วันอาทิตย์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

“กระดูกคอเสื่อม” อีกหนึ่งโรคที่ควรรู้จัก (ตอน 1)

คุณเคยมีอาการเหล่านี้หรือไม่

“ปวดคอ เคลื่อนไหวตัวได้ยาก และจะปวดมากขึ้นเวลานั่งหรือยืน

ปวดตรงกลางคอ ร้าวมาปวดที่สะบักด้านในบริเวณไหล่

ปวดร้าวลงแขนที่มือ แล้วมีอาการชาร่วมด้วย”

หากใครที่เคยมีอาการดังกล่าวข้างต้นนี้ คุณอาจจะเข้าข่ายการเป็น “โรคกระดูกคอเสื่อม” ก็เป็นได้ สัปดาห์นี้ “ศุกร์สุขภาพ” จะพาคุณผู้อ่านไปรู้จักโรคนี้กัน

รู้จัก “โรคกระดูกคอเสื่อม”

ภาวะกระดูกคอเสื่อมนั้น พบบ่อยในผู้ป่วยสูงอายุทั้งเพศชายและหญิง โดยทั่วไปหลังจากอายุ 30 ปีขึ้นไป พบว่ามีอุบัติการณ์ของการเกิดความเสื่อมของหมอนรองกระดูกคอเพิ่มขึ้น โดยภาวะเสื่อมนี้จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ตามอายุที่เพิ่มขึ้น ช่วงแรกมักเป็นความเสื่อมของเนื้อเยื่ออ่อนก่อน เช่น การเสื่อมของหมอนรองกระดูกส่วนใน (Nucleus pulposus) มีการฉีกขาดของหมอนรองกระดูกส่วนนอก (Annulus fibrosus) ต่อมาเมื่ออายุเพิ่มขึ้น จะเริ่มมีการเสื่อมของกระดูกร่วมด้วย เช่น กระดูกงอก มีการเสื่อมของข้อต่อกระดูก ซึ่งในภาวะกระดูกคอเสื่อมจะพบการเสื่อมบริเวณข้อต่อที่ยึดระหว่างตัวกระดูกสันหลังชิ้นบนและล่างได้บ่อย และยังพบที่บริเวณข้อต่อกระดูกสันหลัง

นอกจากนี้ ยังพบภาวะเส้นประสาทที่คอหรือไขสันหลังคอถูกกดทับ ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยมีอาการชาร้าวลงแขน หรือมีอาการเดินลำบาก เป็นต้น

ลักษณะทางกายภาพของ “กระดูกคอ”

กระดูกคอประกอบด้วยกระดูกต่างๆ ทั้งหมด 7 ชิ้น เรียงต่อกันตั้งแต่ C1-C7 โดย C1 (Atlas) ต่อกับกะโหลกศีรษะ มีรูปร่างเป็นวงกลมรี ด้านหน้าของ C1 จะต่อกับ C2 (Axis) โดยมีเส้นเอ็นต่างๆ มายึดไว้ ซึ่งจะให้มีความแข็งแรง ขณะเดียวกันก็ทำให้มีการเคลื่อนไหวของ C1 และ C2 เป็นไปตามปกติ ส่วนการเคลื่อนที่ของ C1 และ C2 จะเป็นแบบหมุนเป็นหลัก

ถัดจาก C2 ลงมา กระดูกคอจะมีลักษณะคล้ายๆ กัน เรียงตั้งแต่ C3-C7 โดย C7 จะมีสันกระดูกด้านหลังที่ใหญ่ ซึ่งสามารถคลำได้ง่ายจากภายนอก แนวการเคลื่อนที่ของกระดูกคอส่วนนี้จะมีทั้งการงอ ยืด ดัด และหมุน ข้อต่อต่างๆ ของกระดูก C3-C7 จะประกอบด้วย หมอนรองกระดูก ข้อต่อที่ยึดระหว่างตัวกระดูกสันหลังชิ้นบนและล่าง และข้อต่อกระดูกสันหลัง ซึ่งความมั่นคงของข้อต่อจะเกิดจากหมอนรองกระดูก ข้อต่อกระดูกสันหลัง และเอ็นที่ยึดข้อต่อกระดูกเข้าด้วยกัน โดยเฉพาะเส้นเอ็นยึดด้านหลัง ซึ่งมีความแข็งแรงและช่วยป้องกันไม่ให้กระดูกคอก้มมากจนเกินไป

สาเหตุของโรค มี 2 สาเหตุ คือ

- กรรมพันธุ์ แบ่งเป็น ปัจจัยที่เกิดจากความผิดปกติขององค์ประกอบของหมอนรองกระดูก ซึ่งจะทำให้หมอนกระดูกเกิดการสลายตัวและความเสื่อมได้ง่าย อีกปัจจัยเป็นการเกิดการเชื่อมกันของกระดูกคอ ซึ่งเป็นกลุ่มอาการของโรค Klippelfein ซึ่งจะมีการเชื่อมกันของกระดูกคอ เช่น มีการเชื่อมกันของ C4-C5 ซึ่งจะส่งผลต่อข้อต่อบนล่างคือ C3-4 & C5-6 ซึ่งข้อต่อพวกนี้จะมีการเคลื่อนที่มากขึ้น ทำให้เกิดความเสื่อมมากขึ้นได้

- การใช้งาน พบว่าท่าทางต่างๆ ในชีวิตประจำวันมีผลต่อการเกิดความเสื่อมของกระดูกคอ โดยเฉพาะการใช้คอมากๆ การใช้ภาษาคอ การขยับคอที่ไม่จำเป็น รวมทั้งการใช้คอผิดวิธี เช่น นอนคว่ำอ่านหนังสือ อยู่ในท่าที่ผิดปกตินานๆ ทำงานขยับคอซ้ำในท่าเดิมๆ ซึ่งถ้าปรับนิสัยการใช้คอ การขยับคอ อาการต่างๆ เหล่านี้จะดีขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นการรักษาที่มีค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด และมีประสิทธิภาพมากที่สุด

กลไกการเกิดโรค

เริ่มจากการเสื่อมของหมอนรองกระดูกก่อน จากนั้นจะเกิดการเคลื่อนที่ของกระดูกคอรอบๆ มาก ขึ้นทำให้เกิดความไม่มั่นคงของข้อต่อ และเกิดอาการเสื่อมตามมา

--------------------------------------------------

แหล่งข้อมูล : ผศ.นพ.สรศักดิ์ ศุภผล ภาควิชาออร์โธปิดิกส์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

คุณเคยมีอาการเหล่านี้หรือไม่ “ปวดคอ เคลื่อนไหวตัวได้ยาก และจะปวดมากขึ้นเวลานั่งหรือยืน ปวดตรงกลางคอ ร้าวมาปวดที่สะบักด้านในบริเวณไหล่ ปวดร้าวลงแขนที่มือ แล้วมีอาการชาร่วมด้วย”... 13 ก.พ. 2561 11:27 ไทยรัฐ