วันจันทร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'บิ๊กตู่' สงบอารมณ์ไม่ตอบโต้ หลัง 'แม้ว-ปู' โผล่เย้ยกลางกรุงปักกิ่ง

นายกฯ ไม่ตอบโต้หลัง 2 อดีตนายกฯ โผล่กลางกรุงปักกิ่ง กระแทกเท้าหนีหลังถูกสื่อรุมถาม บอกแค่เรื่องกระพี้ กร้าวยกศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เคารพ ก.ม.ไทยด้วย ขอแต่ละประเทศอย่าปล่อยให้คนทำผิดเคลื่อนไหว

เมื่อวันที่ 12 ก.พ. 61 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานงานวันสิทธิมนุษยชนสากล และกล่าวปาฐกถาพิเศษเพื่อประกาศ "วาระแห่งชาติ:สิทธิมนุษยชนร่วมขับเคลื่อน ไทยแลนด์ 4.0 เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน" ที่มีตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเอกอัครราชทูตประเทศต่างๆ เข้าร่วมกว่า 300 คน

โดยผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนเร่ิมการประชุม นายกฯ ได้เยี่ยมชมนิทรรศการที่ห้องโถงตึกสันติไมตรี และได้กล่าวตอนหนึ่งว่า ขณะนี้ยังขาดความเข้าใจในเรื่องของสิทธิมนุษยชน ซึ่งความจริงแล้วสิทธิมนุษยชนต้องไม่ละเมิดกฎหมาย และต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ เพื่อนำไปสู่สังคมที่ปรองดอง แต่ขณะนี้ประเทศไทยมี 2 คน ขยับอยู่ต่างประเทศ แต่กลับทำให้คนป่วนไปหมดในประเทศ ส่วนตัวจึงไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น
นอกจากนี้ นายกฯ ยังได้เยี่ยมชมเกม SIM Democracy ซึ่งเป็นเกมเมืองประชาธิปไตย ให้ผู้เล่นทอยลูกเต๋า เปิดการ์ดแล้วให้แก้ปัญหาในเรื่องของสิทธิมนุษยชน ประชาธิปไตย โดยนายกฯ ได้ขอให้ตั้งกติกาที่ลดความขัดแย้ง และมีธรรมาภิบาลในสังคม และกล่าวว่าหากใครทำผิดก็ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ขณะเดียวกันได้กล่าวย้ำอีกครั้งว่า ขยับทีเป็นข่าวไปหมด เดือดร้อนคนทั้งประเทศ

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกฯ มีสีหน้าดุดัน ขณะที่กล่าวถึงเรื่องนี้ พร้อมกันนี้คณะนักเรียนโรงเรียนราษฎร์บูรณะ (มูฮำหมัดอุทิศ) ได้ร้องลิเกฮูลูสิทธิและเสรีภาพให้นายกฯ ได้ฟัง ซึ่งนายกฯ ได้ชื่นชมในความสามารถของเด็กๆ ขณะเดียวกัน เมื่อชมการแสดง ทำให้นายกฯ มีสีหน้ายิ้มขึ้น จากนั้นนายกฯ ได้ขึ้นกล่าวบนเวทีตอนหนึ่งว่า การจะทำอะไรก็ตามต้องคำนึงถึงหลักฐาน ขั้นตอนกระบวนการยุติธรรม

"บางคนกระบวนการครบแล้ว ลงโทษไปแล้วยังเคลื่อนไหวอยู่ต่างประเทศ จะทำอย่างไร ซึ่งหลายประเทศเขามองในเรื่องของเศรษฐกิจแต่เพียงอย่างเดียว มองอื่นๆ เป็นเรื่องภายในของแต่ละประเทศ แต่ผมคิดว่าประเทศไทยก็มีศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์เหมือนกัน ฉะนั้นใครก็ตามที่ละเมิดกฎหมายของแต่ละประเทศ มาทำผิดในประเทศไทย ผมก็ดำเนินคดี จับกุมอยู่จำนวนมากพอสมควร แล้วส่งตัวตามกฎหมายกลับไปลงโทษที่ประเทศต้นทาง เพราะฉะนั้นทุกประเทศต้องเคารพในส่ิงเหล่านี้ด้วย อย่าให้มีการเคลื่อนไหวของคนที่ทำผิดกฎหมายของแต่ละประเทศ เมื่อเราเคารพกฎหมายคนอื่น ดังนั้น คนอื่นต้องเคารพกฎหมายเราด้วยเช่นกัน นั่นคือความเป็นศักดิ์ศรี ความเป็นมนุษย์ของประเทศไทย" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ต่อมา เวลา 10.20 น. ภายหลังการประชุม พล.อ.ประยุทธ์ ปฏิเสธที่จะตอบข้อซักถามสื่อมวลชนกรณีความเคลื่อนไหวของ นายทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยกล่าวเพียงว่า "ผมไม่มีความเห็น ก็เป็นเรื่องของต่างประเทศเขา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เขาก็ทำกันอยู่แล้วในเรื่องของการติดตามตัว ซึ่งที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่เข้าทำทุกครั้งและกับทุกคน ได้กลับมาบ้าง ไม่ได้กลับมาบ้าง"

ผู้สื่อข่าวพยายามถามว่า แต่ดูเหมือนความเคลื่อนไหวของ 2 อดีตนายกรัฐมนตรี มีความสอดคล้องกับความเคลื่อนไหวในประเทศไทยที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า "ก็ผมไม่สนใจ อย่าไปสนใจเลย พวกคุณไปสนใจเขาทำไมล่ะ คุณสนใจคนทำผิดกฎหมายทำไม และเรื่องนี้ผมไม่มองอะไรทั้งสิ้น อยู่ที่พวกสื่อจะไปให้ความสำคัญแค่ไหน พวกคุณไปให้ความสำคัญกับไอ้กระพี้ก็ตามใจคุณ ผมไม่สนใจหรอก"

เมื่อถามว่า แต่วันนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็ไปปรากฏตัวที่กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตัดบทด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวว่า "ไม่รู้ ไม่มีความคิดเห็นนะครับ ขอบคุณครับ"

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ได้เดินออกจากวงสัมภาษณ์ทันที โดยเมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ได้มีการสั่งการ และกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างไรบ้าง พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ตอบ แต่เดินกระแทกส้นเท้าเสียงดัง ก่อนเดินขึ้นบันไดตึกไทยคู่ฟ้า เป็นการสกัดกั้นอารมณ์ไม่ตอบโต้ทันที