วันจันทร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'สร้างคนไทยให้มีคุณภาพ' เปิดมุมมอง สสส. ในยุคไทยแลนด์ 4.0

ช่วงวัยเด็ก เป็นวัยที่สำคัญที่สุดสำหรับมนุษย์ทุกคน เนื่องจากเป็นวัยที่กำลังพัฒนาความสามารถของตัวเองอย่างมากในทุกๆ ด้าน 

นั่นคือความจริง แต่ยังเป็นความจริงเพียงส่วนเดียว เพราะไม่นานมานี้ ไทยรัฐออนไลน์ มีโอกาสได้นั่งคุยกับ อาจารย์เพ็ญพรรณ จิตตะเสนีย์ ประธานคณะกรรมการการจัดงานมหกรรมสานพลังร่วมสร้างสุขภาวะเด็ก เยาวชน และครอบครัว เกี่ยวกับการยกระดับความสามารถของคนไทยในทุกวัย ไม่เพียงเฉพาะเยาวชนเท่านั้น แต่เป็นประชาชนทุกกลุ่มวัย

จากสถิติ พบว่าโครงสร้างประชากรไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ ทำให้ส่งผลกระทบต่อศักยภาพและการพัฒนาประเทศในระยะยาว ในขณะที่คุณภาพคนไทยทุกกลุ่มวัยยังมีปัญหา ส่งผลต่อการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ทั้งในเรื่องของวิชาการ สุขภาพ และทักษะความรู้ความสามารถที่ส่งผลต่อผลิตภาพแรงงาน

นอกจากนี้ อาจารย์เพ็ญพรรณ ยังเล่าต่ออีกว่า การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร เศรษฐกิจ และสังคม ส่งผลให้ครอบครัวไทย มีขนาดเล็กลง และมีรูปแบบที่หลากหลายมากขึ้น กระแสการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีดิจิทัล ส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจและการดำรงชีวิตค่านิยมในสังคมไทยเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

จึงเป็นที่มาของการจัดงาน มหกรรมวิชาการสร้างเสริมสุขภาวะเด็ก เยาวชน และครอบครัว “กว่าทศวรรษ พัฒนาครอบครัวอบอุ่น สร้างคุณค่าคน คือ ผลงานของเรา” ระหว่างวันที่ 27-28 กุมภาพันธ์  พ.ศ.2561 ณ ศูนย์การประชุมอิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี

และนี่คือบทสัมภาษณ์ฉบับเต็ม...

Q: ประเทศไทยกำลังเผชิญกับปัญหาในกลุ่มวัยไหนมากที่สุด

สถานการณ์ปัจจุบันที่รัฐบาลให้ความสำคัญ ก็จะเห็นว่ามีการออกมาสนับสนุนเรื่องเด็กปฐมวัยมากที่สุด อย่างที่บอกว่าประเทศไทยกำลังจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ การเกิดจะน้อยลง ในอนาคตอีก 10 ปี ข้างหน้ามันจะกลายเป็นว่าเด็กเหล่านี้จะมีภาระในการเลี้ยงดูผู้สูงอายุในอัตรา เด็ก 1 คน ต่อผู้สูงอายุ 2 คน เพราะฉะนั้นการพัฒนาคนจึงต้องเริ่มพัฒนาตั้งแต่ยังเล็กๆ ถ้ามองในแง่ของนโยบายรัฐบาล การพัฒนาเด็กปฐมวัยจึงเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด

Q: มีแผนงานพัฒนาเด็กแต่ละกลุ่มวัยอย่างไร

เราใช้หลักการพัฒนาคนทุกช่วงวัยของรัฐบาล ประกอบเข้ากับแผนยุทธศาสตร์ 20 ปีของรัฐฯ เพื่อเป็นกรอบแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ โดยการวิเคราะห์ถึงปัญหาของแต่ละช่วงวัย อาทิ ปัญหาของกลุ่มเด็กตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 6 ขวบ ซึ่งปัญหาที่เราพบคือ ปัญหาพัฒนาการไม่สมวัย แต่บทบาทของ สสส.เราคือไม่ได้เข้าไปทำงานกับเด็กกลุ่มนี้โดยตรง แต่เราจะช่วยสนับสนุนองค์กรที่ที่ทำงานเกี่ยวกับเรื่องนี้ให้ได้มีเทคโนโลยี หรือนวัตกรรมที่เหมาะสม เพื่อให้เกิดการพัฒนาในรูปแบบใหม่ๆ

Q: เทคโนโลยีมีผลต่อเด็กมาก-น้อยแค่ไหน

ถ้าพูดถึงผลกระทบ อาจเกิดขึ้นกับเด็กเล็กไปจนถึงกลุ่มวัยรุ่น เรามองว่านวัตกรรมพวกนี้มันมาพร้อมกับความทันสมัยและสิ่งที่เรียกว่าความก้าวหน้า แต่สิ่งที่เราจะทำได้คือการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้และประโยชน์จากเทคโนโลยี เราไม่ได้ห้าม แต่ใช้แบบรู้เท่าทัน 

Q: ปัญหาใดน่ากังวลที่สุดสำหรับเด็กไทย

ความรุนแรงของปัญหามันตอบอยาก เพราะมันเป็นองค์ประกอบที่กระทบต่อตัวเด็กทั้งนั้น เพราะฉะนั้นถ้าไปดูจากสถิติมันก็จะมีแยกกัน เช่น เด็กไทยใช้เวลาในการที่จะอยู่หน้าจอนานมาก จนเกิดปัญหาด้านสุขภาพ หรือแนวโน้มการสูบบุหรี่ก็จะเป็นเด็กที่มีอายุน้อยลง คือแนวโน้มของประชาชนอาจลดลง ทั้งหมดนี้มันเป็นสถานการณ์ที่มาพร้อมๆกัน

Q: อะไรคือที่มาของการจัดงาน

เริ่มมาจากเป็นงานที่ สสส. โดยแผนสุขภาวะเด็ก เยาวชนและครอบครัว ให้การสนับสนุนการทำงานและสุขภาวะของเด็กเยาวชนและครอบครัว วัตถุประสงค์ของงานคือเราเน้นที่ตัวกลุ่มเป้าหมาย ก็คือเด็กตั้งแต่แรกเกิดถึงอายุ 25 ปี และครอบครัว แต่จริงๆ ครอบครัวก็สามารถที่จะเป็นเป้าหมายหรือเป็นเครื่องมือในการพัฒนาเด็กก็ได้ ในการประชุมเชิงวิชาการครั้งนี้ เป็นการรวบรวมผลงานที่ทำงานในระยะ 10 ปี ของ แผนกลุ่มเด็ก เยาวชน และครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นกลุ่ม ปฐมวัย กลุ่มวัยเรียน วัยรุ่น หรือกระทั่งครอบครัว ก็มีผลการทำงานที่สามารถแสดงได้เป็นรูปธรรมค่อนข้างเยอะ เราก็คิดว่าในงานมหกรรมครั้งนี้ ก็จะเป็นการนำเสนอผลงานในการพัฒนา กลุ่มวัยที่เรียกได้ว่าเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน ด้วยกระบวนการที่หลากหลาย เรียกได้ว่าเป็นการเผยแพร่ความรู้ที่เราได้ทำมาในระยะ 10 ปี

Q: ในงานมีอะไรน่าสนใจบ้าง

การจัดครั้งนี้มันมีหลายรูปแบบ แบ่งออกเป็น 6 พื้นที่ ได้แก่ 1.ปาฐกถาพิเศษ โดยศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ ประเวศ วะสี เรื่อง “สร้างคนไทยคุณภาพ:จากการเรียนรู้ร่วมกันในการปฏิบัติ” 2.เสวนาวิชาการ หัวข้อเรื่อง “การพัฒนามนุษย์ที่สมบูรณ์สู่ศตวรรษที่ 21 : จากการเรียนรู้ร่วมกันสู่นโยบาย” นำโดย ศ.กิตติคุณ ดร.เทียนฉาย กีระนันทน์ กรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปเพื่อรองรับการปรับเปลี่ยนตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 และ ประธานอนุกรรมการเตรียมคนไทยสู่ศตวรรษที่ 21 3.ประชุมเชิงปฏิบัติการ อาทิ เรื่อง “รูปแบบและกลไกเพื่อสร้างเสริมสุขภาวะเด็ก เยาวชนและครอบครัว” เรื่อง “เครื่องมือและเทคนิคการดำเนินงานเพื่อสร้างเสริมสุขภาวะเด็ก เยาวชนและครอบครัว 4.เรื่องเล่าบันดาลใจ จาก 4 คนต้นแบบ ได้แก่ คุณพิยดา จุฑารัตนกุล คุณณปภา ตันตระกูล พ.ต.นพ.สรวิชญ์ สุบุญ และดร.เนตรปรียา มุสิกไชย ชุมไชโย 5.ตลาดนัดภาคี ช้อปปิ้งสินค้าที่เกิดจากผลผลิต นวัตกรรมจากการทำงาน และ 6.นิทรรศการ ผลงานความสำเร็จในการดำเนินงานของภาคี เพื่อการสร้างเสริมสุขภาวะเด็ก เยาวชนและครอบครัว

Q: มองว่าประชาชนที่มาจะได้รับอะไรกลับไป

นอกจากความรู้ ความสนุกสนานเพลิดเพลินแล้ว ทุกคนที่มาจะเกิดความเข้าใจถึงความสำคัญของการพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็ก เยาวชน และครอบครัว

ไม่ว่าจะเด็กเล็ก-เด็กโต ครู ผู้บริหาร ผู้ปกครอง รวมถึงที่ประชาชนที่มากันทั้งครอบครัว ก็จะได้รับความเข้าใจในเรื่องที่เราอยากจะสื่อตามกิจกรรมต่างๆ ที่จัดไว้ใช้ฝึกปฏิบัติเพื่อส่งเสริมเด็กและเยาวชน 

Q: มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง

ไม่มีเลย ทุกอย่างในงานฟรีหมด

ผู้ที่สนใจเข้าร่วมงาน สามารถลงทะเบียนได้ ที่นี่ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ซึ่งงานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27-28 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2561 ณ ศูนย์การประชุมอิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี แล้วเจอกันนะจ๊ะ.

ช่วงวัยเด็ก เป็นวัยที่สำคัญที่สุดสำหรับมนุษย์ทุกคน เนื่องจากเป็นวัยที่กำลังพัฒนาความสามารถของตัวเองอย่างมากในทุกๆ ด้าน... 12 ก.พ. 2561 14:05 16 ก.พ. 2561 12:57 ไทยรัฐ