วันเสาร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

น้อมดวงจิตระลึกคุณพระพุทธองค์ 9 วัดไทย "อินเดีย-เนปาล" เปิดเส้นทางสะดวกพุทธบริษัทจาริกแดนพุทธภูมิ

กายสัมผัสพื้นที่ ใจและจิตสัมผัสพระพุทธองค์แรงปรารถนาและพลังแห่งความเลื่อมใสศรัทธาของพุทธบริษัท ที่ตั้งมั่นน้อมดวงจิตเพื่อเดินทางไปสักการบูชา ระลึกถึงองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ ในดินแดนพุทธภูมิ ประเทศอินเดีย-เนปาล ซึ่งมีสังเวชนียสถาน 4 ตำบล ได้แก่ สถานที่ประสูติ ตรัสรู้ แสดงปฐมเทศนา และปรินิพพาน รวมทั้งพุทธสถานที่มีความสำคัญทางพระพุทธศาสนา

การเดินทางไปจาริกสู่แดนพุทธภูมิ จึงเปรียบเสมือนการได้มาเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า ในสถานที่ซึ่งมีความเกี่ยวเนื่องกับความเป็นไปในชีวิตของพระพุทธองค์ ทำให้เกิดความปลงสังเวช และพุทธานุสติ

ทั้งยังเป็นการเตือนใจพุทธศาสนิกชนให้เกิดปัญญา ได้ระลึกถึงความจริงของสรรพสิ่งที่มีความไม่เที่ยง เพราะทุกสิ่งย่อมเกิดขึ้น ตั้งอยู่และดับไป ตามหลักไตรลักษณ์ ซึ่งประกอบไปด้วย อนิจจัง ทุกขัง และอนัตตา

ปัจจุบันพุทธศาสนิกชนจากทั่วโลกเดินทางไปจาริกแสวงบุญ ประเทศอินเดีย-เนปาล ทั้งในรูปแบบรายบุคคลและเป็นหมู่คณะเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะช่วงระหว่างเดือนตุลาคม-มีนาคม ของทุกปี ซึ่งในส่วนชาวไทยมีจำนวนมากกว่า 65,000 คน

กรมการศาสนา (ศน.) กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) นับเป็นอีกหน่วยงานที่ส่งเสริมให้พระภิกษุสงฆ์และพุทธศาสนิกชนเดินทางไปประกอบศาสนกิจ ณ สังเวชนียสถาน 4 ตำบล จำนวนปีละ 270 คน/รูป โดยแบ่งเป็น 2 คณะ คณะละ 135 คน/รูป ภายใต้กองทุนส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา นับตั้งแต่ปี 2552 เป็นต้นมา และในปีนี้กำหนดเดินทางช่วงเดือนมีนาคม

พร้อมกันนี้ได้ร่วมกับ พระธรรมทูตสายอินเดีย-เนปาล จัดตั้ง ศูนย์อำนวยความสะดวกพระสงฆ์และพุทธศาสนิกชนผู้เดินทางไปประกอบศาสนกิจสังเวชนียสถาน จนถึงปัจจุบันมีจำนวน 9 ศูนย์ ได้แก่ ศูนย์วัดไทยลุมพินี ในประเทศเนปาล 1 แห่ง ส่วนอีก 8 แห่งอยู่ที่ประเทศอินเดีย ได้แก่ ที่วัดไทยกุสินารา, วัดไทยพาราณสี, วัดไทยพุทธคยา, วัดไทยสารนาถ, วัดไทยเชตวันมหาวิหาร, วัดไทยนวราชรัตนาราม, วัดไทยนวมินทร์ธัมมิกราช และวัดอโยธยารามราชธานี

ทีมข่าวศาสนา ได้มีโอกาสร่วมติดตามคณะ นำโดย นางฉวีรัตน์ เกษตรสุนทร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรม พร้อมด้วย นายมานัส ทารัตน์ใจ อธิบดีกรมการศาสนา และผู้บริหาร วธ. ไปตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของศูนย์อำนวยความสะดวกฯ รวมทั้งร่วมจาริกแสวงบุญทั้ง 4 สังเวชนียสถานด้วย

จากการร่วมแสวงบุญครั้งนี้ สิ่งที่เราได้พบเห็นด้วยตาและสัมผัสด้วยใจในพื้นที่ต่างๆคือ ทั้งบรรยากาศ และวัตรปฏิบัติของแต่ละสังเวชนียสถาน เน้นการปฏิบัติไปตามความสำคัญของสถานที่ เช่น ลุมพินีวัน สถานที่ประสูติ เน้นการสวดมนต์แบบเป็นพิธีการเพื่อระลึกถึงการประสูติ พุทธคยา สถานที่ที่พระพุทธองค์ทรงตรัสรู้ใต้ต้นศรีมหาโพธิ์ บรรยากาศโดยรอบเต็มไปด้วยเสียงสวดมนต์ และนั่งสมาธิบำเพ็ญจิตภาวนา ส่วน สารนาถ สถานที่แสดงปฐมเทศนา เน้นการสวดมนต์ บทธัมมจักกัปปวัตนสูตร และสุดท้าย กุสินารา สถานที่ปรินิพพาน เน้นการนั่งสมาธิ ปลงสังเวช เพื่อเข้าใจกฎแห่งไตรลักษณ์

ชาวพุทธจากทั่วโลกที่ได้เดินทางมาประกอบศาสนกิจในแต่ละสังเวชนียสถาน นอกจากจะได้ระลึกถึงพระพุทธองค์แล้ว ยังล้วนเกิดความรู้สึกที่ต่างๆกันออกไป บ้างก็เกิดความปีติ ความสงบ และอิ่มเอมหัวใจ บ้างก็เกิดการปลงอนิจจัง หรือซาบซึ้งจนน้ำตารินไหลออกมา

“ศูนย์อำนวยความสะดวกฯ ทั้ง 9 ศูนย์ มีการพัฒนาไปมาก และพร้อมรองรับผู้เดินทางมาแสวงบุญทุกด้าน ทั้งพระธรรมวิทยากรที่มีความรู้ด้านเผยแผ่หลักธรรม พุทธประวัติ วิถีชีวิตและภาษา ตลอดจน ในส่วนที่พัก ห้องสุขา ทีมแพทย์และพยาบาล รวมถึงการให้ความช่วยเหลือกรณีหนังสือเดินทางสูญหาย หมดอายุ ขณะเดียวกัน ในส่วนพุทธสถานที่สำคัญอื่นๆก็ได้จัดสร้างห้องสุขาเพิ่มเติมเพื่อให้ผู้แสวงบุญไม่เดือดร้อน อาทิ ที่หลวงพ่อองค์ดำ เมืองนาลันทา และเส้นทางจากพุทธคยาไปเขาคิชฌกูฏ ที่สร้างขึ้นในวัดไทยลัฎวันมหาวิหาร เป็นต้น จึงขอฝากไปยังผู้ที่จะเดินทางไปแสวงบุญ ขอแค่ให้เตรียมสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงมากที่สุด ส่วนในเรื่องจิตใจนั้นเชื่อว่าทุกคนมีใจเต็มร้อยที่จะไปกราบพระพุทธเจ้า” นายมานัส สะท้อนถึงผลการติดตามศูนย์อำนวยความสะดวก

ด้าน พระมหานิพนธ์ ญาณวีโร เลขานุการเจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา และพระธรรมทูตสายอินเดีย-เนปาล กล่าวว่า วัดไทยทุกวัดในอินเดียและเนปาลจะร่วมกันดูแลพุทธศาสนิกชนทุกฝ่ายอย่างเต็มที่ จึงขอให้ชาวพุทธเตรียมตัวและเตรียมใจ ให้พร้อมสำหรับจะไปกราบพระพุทธเจ้า เราควรคิดว่าการเดินทางมาแสวงบุญที่อินเดียนั้น เป็นแบบที่อินเดียเป็น อย่านำความคิดและความศิวิไลซ์ของประเทศไทยมาเป็นตัวกำหนดการเดินทาง สำหรับสิ่งที่ชาวพุทธจะได้รับนอกจากองค์ความรู้ทางด้านพระพุทธศาสนาจากพระธรรมวิทยากรแล้ว อยากให้มาดูความเป็นอยู่ วิถีชีวิต วัฒนธรรมของคนที่นี่ ประเทศที่มีประชากรมากกว่า 1 พันล้านคน และมีความวุ่นวายเกิดขึ้นมากมาย แต่ประชากรก็สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างเป็นสุข เพราะต่างแก้ปัญหาด้วยการพูดคุยกัน ซึ่งถ้าเราเตรียมทั้งกายและใจให้พร้อม เราก็จะอยู่ในดินแดนพุทธภูมิได้อย่างมีความสุข

ทีมข่าวพระพุทธศาสนา มองว่า การตั้งศูนย์อำนวยความสะดวกผู้ประกอบศาสนกิจสังเวชนียสถานทั้ง 9 ศูนย์นี้ คือการเติมเต็มให้พุทธศาสนิกชนมีโอกาสได้ร่วมจาริกแสวงบุญยังแดนพุทธภูมิได้ โดยไม่มีข้อจำกัดในเรื่อง เพศ อายุ หรือชนชั้น

เพื่อครั้งหนึ่งในชีวิตได้สมความปรารถนาในการสัมผัสบรรยากาศ และน้อมจิตใจระลึก ถึงพระพุทธองค์อย่างใกล้ชิด.

ทีมข่าวศาสนา

กายสัมผัสพื้นที่ ใจและจิตสัมผัสพระพุทธองค์แรงปรารถนาและพลังแห่งความเลื่อมใสศรัทธาของพุทธบริษัท ที่ตั้งมั่นน้อมดวงจิตเพื่อเดินทางไปสักการบูชา ระลึกถึงองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ ในดินแดนพุทธภูมิ ประเทศอินเดีย... 12 ก.พ. 2561 15:07 ไทยรัฐ