วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มือปราบเหยี่ยวดำ ตำรวจแท้มิใช่ไซด์ไลน์

โดย ซูม

บรรดล ตัณฑไพบูลย์

เมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมได้รับหนังสือเล่มหนึ่ง หน้าปกสีดำ พิมพ์ด้วยตัวอักษรแดง พร้อมกับรูปนายตำรวจยศพันตำรวจเอก ในเครื่องแบบเต็มยศ หน้าตาอิ่มเอิบ ภูมิฐานผิวค่อนข้างขาวแบบชาวเหนือทั่วไป

ชื่อหนังสือที่เป็นอักษรสีแดงตัวเบ้อเริ่มนั้น อ่านได้ใจความว่า “มือปราบเหยี่ยวดำ” ตามมาด้วยตัวอักษรตัวเล็กลงมาหน่อย แต่ก็ยังอ่านได้ชัดเจนว่า “พ.ต.อ.บรรดล ตัณฑไพบูลย์” ผู้ปิดบัญชีแก๊ง “ตี๋ใหญ่”

ส่วนข้างบนสุดของหนังสือพาดหัวไว้ด้วยตัวไม่ใหญ่ไม่เล็ก ใจความว่า “เรื่องจริงที่คนทั้งประเทศต้องอ่าน...มีตำรวจไทยไว้ทำไม? หนังสือเล่มนี้จะให้คำตอบ” พร้อมกับมีตัวอักษรสีขาวอยู่ในวงกลมสีแดง ซึ่งมีคำอธิบายสั้นๆว่า “สร้างเป็นละครดังช่อง 7 สี” ขณะนี้

ทำให้ผมนึกขึ้นมาได้เมื่อไม่กี่วันนี่เอง มีข่าวเล็กๆเกี่ยวกับเรตติ้งละครและรายการบันเทิงทางโทรทัศน์เผยแพร่ออกมาพอดิบพอดี

ระบุว่า ละครโทรทัศน์ “มือปราบเหยี่ยวดำ” ของช่อง 7 สี มีเรตติ้งคนดูสูงสุด 5.719 เหนือกว่าอันดับ 2 “หนุมาน สงครามมหาเทพ” ของช่อง 8 ที่ได้เรตติ้ง 3.550 และเหนือกว่าอันดับ 3 “The Mask Singer 4” วันแรกที่ได้ 3.049 และเหนือกว่า “เสน่ห์นางงิ้ว” ของช่อง 3 ที่ได้ 2.699

ผมรู้สึกตื่นเต้นมากที่จะได้อ่านหนังสือเรื่องที่กลายมาเป็นละครโทรทัศน์ยอดนิยมอยู่ในขณะนี้

ที่สำคัญเป็นหนังสือที่ตัวนายตำรวจผู้ปิดบัญชีแก๊ง “ตี๋ใหญ่” และเป็นมือปราบคนสำคัญของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ได้รับฉายาจากสื่อมวลชนว่า “มือปราบเหยี่ยวดำ” ท่านลงมือเขียนด้วยตนเอง

ผมอ่านรวดเดียวจบตั้งแต่วันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา แบบวางไม่ลง เพราะเนื้อหาซึ่งส่วนใหญ่เคยเป็นข่าวอาชญากรรมขึ้นหน้า 1 หนังสือพิมพ์มาแล้วเกือบทั้งหมด...บวกกับสไตล์การเขียนแบบเรียบง่ายเป็นกันเองที่ชวนอ่านตั้งแต่หน้าแรกจนถึงหน้าสุดท้าย

ตั้งแต่การก้าวเข้าสู่ชีวิตตำรวจในฐานะพลตำรวจลูกแถว ที่ไต่เต้าขึ้นไปเรื่อยๆ จนเป็นนายสิบ นายร้อย จนในที่สุดก็ได้ยศพันตำรวจเอก ก่อนเกษียณอายุราชการ

เป็นหนึ่งในขบวนการปราบแก๊ง “ตี๋ใหญ่” และรับบทบาทสำคัญในฐานะ “สายลับ” ที่ต้องปลอมไปอยู่กับแก๊งตี๋ใหญ่ จอมโจรจากราชบุรีที่เข้ามาอาละวาดถึงเมืองกรุง

หลังจากมีส่วนในการ “เช็คบิล” ตี๋ใหญ่ ตำรวจชั้นประทวนรายนี้ก็ได้เลื่อนยศและได้รับมอบหมายให้ทำงานทั้งสืบสวนและปราบปรามอีกนับสิบนับร้อยคดี จนชั่วระยะเวลาหนึ่งก็ได้ขึ้นกลับไปรับราชการที่จังหวัดเชียงใหม่ ที่ท่านเคยเรียนหนังสือสมัยเป็นเด็ก เพราะเป็นคนลำปาง และไปได้ฉายา “มือปราบเหยี่ยวดำ” ที่เชียงใหม่นี่เอง

จากนั้นก็เข้ามาอยู่นครบาล ไปอยู่ภาคตะวันออก ไปอยู่ภาคใต้เป็นผู้กำกับทุ่งสง แล้วก็กลับมาอยู่นครบาลอีก ก่อนจะไปเกษียณอายุที่สระบุรี

เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายในทุกๆพื้นที่ที่ไปอยู่ เคยถูกยิงถึงท้องทะลุก็เจอมาแล้ว แต่ก็แน่นอน ท่านก็ดับโจรร้ายไปหลายๆชีวิตเหมือนกัน

ผมชอบวิธีการเล่าเรื่องของท่าน ที่เขียนอย่างธรรมดาๆ แฝงด้วยความถ่อมตน มิได้เขียนในเชิงโอ้อวด หรือยกตัวเองเป็นพระเอกแต่อย่างใดเลย

ในยามทุกข์ยามถูกกลั่นแกล้ง ตามวิสัยของการทำงานก็จะต้องเจอเข้าบ้าง ท่านก็เพียงแค่บ่นและรำพึงรำพัน ไม่แสดงอาการโกรธเกรี้ยวเจ้าคิดเจ้าแค้นออกมาเป็นตัวหนังสือ

เวลาพูดถึงการปราบปรามคดีต่างๆก็จะเอ่ยถึงเพื่อนร่วมทีมทั้งหมด ทั้งเจ้านาย ทั้งเพื่อน ทั้งลูกน้อง มิใช่ยกความดีใส่ตัวเองคนเดียว

อ่านแล้วก็เบาใจ สบายใจ แถมชื่นใจขึ้นอีกหลายกระบุงที่ทราบว่าตำรวจไทยที่เป็นตำรวจอาชีพแท้ๆที่น่าสรรเสริญนั้น ยังมีอีกมากมายในประเทศไทยของเรา

มิใช่จะมีแต่ตำรวจประเภท “ไซด์ไลน์” เข้ามารับราชการตำรวจเป็นอาชีพเสริม แต่ได้ดิบได้ดีอย่างที่เป็นข่าวอยู่ในขณะนี้

ลองหาอ่านกันดูนะครับ หนังสือ “มือปราบเหยี่ยวดำ” โดย พ.ต.อ.บรรดล ตัณฑไพบูลย์ ของสำนักพิมพ์บุ๊คสโตน จัดจำหน่ายทั่วประเทศ โดย อมรินทร์ บุ๊คเซ็นเตอร์ เล่มนี้

เผื่อจะได้คำตอบที่ถูกต้องสำหรับคำถามที่ว่า...มีตำรวจไทยไว้ทำไม? ดังที่หนังสือเล่มนี้ และคนไทยจำนวนไม่น้อยตั้งโจทย์ไว้.

“ซูม”

เมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมได้รับหนังสือเล่มหนึ่ง หน้าปกสีดำ พิมพ์ด้วยตัวอักษรแดง พร้อมกับรูปนายตำรวจยศพันตำรวจเอก ในเครื่องแบบเต็มยศ หน้าตาอิ่มเอิบ ภูมิฐานผิวค่อนข้างขาวแบบชาวเหนือทั่วไป 13 ก.พ. 2561 12:44 13 ก.พ. 2561 16:20 ไทยรัฐ