วันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทิดคงหนีโง่

นิทานเรื่องใครโง่กว่าใคร จาก“นิทานไทย คุณตาคุณยายเล่าไว้” ยุทธ เดชคำรณ รวบรวม ยุพเรศ วินัยธร เรียบเรียง (สำนักพิมพ์ รวมทรรศน์ พ.ศ.2536) อ่านสักกี่ครั้งๆก็ยังสนุก

นานมาแล้ว พระรูปหนึ่งบวชเรียนหลายพรรษา ความรู้แตกฉาน สึกออกมา ชาวบ้านเรียกว่า “ทิดคง” มีเมียหนึ่ง ลูกสาวหนึ่ง

ทุกเช้ากินมื้อเช้าแล้ว ทิดคงจูงควายออกจากบ้านไปทำนา ตอนสายลูกสาวก็หิ้วหม้อข้าวหม้อแกงไปส่งให้พ่อกินมื้อเที่ยง

วันนั้น เมียทิดคงได้ปลาตัวใหญ่ ตั้งใจแกงส้มสุดฝีมือ

กว่าจะเสร็จก็สายกว่าทุกวัน ตอนลูกสาวหิ้วหม้อข้าวหม้อแกงก็เลยเที่ยง อากาศวันนั้นก็ให้บังเอิญร้อนมาก

ลูกสาวทิดคงเดินไปได้พักใหญ่ก็หมดแรง ต้องแวะพักใต้ร่มไม้ใหญ่

ลมพัดโชยมาเย็นสบายก็เผลอหลับไป แล้วฝันเป็นเรื่องเป็นราวว่า ได้เป็นลูกสะใภ้เศรษฐี ตั้งท้องจนคลอดลูกชายอ้วนจ้ำม่ำน่ารักน่าชัง ออกมาคนหนึ่ง

แต่ลูกชายยังไม่ทันโตก็เกิดป่วยไข้ตาย นางเสียใจมาก ตีอกชกตัวเหมือนคนบ้า ขณะนั้นมือไม้ก็ปัดป่ายไปถูกชนหม้อข้าวหม้อแกงคว่ำ นางก็หิ้วข้าวของกลับบ้านไปบอกแม่

แม่ฟัง ก็ให้มีอันเสียอกเสียใจ ร้องไห้ฟูมฟายไปอีกคน

“โธ่ หลานเอ๋ย ไม่ทันไร ก็มาด่วนตายจากยาย ยายยังไม่ได้ทำขวัญหลานเลย”

ทิดคงรอข้าวมื้อเที่ยงจนบ่าย หิวจนทนไม่ไหวก็เดินกลับบ้าน เห็นเมียและลูกสาวร้องไห้ฟูมฟายกับเรื่องในฝัน ก็หมดน้ำอดน้ำทนที่จะอยู่ด้วยต่อไป หอบข้าวของพายเรือออกจากบ้าน

ระหว่างทาง เห็นชายคนหนึ่งนั่งร้องไห้อยู่ริมตลิ่ง จอดเรือเข้าไปถามได้ความว่า เอามือออกจากไหเกลือไม่ได้ ทิดคงก็แนะให้แบมือปล่อยเกลือ เอามือออกจากไหได้

ทิดคงพายเรือต่อไป เห็นคนกลุ่มหนึ่งกำลังเอาเชือกผูกหัวเสาสองข้าง ดึงกันไปมา ถามได้ความว่า ต้องการดึงให้เสายาว ทิดคงแนะให้ไปหาเสาอีกต้น ตัดเอามาต่อให้ยาวได้เท่าที่ต้องการ

ทิดคงยังพายเรือต่อไป จนถึงหมู่บ้านหนึ่ง มีคนกำลังก่อสร้างตึก ตึกหลังนั้นไม่มีหน้าต่าง คนพวกนั้นช่วยกันเอาตะกร้า กระบุง หีบและถัง ออกมาตากแดดครู่ใหญ่ แล้วขนเข้าไปในตึก

“พวกเรา เอาแดดไปเทไว้ ให้แสงสว่างในบ้าน”

ชาวบ้านบอก ทิดคงก็แนะว่า ไม่เห็นจะต้องเหนื่อยกับการขนกระบุงตะกร้า...เลย ก็แค่เจาะช่องผนังตึกเป็นหน้าต่างก็จะได้แสงแดดเข้าไปในบ้านเอง

ชาวบ้านเจาะหน้าต่างแล้ว ก็ไชโยโห่ร้องที่ไม่ต้องเหนื่อยกับการ “ขนแสงแดดเข้าบ้าน” ทิดคงแนะนำแล้ว ก็ได้ความคิดว่า ตลอดเส้นทางที่พายเรือมา

ก็เจอแต่คนโง่เง่า ไร้สติปัญญาทั้งนั้น

เมียและลูกสาวที่ตัวเองหนีมาเพราะทนความโง่ไม่ได้ ก็ไม่ได้ต่างจากคนพวกนั้น

คิดได้แล้ว ทิดคงก็หันหัวเรือ บ่ายหน้ากลับบ้าน ใช้ชีวิตอยู่กับเมียและลูกต่อไปเหมือนเดิม

นิทานเรื่องนี้จบลงตรงนี้แหละครับ คนเล่าก็ไม่ได้ “สอนคติอะไร” จึงพอเป็นที่เข้าใจ เมื่อคนฉลาดทนอยู่กับคนโง่ได้ ชีวิตในบ้านเมืองก็จะเป็นไปตามเป้าไทยแลนด์ 4.0 มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน สมดังที่รัฐบาลท่านตั้งใจ

ลืมๆกันไปเสียเถิด...นาฬิกากี่เรือน ของมันยืมเพื่อนได้ ตำรวจใหญ่จะยืมเงินเพื่อน เจ้าของอาบอบนวดสักสองสามร้อยล้าน เงินทองก็ของมันยืมกันได้

รวมทั้งเรื่องเจ้าสัวท่านตั้งใจไปพักผ่อนในป่า บังเอิญเสือมันหลงเข้ามาถูกลูกปืนตาย...เรื่องมันเป็นได้...เกิดมาเป็นคน

ในบ้านเมืองเหมือนทิดคงจะไปคิดอะไรให้มากกว่านี้.

กิเลน ประลองเชิง

นิทานเรื่องใครโง่กว่าใคร จาก“นิทานไทย คุณตาคุณยายเล่าไว้” ยุทธ เดชคำรณ รวบรวม ยุพเรศ วินัยธร เรียบเรียง (สำนักพิมพ์ รวมทรรศน์ พ.ศ.2536) อ่านสักกี่ครั้งๆก็ยังสนุก 13 ก.พ. 2561 11:15 13 ก.พ. 2561 14:46 ไทยรัฐ