วันจันทร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นับหนึ่งเริ่มชนวนขัดแย้ง เคลื่อนไหว มีนัยสำคัญ

คงไม่ต้องไปวิเคราะห์เจาะลึกอะไรให้มากความ เพราะทุกอย่าง เดินเกมอย่างสอดรับกันแบบไม่ต้องนัดหมาย

สถานการณ์ เวลา เงื่อนไข เป้าหมายนั้นตรงกันอยู่แล้ว

กำลังพูดถึงความเคลื่อนไหวทางการเมืองทั้งในประเทศและต่างประเทศเพื่อกดดันรัฐบาล คสช. อย่างเป็นรูปขบวน

แม้ในประเทศจะเป็นการเดินหน้าด้วยนักศึกษา นักวิชาการเป็นส่วนใหญ่ นักการเมืองของพรรคเพื่อไทยยังไม่ร่วมในลักษณะนี้

แต่เป็นไปด้วยการใช้วาทกรรมทางการเมืองจี้จุดอ่อนของรัฐบาล และโจมตีด้วยเป้าหมายเพื่อเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งเร็วที่สุด

จุดนัดหมายในวันที่ 10 ก.พ.61 จึงเกิดขึ้น

อีกด้านหนึ่งมาจากปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อ 2 อดีตนายกฯ ที่หนีคดี คือ นายทักษิณ ชินวัตร และนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร “2 พี่น้อง” ที่เคลื่อนไหวให้เห็นชัดเจน เมื่อเดินทางไปร่วมฉลองตรุษจีน

ไม่แสดงความคิดเห็นแต่ขอให้คนไทยมีความสุขในโอกาส “ตรุษจีน”

มีความพยายามจากพรรคเพื่อไทยที่ปฏิเสธว่าเหตุการณ์ในประเทศและต่างประเทศนั้นเป็นเรื่องต่างกรรมต่างวาระเพื่อเป็นการออกตัวว่าเป็นคนละเรื่องกัน

ไม่ได้เกี่ยวพันกันแม้แต่น้อย

ถามว่าใครจะเชื่อบ้างล่ะ...เป็นไปไม่ได้

ว่าไปแล้วสถานการณ์ของรัฐบาล คสช. นั้น แม้จะยังไม่สุกงอม แต่ก็มีช่องที่ทำให้มองเห็นว่าเกิดอาการที่เหมาะกับการเปิดเกมรุก

ไม่ว่าจะเป็นความพยายามเลื่อนการเลือกตั้งออกไป นาฬิกาหรูพี่ป้อม คนในเครือข่ายระดับอดีต ผบ.ตร.ยืมเงินเพื่อน 300 ล้าน (ตำราเดียวกัน) แถมยังบอกว่าอาชีพตำรวจนั้นแค่ไซด์ไลน์

แม้ไม่น่าจะเกี่ยวแต่มันก็เกี่ยวจนได้คือการที่ “เจ้าสัวเปรมชัย” บุกป่าทุ่งใหญ่ไปล่าสัตว์และถูกจับได้คาหนังคาเขา

ก็มีคำถามว่าคดีนี้จะโปร่งใสหรือไม่...นิด้าโพลระบุว่า 66% ประชาชนไม่เชื่อ

นั่นเป็นสิ่งที่สังคมอ่านทะลุไปถึงรัฐบาลว่าจะดำเนินคดีและทำให้กฎหมายเป็นกฎหมายหรือไม่ อันแสดงถึงความไม่เชื่อมั่นต่อรัฐ

ว่าไปแล้ว “ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์” นั้น การเปิดเผยตัวอย่างเป็นทางการครั้งนี้ แม้ คสช.จะบอกว่าไม่สนใจ เพราะเป็นคนทำผิดกฎหมาย

แต่คำถามก็คือเมื่อเห็นคนหนีคดีโต่งๆอย่างนี้ทำไมจึงปล่อยให้ลอยนวลโดยที่ไม่สามารถทำอะไรได้เลยหรือ?

เป็นการดิสเครดิตสร้างความไม่น่าเชื่อถือขึ้นมาอีก

การประเมินสถานการณ์ของฝ่ายมั่นคงทำนองว่าการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นนี้ยัง “เอาอยู่” และไม่คิดว่าจะบานปลายแต่อย่างใด

ด้านหนึ่งคงคิดไปได้ว่าประชาชนส่วนใหญ่คงไม่เอาด้วย เพราะเข็ดขยาดกับการเคลื่อนไหวบนท้องถนนที่เคยเจอมาแล้วด้วยความเบื่อหน่าย

ไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์อย่างนั้นขึ้นมาอีก

อีกทั้งคงคาดการณ์ว่า หากชุมนุมเคลื่อนไหวกันอีก อาจทำให้สังคมเกิดความรู้สึกว่ากำลังจะทำให้บ้านเมืองเกิดความวุ่นวาย หันไปใช้พลัง “กองหนุน” คสช.มากกว่าที่ผ่านมา

แต่ในท่วงทำนองความขัดแย้งในทางการเมือง ที่รู้แก่ใจดีว่าไม่ได้แตกต่างกับที่ผ่านมา เพราะมีการตั้งป้อมเพื่อชิงอำนาจคืนอยู่ตลอดเวลา

อยู่ที่ว่าฝ่ายไหนจะอดทนอดกลั้นได้มากกว่ากันเท่านั้น.

“สายล่อฟ้า”

คงไม่ต้องไปวิเคราะห์เจาะลึกอะไรให้มากความ เพราะทุกอย่าง เดินเกมอย่างสอดรับกันแบบไม่ต้องนัดหมาย สถานการณ์ เวลา เงื่อนไข เป้าหมายนั้นตรงกันอยู่แล้ว 13 ก.พ. 2561 12:30 13 ก.พ. 2561 14:44 ไทยรัฐ