วันพุธที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

Omega สักขีพยานความสำเร็จของสถิติอันยิ่งใหญ่

โดย Advertorial

กีฬาเป็นมากกว่าการแข่งขัน เพราะในฐานะมนุษย์คนหนึ่งแล้ว การสามารถข้ามผ่านขีดจำกัดของร่างกายและจิตใจเพื่อจะได้สัมผัสสถิติอันน่าจดจำ เป็นสิ่งสมค่ากับความพยายามอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในเกมกีฬาอันยิ่งใหญ่อย่างโอลิมปิก ซึ่งเวลาที่แม่นยำและสถิติครั้งสำคัญ คือขีดขั้นความสำเร็จของนักกีฬาอย่างแท้จริง จากก้าวแรกที่ได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในวิถีของเกมกีฬา Omega กับเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าขึ้นในแต่ละยุค คือสักขีพยานความสำเร็จของสถิติอันยิ่งใหญ่

มากกว่ากีฬา คือสถิติที่น่าจดจำ

นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1932 จนถึงปัจจุบัน Omega ได้ทำหน้าที่เป็นผู้จับเวลาอย่างเป็นทางการให้กับกีฬาโอลิมปิกมาแล้วถึง 27 ครั้ง ซึ่งนั่นทำให้ได้เห็นการสร้างและทำลายสถิติใหม่ๆ รวมถึงเป็นส่วนหนึ่งในเหตุการณ์ที่สร้างประวัติศาสตร์และตำนานมากมายในห้วงเวลาสำคัญของมวลมนุษยชาติผ่านกีฬาโอลิมปิก การเป็นส่วนหนึ่งในฐานะผู้สร้างสรรค์เทคโนโลยีต่างๆ ในการบันทึกทุกวินาทีที่มีความหมายนี้ ทำให้ Omega เห็นคุณค่าและความหมายอันยิ่งใหญ่ของหัวใจความเป็นนักกีฬา เพื่อข้ามผ่านขีดจำกัดของมนุษย์ และได้สัมผัสสถิติอันน่าจดจำ

Omega เริ่มทำหน้าที่เป็นผู้จับเวลากีฬาโอลิมปิกอย่างเป็นทางการในปี ค.ศ. 1932 ที่ลอสแอนเจลิส ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของประวัติศาสตร์แห่งการจับเวลากีฬา โดย Omega ได้จัดเตรียมนาฬิกาจับเวลาแบบความเที่ยงตรงสูงจำนวน 30 เรือน ที่ผ่านการทดสอบในระดับโครโนมิเตอร์แล้วโดยหอดูดาวแห่งเมืองเนอชาแตล เพื่อการใช้งานจับเวลากีฬาทุกประเภทซึ่งทำได้ละเอียดถึงเศษ 1/5 และ 1/10 วินาที ความแม่นยำเช่นนี้เองที่ทำให้คณะกรรมการจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเลือกไว้วางใจ Omega ให้ทำหน้าที่สำคัญดังกล่าวเรื่อยมา ในขณะเดียวกันกับที่ Omega เองก็ไม่เคยหยุดยั้งการคิดค้นและสร้างสรรค์เทคโนโลยีเพื่อช่วงเวลาอันแสนสำคัญของทั้งนักกีฬาในสนาม และผู้ชมทั่วทั้งโลก

ระบบต่างๆ หลายชนิดถูกพัฒนาขึ้นในทุกยุคสมัย แรงปรารถนาของ Omega คือการช่วยยกระดับความแม่นยำในการตัดสินผู้ชนะ เพราะในห้วงเวลาสำคัญเช่นนั้น เสี้ยววินาทีล้วนมีความหมายต่อนักกีฬาทุกคน รวมจนถึงสถิติครั้งใหม่ของมวลมนุษยชาติด้วย ในปี ค.ศ. 1948 Omega ได้ใช้กล้องถ่ายภาพแบบโฟโตอิเล็กทริกเป็นครั้งแรกที่การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวที่เซนต์มอริทซ์ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ระบบจับเวลาเริ่มทำงานได้โดยอัตโนมัติทันทีที่มีการเปิดประตูปล่อยตัว สำหรับกีฬากรีฑานั้น Omega ก็มีการวิจัย พัฒนาและผลิตอุปกรณ์เพื่อใช้จับเวลาการแข่งขันเช่นกัน ได้แก่ ปืนปล่อยตัวแบบอิเล็กทรอนิกส์ ชุดแท่นปล่อยตัวแบบมีลำโพงสัญญาณ ระบบตรวจจับการออกตัวก่อนเวลา และกล้องประจำเส้นชัย Scan’O’Vision Myria ซึ่งสามารถถ่ายภาพดิจิตอลได้รวดเร็วถึง 10,000 ภาพต่อวินาทีและถูกนำมาใช้ในกีฬาโอลิมปิกเป็นครั้งแรกที่ รีโอเดจาเนโร ในปี ค.ศ. 2016

มนุษย์สามารถข้ามผ่านขีดจำกัดและผ่านขีดขั้นเพื่อสัมผัสสถิติใหม่ๆ ได้ในทุกยุคสมัย ยิ่งเมื่อนักกีฬาทุกประเภททุกคนมีความว่องไวและแข็งแกร่งยิ่งขึ้น การพัฒนาเทคโนโลยีที่ใช้ในเกมการแข่งขันให้มีประสิทธิภาพยิ่งกว่าเดิมก็ยิ่งมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ เทคโนโลยีจึงต้องก้าวตามให้ทันขีดขั้นความสามารถของนักกีฬาทุกประเภท ในปี ค.ศ. 1956 Omega นำเสนอนวัตกรรมที่โดดเด่นที่สุดในเวลานั้นคือเครื่อง Swim Eight-O-Matic Timer ที่เมลเบิร์น ซึ่งเป็นเครื่องจับเวลากึ่งอัตโนมัติของกีฬาว่ายน้ำเครื่องแรกที่มีการแสดงผลแบบดิจิตอล ช่วยให้ผู้จับเวลาแยกแยะระหว่างนักกีฬาว่ายน้ำสองคนที่แตะขอบสระในช่วงเวลาเกือบจะพร้อมกันได้

แต่เทคโนโลยีที่น่าสนใจอย่างมากเกิดขึ้นปี ค.ศ.1968 นั่นคือแผ่นสัมผัสหยุดเวลาในสระว่ายน้ำ ซึ่งทำให้นักกีฬาสามารถหยุดเวลาได้ด้วยมือของตนเอง โดยไม่ต้องมีผู้จับเวลาอยู่ริมสระอีกต่อไป และกลายเป็นแนวทางในการพัฒนาเทคโนโลยีในเวลาต่อมา อย่างสิ่งที่เกิดในปี ค.ศ.2012 โดยมีระบบ Open Water Gate ซึ่งไม่เพียงแค่บันทึกเวลาแตะขอบสระของนักกีฬาเท่านั้น แต่ยังบันทึกตำแหน่งระหว่างทางโดยใช้อุปกรณ์ติดตามตัวได้ด้วย แท่นปล่อยตัวนักว่ายน้ำรุ่นใหม่ของ Omega ที่ใช้ในศูนย์กีฬาในร่มจะมีฟังก์ชั่นชื่อ Swimming Light Show สำหรับผู้ชมซึ่งจะเป็นการบ่งบอกว่านักกีฬาคนใดเข้าอันดับที่หนึ่งด้วยไฟหนึ่งดวงบนแท่นปล่อยตัว สองดวงหมายถึงอันดับที่สอง และสามดวงหมายถึงอันดับที่สาม แต่ที่สุดของเทคโนโลยีการจับเวลาในปี ค.ศ. 2012 นั้นก็คือ Quantum Timer ซึ่งมีความละเอียดถึงเศษ 1/1000000 วินาที มีนาฬิกาเป็นอิสระแยกกัน 16 เรือน สามารถแสดงค่าจับเวลาได้ 16 ค่า และส่งผลทั้งหมดนี้ไปยังกระดานคะแนนหรือขึ้นจอโทรทัศน์ได้

สำหรับกีฬาสเกตความเร็วนั้นเป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาวมาตั้งแต่การจัดครั้งแรกที่ชาโมนิกซ์ในปี ค.ศ. 1924 จนกระทั่งเริ่มมีการแข่งกีฬาสเกตความเร็วในฝั่งของผู้หญิงแบบเต็มรูปแบบในกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวที่สคอวล์แวลลีย์ขึ้นในปี ค.ศ. 1960 ด้วยความเร็วระดับเกินกว่า 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จึงทำให้กีฬาชนิดนี้เป็นกีฬาที่ใช้กำลังมนุษย์ที่มีความเร็วสูงสุดประเภทหนึ่งในโลกโดยไม่มีอุปกรณ์กลไกเสริม ในสนามแข่งขันจึงต้องมีเครื่องนับรอบอยู่ใกล้กับเส้นชัยเพื่อให้นักกีฬาทราบว่าตนยังต้องไปต่ออีกกี่รอบ และทราบผลเวลาเข้าเส้นชัยโดยนับจากเวลาที่ปลายใบมีดของรองเท้าสเกตข้ามเส้นลำแสงบนพื้นผิวของน้ำแข็งที่เส้นชัย ประกอบกับเวลาที่ได้จากกล้องประจำเส้นชัย Myria ที่ถ่ายภาพได้อย่างรวดเร็วถึง 10,000 ภาพต่อวินาที ความสำคัญจึงอยู่ที่ผู้จับเวลาและเทคโนโลยีการจับเวลาอย่าง เพราะในแต่ละการแข่งขันนั้นจะต้องเฉือนกันที่เศษเสี้ยวละเอียดถึง 1/1000 วินาทีกันเลยทีเดียว

การนำเทคโนโลยีสำคัญต่างๆ เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งเข้ามาใช้ในการจับเวลาการแข่งขัน จึงถือเป็นมาตรฐานสำคัญของเกมการแข่งขันอย่างโอลิมปิกจนถึงปัจจุบัน ทั้งนี้ก็เพื่อให้นักกีฬาทุกคนที่ได้ขึ้นแท่นรับรางวัลในวันนี้โดยทราบถึงความสามารถที่แท้จริงของตนได้อย่างแม่นยำที่สุด และความภาคภูมิใจที่จะถูกบันทึกอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์ตราบเท่านาน และในอีกไม่ช้านี้ นักกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว ค.ศ. 2018 ที่เปียงชาง (PyeongChang 2018) ก็จะได้สัมผัสกับความทุ่มเทที่ Omega มีให้กับการจับเวลาการแข่งขันต่างๆ อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเป็นเจตจำนงและความมุ่งมั่นที่มีมาแต่แรกเริ่มจวบจนถึงวันนี้เช่นกัน

คุณค่าแห่งเวลาที่แม่นยำและน่าประทับใจ

โอลิมปิกกับสถิติจึงมีความสำคัญต่อความสำเร็จของมนุษยชาติเสมอมา และเพื่อยืนยันถึงความมุ่งมั่น รวมถึงนับถอยหลังสู่โอลิมปิกฤดูหนาวที่เปียงชางในปี ค.ศ. 2018 นี้ Omega ได้เปิดตัวนาฬิการุ่น SeamasterPlanet Ocean “PyeongChang 2018” ให้เป็นตัวแทนแห่งความเที่ยงตรงระดับโลกที่จะยังคงเป็นสักขีพยานแห่งเกมกีฬาอันยิ่งใหญ่ในครั้งนี้ รวมถึงต่อเนื่องไปเมื่อการแข่งขันสิ้นสุดลงแล้ว 

Omega SeamasterPlanet Ocean “PyeongChang 2018” ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 2,018 เรือน ด้วยตัวเรือนสเตนเลสสตีล พร้อมรูปลักษณ์โดดเด่นมีเอกลักษณ์ด้วยการใช้สีน้ำเงินและสีแดงเหมือนสีของธงชาติเกาหลี ผสานเทคโนโลยีที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นการใช้หน้าปัดเซรามิก [ZrO2] สีน้ำเงินขัดเงาประดับหลักชั่วโมงแบบผนึกติดชุบโรเดียม และเคลือบด้วยสารเรืองแสงซุปเปอร์ลูมิโนว่าสีขาวที่จะเรืองแสงเป็นสีฟ้าในที่มืด เข็มชั่วโมงและเข็มนาทีมีสารเรืองแสงสีนี้ ในขณะที่เข็มวินาทีและจุดบนขอบตัวเรือนจะใช้สารที่เรืองแสงเป็นสีเขียว เพื่อช่วยแยกแยะให้เกิดความชัดเจน ขอบตัวเรือนหมุนได้ทิศทางเดียวแบบที่ใช้ในการดำน้ำ นาฬิการุ่นนี้มีวงแหวนเซรามิกสีน้ำเงินขัดเงา และเป็นนวัตกรรมแรกของโลกที่มีการใช้ทั้งยางสีแดงในช่วง 15 นาทีแรกประกอบกับวัสดุชื่อลิควิดเมทอลของ Omega ตามสเกลนาทีและจุดที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกา ในขณะที่เม็ดมะยมแบบขันเกลียวพร้อมโลโก้ Omega อยู่ทางขวามือของหน้าต่างวันที่ที่ตำแหน่ง 3 นาฬิกา และมีวาล์วปล่อยก๊าซฮีเลียมที่ตำแหน่ง 10 นาฬิกาซึ่งมีอักษร He เป็นตัวนูนกำกับอยู่ นอกจากนี้ยังใช้แซฟไฟร์คริสตัลทรงโดมแบบทนทานต่อการขีดข่วนทางด้านหน้าของตัวเรือนนั้นได้รับการเคลือบสารป้องกันแสงสะท้อนทั้งด้านในและด้านนอก ส่วนฝาหลังแบบขันเกลียวลวดลายอัลวีโอลแบบใหม่นั้นก็มีการแกะสลักคำว่า PLANET OCEAN และ LIMITED EDITION ตลอดจนหมายเลขประจำตัวเรือนเป็นสีน้ำเงิน บนแซฟไฟร์คริสตัลของฝาหลังมีการพิมพ์ชื่อ “PyeongChang 2018” และโลโก้ของการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวเพื่อบ่งบอกอย่างเด่นชัด

Omega Seamaster Planet Ocean “PyeongChang 2018” สวมใส่ด้วยสายยางสีน้ำเงินแบบมีโครง เดินด้ายและรองพื้นสีแดงสลับกับสีน้ำเงิน และบรรจุในกล่องแบบพิเศษเพื่อการวางตั้งแสดงโดยเฉพาะ ในชุดมีสายสเตนเลสสตีลมาพร้อมอีกหนึ่งเส้นและมีอุปกรณ์เปลี่ยนสายเพื่อความสะดวกในการสับเปลี่ยนไปมาโดยตัวเจ้าของนาฬิกาเอง โดยหัวใจแห่งการทำงานของนาฬิการุ่นนี้คือ เครื่องโคแอ็กเซียลมาสเตอร์โครโนมิเตอร์รุ่นคาลิเบอร์ 8900 ของ Omega ซึ่งผ่านการทดสอบในระดับสูงสุดของวงการนาฬิกามาแล้ว โดยประกอบด้วยการทดสอบอันหนักหน่วงมากถึง 8 ขั้นตอนในระยะเวลา10 วัน ตามที่กำหนดโดยสถาบัน METAS ของรัฐบาลกลางแห่งประเทศสวิตเซอร์แลนด์ Omega Seamaster Planet Ocean “PyeongChang 2018” เรียกได้ว่าเป็นเรือนเวลาสุดพิเศษสำหรับนักสะสมที่เป็นสื่อแทนถึงเกมกีฬาระดับโลกอันยิ่งใหญ่นี้อย่างเต็มภาคภูมิแห่งแบรนด์นาฬิการะดับโลกอย่าง Omega อย่างแท้จริง

คุณค่าแห่งเวลาและสถิติอันน่าจดจำจึงถูกเผยตัวอีกครั้งผ่าน Omega Seamaster Planet Ocean “PyeongChang 2018” ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งสักขีพยานแห่งความสำเร็จและประวัติศาสตร์ของมวลมนุษยชาติเช่นกัน

กีฬาเป็นมากกว่าการแข่งขัน เพราะในฐานะมนุษย์คนหนึ่งแล้ว การสามารถข้ามผ่านขีดจำกัดของร่างกายและจิตใจเพื่อจะได้สัมผัสสถิติอันน่าจดจำ เป็นสิ่งสมค่ากับความพยายามอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในเกมกีฬาอันยิ่งใหญ่อย่างโอลิมปิก... 12 ก.พ. 2561 13:18 13 ก.พ. 2561 14:39 ไทยรัฐ