วันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ปธ.ชมรมอนุรักษ์ฯจี้‘นพดล พฤกษะวัน’ ชี้แจงช่วย‘เปรมชัย’เข้าป่าล่าสัตว์

ปธ.ชมรมอนุรักษ์ฯจี้‘นพดล พฤกษะวัน’ ชี้แจงช่วย‘เปรมชัย’เข้าป่าล่าสัตว์

  • Share:

ประธานชมรมอนุรักษ์อุทยานแห่งชาติ เตือน อดีตขรก.กรมอุทยาน ควรออกมาชี้แจงกรณีตกเป็นข่าว เป็นมือประสานให้ ‘เปรมชัย’ เข้าป่า แต่ถูกปฏิเสธ ตอบกลับเพียงแค่ โทรศัพท์แจ้งให้หัวหน้าทราบแล้ว พร้อมส่งเพลง คนล้มอย่าข้าม...

วันที่ 12 ก.พ. นายธนพล สาระนาค ประธานชมรมอนุรักษ์อุทยานแห่งชาติ ได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊ก ถึงนายนพดล พฤกษะวัน อดีตข้าราชการกรมอุทยานฯ ที่ตกข่าวเป็นผู้ประสาน ให้ผู้บริหารบริษัทยักษ์ใหญ่ เข้าไปล่าสัตว์ป่าในทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันตก หลังจากที่พยายามโทรติดต่อและส่งข้อความทางไลน์ให้นายนพดล ออกมาปรากฏตัวและชี้แจงต่อสังคมในกรณีที่ถูกระบุชื่อว่า เป็นคนประสานงานในชั้นต้นให้ นายเปรมชัย กรรณสูต เข้าไปในพื้นที่ป่านเกิดกรณีตามที่เป็นข่าว โดยแนะนำนายนพดลว่า อย่าทำตัวเป็นบุคคลลึกลับ ไม่ยอมรับโทรศัพท์ และไม่ยอมปรากฏตัวชี้แจงข้อเท็จจริง สังคมต้องการทราบข้อเท็จจริง

โดยล่าสุด มีการติดต่อกันทางไลน์ แต่นายนพดลยังยืนแบบเดิม ว่า ขอบคุณครับ ผมขออนุญาตไม่ปรากฏตัวครับ เพราะไม่ได้ทำอะไรผิด แค่ (โทรศัพท์แจ้งให้หัวหน้าทราบครับ) พร้อมส่งยูทูบเพลง คนล้มอย่าข้าม ทิ้งท้ายมา

นายธนพล สาระนาค ประธานชมรมอุทยานแห่งชาติ ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เมื่อได้รับคำตอบจากนายนพดล ตามข้อความดังกล่าว รู้สึกโกรธและไม่ค่อยจะพอใจ เพราะเราหวังดี และความจริงมันก็คือความจริง การประสานงานเป็นเรื่องนี้ใครก็ทำได้ ไม่ได้ผิดอะไร ส่วนการไปออกนอกกรอบของผู้กระทำความผิด ก็ต้องว่ากันไปตามคดี 

นอกจากนี้ ประธานชมรมอนุรักษ์อุทยานแห่งชาติ ยังได้ให้ข้อเสนอแนะต่อกรมอุทยานแห่งชาติฯ ถึงการอนุญาตให้ประชาชนเข้าไปศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ ดังนี้

“ตามที่กรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้เปิดอนุญาตให้ประชาชนเข้าไปศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก จังหวัดกาญจนบุรี โดยกำหนดวิธีการและขั้นตอนการขออนุญาตไว้แล้วแต่ได้เกิดกรณีผู้เข้าไปศึกษาธรรมชาติคณะหนึ่งอาศัยการอนุญาตดังกล่าวเข้าไปล่าสัตว์ป่า เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2561 นั้น

ผมได้ตรวจสอบวิธีและขั้นตอนการเข้าศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่ฯ แล้ว ปรากฏว่าขาดความชัดเจนและล้าสมัยหลายประการ อันเป็นเหตุให้ผู้เข้าศึกษาธรรมชาติใช้เป็นช่องทางเข้าไปลักลอบล่าสัตว์ป่าตามที่เป็นข่าวใหญ่อยู่ในขณะนี้

จึงขอเสนอแนะให้กรมอุทยานแห่งชาติฯพิจารณาปรับปรุง แก้ไข พัฒนาและจัดระเบียบการเข้าศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่ฯ ดังนี้

ในระยะสั้น

1.ควรกำหนดและจัดสถานที่ให้ศึกษาธรรมชาติไว้อย่างชัดเจนและแน่นอนว่ามีจุดใดให้ศึกษาธรรมชาติฯได้บ้าง โดยจัดทำเป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่า (Trail)ไว้ ไม่ห่างไกลด่านตรวจหรือหน่วยพิทักษ์ป่าด่านแรกที่ชายขอบเขตฯทุ่งใหญ่ โดยมีเจ้าหน้าที่หรืออาสาสมัครชาวบ้านในท้องถิ่นนำเดินศึกษาธรรมชาติ (Guided Walk) ไม่ให้ประชาชนเดินศึกษาด้วยตนเอง ทั้งนี้ควรกำหนดขีดความสามารถในการรองรับด้วยว่า เส้นทางแต่ละแห่งสามารถรองรับจำนวนผู้ศึกษาธรรมชาติฯได้วันละกี่คน พร้อมกับกำหนดวันเวลา และฤดูกาลศึกษาธรรมชาติไว้อย่างชัดเจนล่วงหน้าทั้งปี

2.ให้ประชาชนจอดรถยนต์ไว้ที่ด่านตรวจหรือหน่วยพิทักษ์ป่า แล้วเดินเท้าเข้าไปศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่า แบบไปเช้า-เย็นกลับ (Day Trip) เท่านั้น ไม่ให้นำรถยนต์ทุกชนิดเข้าไป และไม่ให้มีการพักแรมหรือค้างคืนในป่าในระยะยาว

3.ควรจัดตั้งศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่า (Wildlife & Nature Education Center) ณ ชายเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่ฯเพื่อรองรับหรือบริการการศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าอย่างเป็นระบบ ให้ผู้ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าสามารถค้างคืนในค่ายพักแรม บ้านพัก หรือลานกางเต็นท์ (Campground) ที่จัดไว้ในบริเวณศูนย์ฯได้

4. ควรจัดให้มีระบบการอนุญาตให้เข้าไปศึกษาธรรมชาติฯแบบออนไลน์ทางอินเทอร์เน็ต เพื่อให้ประชาชนทั่วประเทศสามารถขออนุญาตและจ่ายค่าธรรมเนียมได้โดยง่าย ไม่ต้องส่งจดหมายหรือเดินทางไปขออนุญาตที่กรมอุทยานแห่งชาติฯ หรือสำนักงานบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) หรือที่สำนักงานเขตฯทุ่งใหญ่ เช่นเดียวกับระบบการขออนุญาตใช้บ้านพักในอุทยานแห่งชาติ

หวังว่า กรมอุทยานแห่งชาติฯจะใช้วิกฤติที่เกิดจากกรณีลักลอบล่าสัตว์ป่าครั้งนี้ เป็นโอกาสที่ดีเพื่อดำเนินการแก้ไข ปรับปรุง พัฒนา และจัดระเบียบการเข้าศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก ให้ชัดเจนและทันสมัยยิ่งขึ้นตามนโยบาย ประเทศไทย 4.0 ของรัฐบาล"

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้