเท็จจริงจากปากของเด็กต่อหน้าสหวิชาชีพ ก็รู้สึกตกใจและเข้าใจในเรื่องราวที่เกิดขึ้น และพร้อมให้ความร่วมมือในการเยียวยาเด็กทั้ง 2 ฝ่าย เพราะเด็กทั้ง 2 ฝ่ายถือเป็นผู้ถูกกระทำทั้งหมด ถือเป็นกรณีศึกษาเพราะปัจจุบันเด็กมีพฤติกรรมส่อไปในทางเบี่ยงเบน มีความก้าวร้าว ซึ่งเกิดจากการเลี้ยงดูของผู้ปกครองในปัจจุบัน

"จุดนี้เป็นเรื่องสำคัญที่ทุกหน่วยงานต้องเข้ามากำกับดูแลอย่างจริงจัง ด้านฝ่ายหญิงที่เป็นผู้เสียหายโรงเรียนต้นสังกัดได้อนุมัติให้ย้ายโรงเรียนได้ เด็กไม่ต้องไปโรงเรียนจนกว่าจะเปิดเทอมใหม่ ซึ่งก็เป็นไปตามความต้องการของเด็กเช่นกัน ทุกฝ่ายพร้อมเข้ามาดำเนินการเพื่อเยียวยาเด็กจนกว่าจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ".

เด็กหญิง ป.1 ยันขอย้ายโรงเรียนหนีเพื่อนชาย “แก๊งสามแฉก” จับขึงพืดดินสอจิ้มอวัยวะเพศ ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประชุมแก้ปัญหา พบเด็กมีพฤติกรรมส่อไปในทางเบี่ยงเบน ก้าวร้าว ซึ่งเกิดจากการเลี้ยงดูของผู้ปกครองในปัจจุบัน ... 13 ก.พ. 2561 18:20 13 ก.พ. 2561 18:34 ไทยรัฐ