วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

10ข้อปกป้องหัวใจ รับวันวาเลนไทน์

เมื่อ “วันวาเลนไทน์” หรือ “วันแห่งความรัก”...เวียนมาอีกครั้ง ไม่เพียงแต่การดูแลหัวใจตัวเองที่สำคัญ แต่การดูแลหัวใจคนข้างๆที่รักให้แข็งแรงก็สำคัญไม่แพ้กัน

โดยเฉพาะการดูแลหัวใจให้ห่างไกล โรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพอง (Aortic Aneurysm) เป็นสิ่งที่ต้องใส่ใจ เพราะเป็นหลอดเลือดที่ใหญ่ที่สุดในร่างกายที่ออกมาจากขั้วหัวใจโดยตรง วิ่งจากช่องอกลงมาจนกระทั่งถึงในช่องท้องเป็นเส้นตรงๆเลย “หลอดเลือดนี้ใหญ่ที่สุดในร่างกาย...หากเกิดปัญหาจะส่งผลต่ออวัยวะทั้งหมด”

นายแพทย์อรรถภูมิ สู่ศุภอรรถ ศัลยแพทย์หัวใจและทรวงอก และผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ บอกว่า หลอดเลือดแดงใหญ่มีความสำคัญมาก เปรียบเสมือนท่อน้ำหลักที่เลือดไหลผ่าน เฉลี่ยแล้วนาทีละ 5 ลิตรทีเดียวในผู้ใหญ่ทั่วๆไป แต่สำหรับเด็กปริมาณก็จะลดลงมากกว่านั้นเพราะตัวเล็กกว่า

ดังนั้น...ไม่ว่าโรคใดก็ตามที่เกิดกับหลอดเลือดนี้จะส่งผลไปทั่วร่างกาย

ปัญหามีว่าโรคที่สำคัญที่จะเกิดขึ้นกับหลอดเลือดนี้คือ “ตัวหลอดเลือดโป่งพอง”...น่าสนใจด้วยว่าปกติแล้วคนที่มีโรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพองมักจะไม่ค่อยแสดงอาการ 80 เปอร์เซ็นต์จะไม่แสดงอาการเลย

“ตำแหน่งที่พบบ่อยมักจะโป่งพองในช่องท้อง ด้วยความที่ไม่แสดงอาการทำให้คนส่วนใหญ่ไม่มาหาหมอ...ไม่รู้...ไม่ตรวจ อันตรายที่จะเกิดเมื่อโป่งไปเรื่อยๆก็จะแตกเหมือนเวลาเราเป่าลูกโป่งไปเรื่อยๆ”

กรณีที่แตกแล้ว อัตราการเสียชีวิตจะสูงมาก...ในที่เกิดเหตุอัตราเสียชีวิตอยู่ที่ 80-90 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว...ตายในที่เกิดเหตุ ต่อให้อีก 10 เปอร์เซ็นต์...บางส่วนรอดชีวิตมาถึงโรงพยาบาลได้ บางส่วนผ่าตัดจนสามารถออกจากห้องผ่าตัดได้ แต่โอกาสการเสียชีวิตก็ยังอยู่ที่ประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไปอยู่ดี

ถึงตรงนี้...ให้รู้ไว้ว่าโดยสถิติแล้ว คนที่มีหลอดเลือดแดงใหญ่แตกแล้วโอกาสที่จะรอดชีวิตต่ำมาก ต่ำกว่า 5 เปอร์เซ็นต์ จะดีกว่า...ถ้าเรารู้ตั้งแต่เริ่มต้นว่าคนไข้มีโรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพอง

“การผ่าตัดในระยะที่หลอดเลือดแดงใหญ่ยังไม่แตก โอกาสรอดชีวิตสูงกว่ามาก ถ้าผ่าตัดในช่องท้องวันนี้ก็มี 2 วิธีหลักๆคือการผ่าตัดเปิดท้อง สมัยก่อนก็ใช้วิธีนี้เป็นหลัก ตัดในส่วนที่โป่งพองออกแล้วก็เปลี่ยนด้วยการเอาหลอดเลือดเทียมเย็บใส่แทนเข้าไป และอีกวิธีหนึ่งก็คือใส่หลอดเลือดเทียมโดยเปิดแผลเล็กๆที่ขาหนีบ แล้วก็ใส่หลอดเลือดเทียมที่มีขดลวดถ่างขยายอยู่ภายใน หน้าตาเหมือนสปริงจะไปพองในช่องท้องทำให้เรายัดหลอดเลือดเทียมเข้าไปแล้วตัวขดลวดก็จะไปเกาะกับหลอดเลือดในส่วนที่ดี...เลือดก็จะไหลผ่านเฉพาะในตัวหลอดเลือด”

นายแพทย์อรรถภูมิ ย้ำว่า แรงดันเลือดจะไม่ไปโดนตำแหน่งหลอดเลือดที่โป่งพอง ตำแหน่งที่เสียหาย ฉะนั้นก็จะสามารถตัดปัญหาการแตกของหลอดเลือดไปได้ และไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ แค่เปิดแผลเล็กๆเท่านั้น

ถึงแม้ปัจจุบันประชาชนจะมีความรู้มากขึ้นและวิทยาการทางการแพทย์ก้าวหน้าขึ้น แต่พฤติกรรมผู้คนส่วนใหญ่ที่มีไลฟ์สไตล์แบบตะวันตก ชอบรับประทานอาหารที่มีไขมันสูงทำให้เพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคนี้... จากข้อมูลสถิติพบว่าผู้ชายอายุ 65 ปีขึ้นไปมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพองถึง 10–15%

อีกปัจจัยหนึ่งก็คือคนที่สูบบุหรี่ แม้แค่ 1 ครั้งในชีวิต เลิกไปนานแล้วก็ยังมีความเสี่ยงอยู่...รวมทั้งคนที่มีความดันโลหิตสูง ระดับไขมันในเลือดสูง หากจะถามถึงเทคนิคป้องกัน แนะนำว่าให้รู้จักดูแลตนเอง...คนใกล้ตัวเพื่อป้องกันโรคนี้ตั้งแต่เนิ่นๆ ย่อมช่วยให้หัวใจแข็งแรง ห่างไกลโอกาสที่จะเสียชีวิตก่อนวัยอันควร

10 เทคนิคต่อไปนี้คือวิธีป้องกันโรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพองที่คุณและคนข้างๆ ไม่ว่าใครก็สามารถทำได้ เริ่มจาก...1) ตรวจเช็กหัวใจเมื่อเสี่ยง สำหรับกลุ่มเสี่ยงที่มีแนวโน้มจะเป็นโรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพอง ได้แก่ ผู้ชายอายุ 65 ปีขึ้นไป ผู้ที่มีประวัติสูบบุหรี่อย่างน้อย 1 ครั้งในชีวิต และ...ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวป่วยด้วยโรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพอง เป็นได้ทางกรรมพันธุ์ ก็ควรที่จะต้องพบแพทย์เพื่อทำการตรวจด้วยเช่นกัน

อัลตราซาวนด์บริเวณช่องท้อง หรือเอกซเรย์คอมพิวเตอร์บริเวณช่วงอกตามการวินิจฉัยของแพทย์ หากเป็นโรคนี้จะได้รักษาได้ทันท่วงทีก่อนที่หลอดเลือดจะแตกหรือปริ...ลดโอกาสเสียชีวิตได้สูงเป็นสิบเท่า

2) รู้ระวังสัญญาณเตือน ได้แก่ เจ็บหน้าอกบริเวณกึ่งกลางหน้าอกทะลุหลัง ปวดท้องบริเวณกลางท้องในลักษณะเต้นตุบๆ หากมีอาการดังกล่าวควรรีบมาพบแพทย์เฉพาะทางที่มีความเชี่ยวชาญด้านหัวใจทันที

3) เลิกสูบบุหรี่ให้เด็ดขาด เพราะช่วยลดโอกาสหลอดเลือดแดงแตกลงถึง 4 เท่า ในผู้ที่ตรวจพบการโป่งพองของหลอดเลือด แต่ยังไม่ถึงขั้นแตกหรือต้องเข้ารับการผ่าตัด

4) ทานอาหารเสริมบำรุงหัวใจ อย่างผักและผลไม้สด รวมทั้งสารอาหารครบทั้ง 5 หมู่ในปริมาณที่เหมาะสม หากร่างกายได้รับสารอาหารเพียงพอไม่จำเป็นต้องเสริมด้วยวิตามิน เพราะการได้รับวิตามินบางชนิดมากเกินไปอาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้ ที่สำคัญก่อนทานวิตามินควรปรึกษาแพทย์โดยละเอียด

5) เลี่ยงยาที่ไม่ได้มาตรฐาน ได้แก่ ยาลูกกลอน ยาต้ม ยาหม้อ เพราะนอกจากไม่ทราบที่มาของส่วนผสมที่แน่ชัด ยังอาจมีส่วนผสมของสเตียรอยด์ ทำให้เป็นอันตรายต่อร่างกายมากกว่าที่คิด

6) ควบคุมอารมณ์ไม่ให้เครียด เพราะเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดความดันโลหิตสูง ซึ่งส่งผลให้เป็นโรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพองได้ ควรรู้จักจัดการกับความเครียดและหลีกเลี่ยงสิ่งต่างๆที่จะทำให้ตนเองหรือคนใกล้ตัวเกิดความเครียด 7) เล่นกีฬาที่ใช่ เพื่อให้สุขภาพแข็งแรง จิตใจแจ่มใส โดยการออกกำลังกายในผู้ที่มีความเสี่ยงหรือผู้ที่ตรวจพบแล้วว่าเป็นโรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพอง แต่ยังไม่ถึงขั้นต้องเข้ารับการผ่าตัด ควรออกกำลังในระดับปานกลางที่ไม่เหนื่อยจนเกินไป เช่น วิ่งจ๊อกกิ้ง ว่ายน้ำ เดินป่า ฯลฯ

ที่สำคัญ...ควรหลีกเลี่ยงกีฬาที่ใช้แรงเบ่ง เช่น การยกน้ำหนัก ฯลฯ

8) ชากาแฟต้องพอดี เพราะคาเฟอีนมีผลต่อร่างกายแต่ละคนไม่เท่ากัน ควรสังเกตร่างกายตนเอง และดื่มในปริมาณที่เหมาะสมเพื่อให้ไม่เกิดผลเสียกับหัวใจ แนะนำให้ดื่มไม่เกินวันละ 1 แก้ว

9) งดดื่มสุราและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะมีผลทำให้ความดันโลหิตสูง เพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพองมากขึ้น

10) มองหางานอดิเรกที่ชอบ ช่วยให้ห่างไกลจากภาวะซึมเศร้า เติมเต็มชีวิตให้มีคุณค่าและมีความสุข มีหัวใจที่แข็งแรง โดยควรเลือกงานอดิเรกที่เหมาะสม เช่น ดูหนัง ฟังเพลง ออกกำลังกาย ปลูกต้นไม้ อ่านหนังสือ เลี้ยงสัตว์ ฯลฯ หรืองานอดิเรกที่ได้ทำประโยชน์เพื่อผู้อื่นและสังคมอย่างกิจกรรมจิตอาสาต่างๆตามความถนัด

หลายคนอาจจะมองว่าโรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพองเป็นเรื่องไกลตัว คุณหมออรรถภูมิ ฝากว่า สถิติในต่างประเทศคนกลุ่มเสี่ยงที่กล่าวถึงไปแล้ว หากเอามาสกรีนกันจริงๆก็จะพบผู้ป่วยได้ 10-20 เปอร์เซ็นต์เลยที่จะมีโรคนี้ซ่อนอยู่ ถือเป็นปริมาณที่ไม่น้อย...สังคมผู้สูงอายุที่ประเทศไทยกำลังจะเผชิญหน้า โอกาสที่จะเกิดโรคนี้ก็ยิ่งมีมากขึ้น คนที่ไม่มีปัจจัยเสี่ยงก็เลี่ยงความเสี่ยง การตรวจเช็กสม่ำเสมอต่อเนื่องจะลดเสี่ยงได้

ออกกำลังกาย กินอาหารถูกสุขลักษณะ และในคนที่มีความเสี่ยงสูงก็ยิ่งต้องมาตรวจตั้งแต่เนิ่นๆอย่ารอมีอาการ อัตราเสี่ยงจะสูงมาก ใครเป็นก็เหมือนผูก “ระเบิด” ไว้กับตัว ไม่มีใครบอกหรือรู้ได้ว่าจะระเบิดเมื่อไหร่

“การตรวจเจอแต่เนิ่นๆ รักษาได้ โดยความเสี่ยงในการผ่าตัดในรายที่ยังไม่แตกด้วยการใส่หลอดเลือดเทียมโดยเปิดแผลเล็กๆที่ขาหนีบ มีอัตราเสี่ยงน้อยกว่า 1 เปอร์เซ็นต์...หน้ามือกับหลังมือเลยถ้าปล่อยให้แตกเพราะโอกาสไม่รอดมีเกือบจะ 100 เปอร์เซ็นต์”.

เมื่อ “วันวาเลนไทน์” หรือ “วันแห่งความรัก”...เวียนมาอีกครั้ง ไม่เพียงแต่การดูแลหัวใจตัวเองที่สำคัญ แต่การดูแลหัวใจคนข้างๆที่รักให้แข็งแรงก็สำคัญไม่แพ้กัน 13 ก.พ. 2561 12:38 13 ก.พ. 2561 12:38 ไทยรัฐ