วันพุธที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เก็บกู้กว่า 3 ชม. ระเบิด 6 ลูก ซุกคอนโดเมืองทอง รวบหนุ่มสมุนโกตี๋

ตะลึง!! ระเบิดซุกห้องเช่า คอนโดเมืองทอง ทั้งเอ็ม 26-ปิงปอง-ไปป์บอมบ์ เจ้าหน้าที่อีโอดี เก็บกู้กว่า 3 ชม. “ศรีวราห์” ลงพื้นที่ ใช้ ม. 44 นำกำลังทหารตรวจสอบ คุมหนุ่ม 53 สารภาพเป็นเครือข่ายโกตี๋ ปฏิเสธไม่เคยนำระเบิดไปก่อเหตุ...

เมื่อช่วงหัวค่ำวันที่ 12 ก.พ. มีผู้พบวัตถุต้องสงสัยภายในอาคารป๊อปปูล่า คอนโดเมืองทองธานี อาคาร T 10 ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี โดยเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด หรืออีโอดี พร้อมเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน จ.นนทบุรี ,เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภูธร จ.นนทบุรี และตำรวจสืบสวน สภ.ปากเกร็ด เข้าตรวจสอบภายในห้องเลขที่ 2/28 ซึ่งเป็นห้องเช่าเหมือนถูกทิ้งร้างมานาน มีข้าวของกระจัดกระจาย พบกระเป๋ากล้องซุกระเบิดขนาด M26 ใส่ในถุงตาข่ายสีน้ำเงิน พร้อมใช้งาน 1 ลูก และระเบิดปิงปอง จำนวน 4 ลูก และระเบิดไปป์บอมบ์ จำนวน 1 ลูก วางปะปนข้าวของภายในห้อง เจ้าหน้าที่อีโอดี ใช้เวลากว่า 3 ชม.ในการเก็บกู้

ต่อมาพล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ พร้อมกำลังทหาร โดยใช้อำนาจตามมาตรา 44 เข้าตรวจสอบภายใน พร้อมควบคุมตัวนายกฤษชากรณ์ พูลสิน อายุ 53 ปี ภูมิลำเนากรุงเทพฯ ซึ่งเป็นผู้พักอาศัยภายในห้องพักดังกล่าว หลังมีท่าทีพิรุธ ระหว่างกำลังเข้าห้องพยายามหลบหนีเจ้าหน้าที่

จากการสืบสวนผู้ต้องหาทราบว่าเป็นอดีตทหารปลดประจำการ โดยเช่าห้องพักแห่งนี้มานานกว่า 5 ปี แต่ไม่จ่ายค่าน้ำค่าไฟจนถูกตัดและไม่จ่ายค่าเช่าห้อง จนเจ้าของห้องได้ให้คนใหม่เช่าและเตรียมเข้าพักจึงได้ให้แม่บ้านเข้าทำความสะอาดจนพบวัตถุต้องสงสัยดังกล่าว ผู้ต้องสงสัยให้การรับสารภาพว่าวัตถุระเบิดเป็นของตัวเองนำมาเก็บไว้ที่ห้องพร้อมกับสิ่งของอื่นๆ

นอกจากนี้ นายกฤษชากร ยอมรับกับทีมข่าวไทยรัฐทีวี ว่า ตัวเองเป็นเครือข่ายของนายโกตี๋จริง และมาพักอาศัยที่ห้องเช่าแห่งนี้ตั้งแต่ปี 2556 โดยปฏิเสธว่าไม่เคยนำระเบิดที่พบไปก่อเหตุที่ไหนมาก่อน

ด้านพล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า จากการสอบถามผู้ต้องหาเบื้องต้นรับสารภาพว่าเป็นลูกน้องของนางระพิน เครือข่ายของนายวุฒิพงษ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ กลุ่มคนเสื้อแดง แต่ปฏิเสธว่าไม่ได้ประกอบระเบิด โดยวัตถุระเบิดที่ห้องนั้นเป็นของที่เก็บได้และนำมาสะสมไว้เท่านั้น

อย่างไรก็ตามตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ เพราะจากลักษณะใกล้เคียงกับระเบิดเมื่อปี 2557 ที่อยู่ด้านหน้าห้างสยามพารากอนแต่รายละเอียดนั้นต้องส่งให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ และจะตรวจสอบว่ายังมีบุคคลอื่นเข้ามาภายในห้องเพื่อร่วมกันก่อเหตุหรือไม่

ส่วนการพบระเบิดในครั้งนี้ ทำให้ตำรวจต้องเฝ้าระวังมากยิ่งขึ้นเนื่องจากถือว่ากลุ่มนี้ทั้ง 27 คนเป็นกลุ่มที่ฝ่ายความมั่นคงจับตาดูความเคลื่อนไหวอยู่ ซึ่งตำรวจจะเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบมากยิ่งขึ้น

จากนั้นทหารใช้อำนาจตามมาตรา 44 ควบคุมตัวนายกฤษชากร ไปสอบปากคำเพื่อขยายผลเพิ่มเติม โดยภายหลังจากนี้จะนำตัวส่งมอบให้กับตำรวจเพื่อดำเนินคดีอีกครั้ง.