วันเสาร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หัวหน้าชุดพญาเสือ แฉเปรมชัย ปลูกบ้าน-บนภูเขา

ครอบครองทั้งลูกที่ภูเรือ ประสานจนท.สอบอีกคดี ผู้ใหญ่ให้กำลังใจ‘วิเชียร’

“หัวหน้าวิเชียร” หอบลูกน้องให้ปากคำตำรวจ เปิดประตูต้อนรับพรานไฮโซเข้าป่า ย้ำทุกคนกำลังใจดีพร้อมสู้เพื่อพิทักษ์ผืนป่า ผบก.ปทส. เผยที่ปรึกษาบริษัท อิตาเลียนไทย อดีตข้าราชการกรมอุทยานฯ ยังล่องหนไม่ตอบรับให้ปากคำประสานเจ้าสัวเข้าพื้นที่ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ชุดพญาเสือเตรียมลงพื้นที่เก็บหลักฐานเพิ่มเติมหวังอุดช่องโหว่ โฆษกกรมอุทยานฯ ชี้ป่าทุ่งใหญ่-ห้วยขาแข้ง สวรรค์ของแก๊งล่าสัตว์ โพลนิด้าแนะลงโทษรุนแรงกำราบพวกลอบล่าสัตว์ป่า

ยังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ กรณีเจ้าสัวธุรกิจรับเหมานายเปรมชัย กรรณสูต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) กับพวกรวม 4 คน ถูกนายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี บุกจับคาแคมป์กลางป่าพร้อมปืนและเครื่องกระสุน กับซากเสือดำ เก้ง และไก่ฟ้าหลังเทาว่าเจ้าหน้าที่รัฐจะสามารถเอาผิดแก๊งพรานไฮโซได้หรือไม่ พนักงานสอบสวน สภ.ทองผาภูมิ ออกหมายเรียกนายนพดล พฤกษะวัน อดีตข้าราชการกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่ปรึกษาบริษัท อิตาเลียนไทยฯ ทำหน้าที่ประสานให้นายเปรมชัยกับพวกเข้าพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ามาให้ปากคำในฐานะพยาน รวมถึงเรียกเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า 2 นาย ทำหน้าที่บริเวณประตูทางเข้า วันที่นายเปรมชัยเข้าพื้นที่ป่าเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานสรุปสำนวนคดี

ความคืบหน้าการสอบสวนดำเนินคดีแก๊งพรานไฮโซ เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 11 ก.พ. ที่ สภ.ทองผาภูมิ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี นายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก นำเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า 2 นาย เดินทางเข้าพบ ร.ต.ท.สุมิตร บุญยะนิจ รอง สว. (สอบสวน) สภ.ทองผาภูมิ เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติมหลังทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยและเปิดประตูให้นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) พร้อมพวกรวม 4 คน เข้ามาในพื้นที่ โดยใช้เวลาสอบปากคำ 2 ชั่วโมง

ขณะเดียวกัน นายวิทยา หงษ์เวียงจันทร์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 จ.นครสวรรค์ พร้อมนายอภิชา อยู่สมบูรณ์ ผู้อำนวยการส่วนรักษ์สัตว์ป่า หัวหน้าผู้ประสานงานมรดกโลกทางธรรมชาติทุ่งใหญ่–นเรศวร ห้วยขาแข้ง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเดินทางมาให้กำลังใจกับนายวิเชียรและคณะอย่างใกล้ชิด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวิเชียรมีสีหน้าเป็นปกติและยิ้มแย้ม ไม่ได้วิตกกังวลแต่อย่างใด พร้อมกล่าวว่า ผู้บังคับบัญชาได้เฝ้าติดตามและให้ความช่วยเหลือ ตอนนี้ตนสบายใจดี ไม่ต้องห่วงว่าจะท้อถอย ผู้ดูแลทุ่งใหญ่ฯและเจ้าหน้าที่ทุกคนพร้อมจะสู้ เพราะมันเป็นเรื่องของศักดิ์ศรีและหน้าที่

พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. กล่าวว่า ขณะนี้เจ้าของสำนวนคดียังเป็นของ สภ.ทองผาภูมิ แต่ บก.ปทส.ได้ร่วมสอบสวนเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯในทางคู่ขนาน รวมทั้งสืบสวนในทางลับ ยังไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้มาก ส่วนคดีนี้ บก.ปทส. จะรับมาเป็นเจ้าของคดีหรือไม่ ขึ้นอยู่กับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. จะเป็นผู้พิจารณา บก. ปทส. เป็นหนึ่งในหน่วยงานของตำรวจสอบสวนกลาง มีอำนาจเป็นหน่วยงานกลางในการสอบสวนคดีทั่วประเทศ ยืนยันว่าหากมีการโอนคดีมาพร้อมที่จะรับมาดำเนินการต่อ

พล.ต.ต.ปัญญา ปิ่นสุข ผบก.ปทส. เปิดเผยว่า ขั้นตอนของคดีอยู่ระหว่างสอบสวน และรวบรวมข้อมูลเพื่อหาข้อเท็จจริง ขอเวลาเจ้าหน้าที่ทำงานสักระยะ เมื่อวันที่ 10 ก.พ.ที่ผ่านมา ตำรวจออกหมายเรียกครั้งที่ 1 ให้นายนพดล พฤกษะวัน อดีตข้าราชการกรมอุทยานฯ ที่ปรึกษาบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) มาพบพนักงานสอบสวนแล้ว หลังถูกอ้างว่าเป็นผู้ประสานให้นายเปรมชัยกับพวกเข้าไปในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตกนั้น แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถติดต่อได้ หากไม่มาตามหมายเรียก จะออกหมายเรียกครั้งที่2 ตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป ส่วนคดีนายเปรมชัยเรื่องการล่าสัตว์ เป็นการทำงานของตำรวจ สภ.ทองผาภูมิ เป็นผู้ดำเนินการหลัก ส่วน บก.ปทส.ช่วยสนับสนุนทำคดีของการขออนุญาตเข้าพื้นที่เขตอุทยานฯ

สำหรับบรรยากาศตั้งแต่ช่วงเช้าที่ บก.ปทส. เป็นไปด้วยความเงียบเหงา เพราะเป็นวันหยุดราชการ พบเพียงเจ้าหน้าที่สิบเวรเข้าเวรดูแลความเรียบร้อยตามปกติ มีสื่อมวลชนบางสำนักมาเฝ้าติดตามคดีจำนวนหนึ่ง

นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าชุดพญาเสือ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวถึงกรณีนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) พร้อมพวกรวม 4 คน เข้าไปล่าสัตว์ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ฝั่งตะวันตก ว่าในวันที่ 13-14 ก.พ.นี้ ตนพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่นิติวิทยา-ศาสตร์จะลงพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่ฯ จุดเกิดเหตุเก็บข้อมูลเพิ่มเติมในส่วนที่อาจจะเป็นช่องโหว่ รวมทั้งเก็บภาพมุมสูงและคำนวณระยะเวลาเดินทางในแต่ละจุดให้มีความชัดเจน โดยเฉพาะประเด็นที่กลุ่มนายเปรมชัยอ้างว่าซื้อซากสัตว์ป่ามาจากร้านค้าของชาวบ้าน จะต้องไปตรวจสอบและเก็บข้อมูลพยานหลักฐานต่างๆให้ครบถ้วน ส่วนคลิปเสียงการสนทนาของกลุ่มนายเปรมชัย ระบุว่า นายเปรมชัยยังมีบ้านที่ อ.ภูเรือ จ.เลย เป็นภูเขาทั้งลูก เรื่องนี้จะประสานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้เข้าไปตรวจสอบว่าพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในบริเวณใดและอยู่ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์หรือป่าสงวนแห่งชาติหรือไม่ หากตรวจสอบพบว่าอยู่ในพื้นที่ป่าก็ต้องดำเนินคดีทางกฎหมายต่อไป

นายสมโภชน์ มณีรัตน์ โฆษกกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะอดีตหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์ห้วยขาแข้ง จ.อุทัยธานี กล่าวถึงมรดกโลกเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่-ห้วยขาแข้ง ว่า พื้นที่ดังกล่าวมีความหลากหลายทั้งพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์ โดยเฉพาะสัตว์ใกล้สูญพันธุ์มีถึง 28 ชนิด เช่น วัวแดง เสือโคร่ง ช้างป่า เก้งหม้อ เป็นต้น สำหรับสัตว์ตระกูลเสือที่อยู่สูงสุดของห่วงโซ่อาหาร ถือเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญเพราะมีสัตว์ผู้ล่าจำนวนมาก สัตว์ที่เป็นเหยื่อหรืออาหารก็ต้องมีมากตามไปด้วย อย่างไร ก็ตามปัญหาการล่าสัตว์ในพื้นที่ยังคงมีอยู่ แต่จำนวนลดลงอย่างชัดเจนโดยเฉพาะในช่วงสิบปีหลังเป็นช่วงเวลาที่เราจัดการในเรื่องเทคนิคการลาดตระเวนและงานวิจัยที่เพิ่มขึ้นจึงทำให้เราจัดการคุ้มครองพื้นที่ได้มากขึ้น กรณีการเข้าไปล่าสัตว์ของกลุ่มนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ยังสืบสวนไม่ชัดว่าตั้งใจเข้ามายิง หรือเจอตัวอะไรก็ยิง แต่จากสายข่าวเสือดำไม่ใช่ออเดอร์เหมือนเสือโคร่ง น่าจะเป็นการที่เข้ามาเจออะไรก็ยิง

รายงานข่าวแจ้งว่า ป่าทุ่งใหญ่ฯ เป็นที่นิยมของกลุ่มออฟโรดที่มักรวมกลุ่มกันนำรถยนต์เข้าไปทดสอบสมรรถนะในเส้นทางที่ยากลำบากในป่า โดยบางกลุ่มมีการขออนุญาตเข้าพื้นที่อย่างถูกต้อง ส่วนมากจะนำสิ่งของไปมอบให้กับชุมชนที่อยู่ในป่าหรือเจ้าหน้าที่พิทักษ์ ขณะที่บางกลุ่มประสานผ่านผู้นำชุมชนที่อยู่ในพื้นที่ให้หาเส้นทางเข้าป่าให้ โดยไม่ต้องผ่านจุดเข้าออกของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ทุ่งใหญ่ฯ ที่มีเจ้าหน้าที่ประจำอยู่ บางครั้งกลุ่มเหล่านี้อาจมีการเข้ามาล่าสัตว์ในพื้นที่ด้วย

ศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจ เรื่องการลักลอบล่าสัตว์ป่าในเขตหวงห้าม ระหว่างวันที่ 8-9 ก.พ. จากประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไปทุกอาชีพทั่วประเทศ รวม 1,250 คน เมื่อถามถึงความคิดเห็นเกี่ยวกับความเหมาะสมของบทลงโทษในการลักลอบล่าสัตว์ป่าในเขตพื้นที่หวงห้าม มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 5 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ พบว่าร้อยละ 51.28 ระบุว่า เหมาะสม เพราะเป็นบทลงโทษที่สมเหตุสมผลกับการกระทำอยู่แล้ว ร้อยละ 47.52 ระบุว่าไม่เหมาะสม เพราะบทลงโทษน้อยเกินไป อยากให้เพิ่มบทลงโทษให้มากกว่านี้ และร้อยละ 1.20 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ สำหรับวิธีการแก้ไขปัญหาการลักลอบล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและการบุกรุกป่าไม้ พบว่า ร้อยละ 54.32 ระบุว่า มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดและมีบทลงโทษที่รุนแรงขั้นเด็ดขาด ร้อยละ 33.60 ระบุว่า มีการเสริมสร้างจิตสำนึก ร้อยละ 23.20 ระบุว่า มีการปลูกฝังค่านิยมที่ดีให้กับเยาวชน

“หัวหน้าวิเชียร” หอบลูกน้องให้ปากคำตำรวจ เปิดประตูต้อนรับพรานไฮโซเข้าป่า ย้ำทุกคนกำลังใจดีพร้อมสู้เพื่อพิทักษ์ผืนป่า ผบก.ปทส. เผยที่ปรึกษาบริษัท อิตาเลียนไทย อดีตข้าราชการกรมอุทยานฯ 12 ก.พ. 2561 00:53 ไทยรัฐ