วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นักท่องเที่ยวหัวใจเขียว เที่ยวอย่างมีจิตสำนึก

“การท่องเที่ยวอย่างมีจิตสำนึก”...ท่ามกลางบรรยากาศป่าเขาลำเนาไพร ต้องรู้และเข้าใจว่า “สัตว์ป่า” ควรจะอาศัยอยู่ในป่า หากพบเห็นก็ควรแค่ดู ศึกษาวิถีชีวิตตามธรรมชาติของมัน

นอกจากนี้ ยังต้องให้ความสำคัญกับการหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารพื้นถิ่นที่มีส่วนประกอบเป็นสัตว์ป่า เพื่อเป็นการไม่ส่งเสริมสนับสนุนวงจรการล่าสัตว์ป่าเพื่อประโยชน์ทางการค้า

เหมือนคนละเรื่องเดียวกัน แต่ไปด้วยกันได้ “ขับเคลื่อนท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเพื่อนักท่องเที่ยวหัวใจสีเขียว” เดินหน้าโดย องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. มีหลายประเด็นที่เป็นกุญแจไขปัญหาเก่าๆ อาทิ จำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มมากขึ้น...รายได้ที่เพิ่มมากขึ้นที่ล้วนมาพร้อมๆกับความเสื่อมโทรมของแหล่งท่องเที่ยว สภาพแวดล้อมถูกทำลายลง...หากไม่มีการบริหารจัดการที่ดี

หัวใจสำคัญอยู่ที่การจัดการอย่างบูรณาการครอบคลุม 4 มิติ ประกอบด้วย หนึ่ง...การบริหารจัดการอย่างยั่งยืน สอง...การเพิ่มผลประโยชน์และลดผลกระทบเชิงลบทางสังคมเศรษฐกิจแก่ชุมชนท้องถิ่น

สาม...การเพิ่มผลประโยชน์และลดผลกระทบเชิงลบทางวัฒนธรรมแก่ชุมชนและนักท่องเที่ยว และ สี่...การเพิ่มผลประโยชน์และลดผลกระทบเชิงลบทางสิ่งแวดล้อม

ความสำเร็จที่ผลิดอกออกผลให้เห็นแล้วในวันนี้ ที่ อพท.พัฒนาพื้นที่ที่มีศักยภาพในการท่องเที่ยวให้มีการบริหารจัดการพื้นที่ด้วยการมีส่วนร่วมในการคิด วางแผนปฏิบัติ และร่วมรับผลประโยชน์ ในพื้นที่พิเศษ 6 แห่ง

พื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยง, พื้นที่พิเศษเมืองพัทยาและพื้นที่เชื่อมโยง, พื้นที่พิเศษอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย-ศรีสัชนาลัย-กำแพงเพชร, พื้นที่พิเศษเลย, พื้นที่พิเศษเมืองเก่าน่าน และพื้นที่พิเศษเมืองโบราณอู่ทอง...ภายใต้เกณฑ์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก

“นักท่องเที่ยวจะต้องเคารพกติกาของชุมชน ขณะที่ชุมชนจะต้องเคารพนักท่องเที่ยวแบบไปด้วยกัน จึงจะเกิดความสมดุลของการท่องเที่ยวทำให้แหล่งท่องเที่ยวอยู่ได้อย่างยั่งยืน ขณะที่นักท่องเที่ยวก็ได้ชื่นชมธรรมชาติที่งดงามจากแหล่งท่องเที่ยวด้วย”

หลายพื้นที่นักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนเพื่อสัมผัสความงามผืนป่ามากขึ้นเรื่อยๆ ต่างก็มีความหลากหลายในพฤติกรรม ย่อมส่งผลกระทบต่อพื้นที่และระบบนิเวศของผืนป่าอย่างแน่นอน

ปัญหาที่สำคัญที่ส่งผลคือขยะ...ของเสียที่เกิดจากกิจกรรมการท่องเที่ยว รวมทั้งปัญหาการให้อาหารสัตว์ป่าที่เกิดจากความรู้เท่า ไม่ถึงการณ์ นำมาซึ่งพฤติกรรมสัตว์ป่าที่เปลี่ยนไป

ประเทศไทยต้องใช้ “ท่องเที่ยว”...แก้ปัญหาความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำ พันเอก ดร.นาฬิกอติภัค แสงสนิท ผู้อำนวยการ อพท. บอกว่า เราได้ร่วมมือกับคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทำการศึกษาวิจัยการจ้างแรงงานในพื้นที่พิเศษ เปรียบเทียบระหว่างธุรกิจท่องเที่ยวที่เป็นภาคีเครือข่ายและที่ไม่ได้เป็นภาคีเครือข่าย ในปีงบประมาณ 2560

ผลการวิจัยพบอัตราการจ้างแรงงานท้องถิ่นในพื้นที่พิเศษ มีการจ้างแรงงานในท้องถิ่นร้อยละ 34.25 ขณะที่ธุรกิจท่องเที่ยวที่เป็นภาคีเครือข่ายของ อพท. มีการจ้างแรงงานท้องถิ่นในอัตราสูงถึงร้อยละ 62.46

โดยอัตราการเติบโตของการจ้างแรงงานเปรียบเทียบ ระหว่างปี 2559 กับปี 2560 พบว่า ธุรกิจท่องเที่ยวภาพรวมในพื้นที่พิเศษ มีการจ้างแรงงานท้องถิ่นลดลงร้อยละ 29.73 ขณะที่ธุรกิจท่องเที่ยวที่เป็นภาคีเครือข่ายของ อพท. มีการจ้างแรงงานท้องถิ่นเพิ่มขึ้นร้อยละ 32.96

เพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงลึกอันจะนำไปสู่การพัฒนาในระยะต่อไป ตามที่ อพท.นำมาตรฐานเกณฑ์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก (Global Sustainable Tourism Criteria : GSTC) ที่ให้ความสำคัญกับการจ้างงานในผู้สูงวัยและผู้พิการ เพื่อสร้างความเท่าเทียมกันทางเศรษฐกิจ...ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม มาประยุกต์ใช้ในพื้นที่พิเศษ

ในปี 2560 พบว่า ภาพรวมการจ้างแรงงานในพื้นที่พิเศษ ทุกๆ 100 คน มีการจ้างแรงงานท้องถิ่น 34 คน...ผู้พิการ 1 คน และผู้สูงอายุ 6 คน ขณะที่ธุรกิจท่องเที่ยวที่เป็นภาคีเครือข่ายของ อพท. ในพื้นที่พิเศษมีการจ้างแรงงานท้องถิ่น 62 คน...ผู้พิการ 1 คน และผู้สูงอายุ 5 คน

ตัวเลขข้างต้นนี้สะท้อนว่า...ผลจากการดำเนินงานพัฒนาชุมชนและภาคีเครือข่ายของ อพท.ในพื้นที่พิเศษสามารถช่วยกระจายรายได้ในภาคท่องเที่ยวให้กลับคืนสู่ชุมชนเจ้าของพื้นที่ได้เพิ่มขึ้น จากตัวเลขอัตราการจ้างแรงงานท้องถิ่นที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มที่เป็นภาคีเครือข่ายของ อพท. อันจะส่งผลดีต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ

ก่อเกิดการกระจาย “รายได้” อย่างแท้จริง...ช่วยสร้าง “ประโยชน์” ให้ชุมชนมีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน

สำหรับแผนการดำเนินงานในปีงบประมาณ 2561 ยังคงดำเนินการในกรอบยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เน้นย้ำการทำงานด้านการพัฒนาการท่องเที่ยวเพิ่มศักยภาพให้ชุมชน และใช้กลไกทางการท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือ “แก้ไขปัญหาความยากจน” และ “ยกระดับเศรษฐกิจของประเทศ” นำมาซึ่งการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมตามนโยบายของ พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแล อพท.

“ปีงบประมาณ 2561 อพท.ยังคงใช้แผนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวโดยชุมชน หรือ CBT Thailand ที่มีเครื่องมือเกณฑ์มาตรฐานการท่องเที่ยวของสภาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก เป็นเครื่องมือในการพัฒนาชุมชน โดยจะขยายไปยังชุมชนอื่นๆในพื้นที่พิเศษ และชุมชนในเขตพัฒนาการท่องเที่ยวทั้ง 9 คลัสเตอร์ ครอบคลุม 38 จังหวัด”

นอกจากนี้ อพท.ยังใช้กลไกการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเพื่อสร้างความอยู่ดีมีสุขให้กับชุมชนซึ่งเป็นฐานรากสำคัญของเศรษฐกิจประเทศไทย ตามวิสัยทัศน์ อพท. “เป็นองค์กรแห่งความเป็นเลิศด้านการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเพื่อสร้างชุมชนแห่งความสุข”

ต้องย้ำว่าเป้าหมายการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในปี 2561 คาดว่าจะสามารถพัฒนาการท่องเที่ยวภายใต้การบริหารจัดการตามเกณฑ์ GSTC มาสนับสนุน...ส่งเสริมให้ชุมชนในแหล่งพื้นที่ท่องเที่ยวมีความเข้มแข็งบนพื้นฐานของชุมชนเอง เพื่อเป็นเครื่องมือในการกระจายรายได้... ลดความเหลื่อมล้ำในสังคม

อาทิ ประชาชนในพื้นที่พิเศษผ่านเกณฑ์ประเมินระดับความอยู่ดีมีสุข ไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 นักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวในพื้นที่มีความสุข ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ประชาชนในพื้นที่มีรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ไม่น้อยกว่าร้อยละ 15

ดัชนีความเหลื่อมล้ำทางด้านรายได้ (Gini Coefficient) ของประชาชนในพื้นที่พิเศษต่ำกว่า 0.41 ระดับการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70...มีจำนวนพื้นที่/ต้นแบบการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโดยกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน อย่างน้อย 40 พื้นที่/ต้นแบบ

ตลอดจนการบรรลุตามกิจกรรมที่ดำเนินการผ่านการขับเคลื่อนของภาคีเครือข่ายสร้างความภูมิใจในวิถีชีวิตและอัตลักษณ์แบบ “ไทยนิยม” และการมีส่วนร่วม “ประชารัฐ” สู่ความยั่งยืนร้อยละ 100

พันเอก ดร.นาฬิกอติภัค แสงสนิท ผู้อำนวยการ อพท. ฝากทิ้งท้ายว่า ภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนที่ศรัทธาในการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนได้เข้ามามีส่วนในการ “ร่วมคิด ร่วมวางแผน ร่วมปฏิบัติ ร่วมรับผิดชอบ และร่วมรับผลประโยชน์”...เดินหน้าเพื่อบรรลุเป้าหมาย สุขใจท่องเที่ยวไทยอย่างสร้างสรรค์...และยั่งยืน

ชุมชนมีรายได้เพิ่ม เข้าสู่ยุค “ทำน้อยแต่ได้มาก” สอดรับกับนโยบาย “ไทยแลนด์ 4.0”.

“การท่องเที่ยวอย่างมีจิตสำนึก”...ท่ามกลางบรรยากาศป่าเขาลำเนาไพร ต้องรู้และเข้าใจว่า “สัตว์ป่า” ควรจะอาศัยอยู่ในป่า หากพบเห็นก็ควรแค่ดู ศึกษาวิถีชีวิตตามธรรมชาติของมัน... 12 ก.พ. 2561 09:39 12 ก.พ. 2561 09:44 ไทยรัฐ