วันอังคารที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เด็กพท.ทยอยพบ ‘ทักษิณ’ ที่เที่ยวจีนกับ ‘น้องปู’

คนทางนี้โหนกระแส นศ.เรียกร้องเลือกตั้ง

โฆษก คสช.รับไร้ข้อมูล “ทักษิณ-ปู” โผล่ช็อปปิ้งปักกิ่ง ยันประคองโรดแม็ปไม่ให้เลื่อนกาบัตร “ไก่อู” ชี้ฝ่ายความมั่นคงติดตามประเมิน แจงไม่ปิดกั้นม็อบ แต่อย่าล้ำเส้นกฎหมาย “ประยุทธ์” สั่ง ผบ.ทบ.กัดติดนักศึกษาหัวโจก-นักวิชาการ ปลุกผี 14/16 ตุลาฯ แกนนำ พท.ทยอยพบนายใหญ่หารือทิศทางพรรค “สมคิด” โบ้ยอดีตนายกฯ มาพบครอบครัวช่วงตรุษจีน ไม่มีนัยแฝง “วรชัย” ชี้แนวร่วมอยากเลือกตั้งขยายวงเกินคาด

ขู่ “บิ๊กตู่” เบี้ยวสัญญาถึงขั้นนองเลือด “ชูศักดิ์” ดักทางเซียนเหยียบเมฆโกงกฎหมาย สนช. จ่อตีตก ก.ม.ลูก หมวดเลือกตั้ง “วิรัตน์” ฟันธง 2 พี่น้องไม่หยุดเดินเกม ซัดรัฐบาลไม่รักษาคำพูด ดูถูกประชาชนโง่ ระวังไม่มีแผ่นดินอยู่ “สมชัย” หวั่น พ.ร.บ.สรรหา ส.ว.แท้ง ต้องร่างใหม่อย่างตํ่า 6 เดือน 4 แกนนำกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตยเฮได้ประกัน ตร.ล็อก “รังสิมันต์” ไป จ.ขอนแก่น รับทราบอีกข้อหา

จากกรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ พี่ชาย เดินช็อปปิ้งในย่านการค้าหรูกลางกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน โดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และฝ่ายตรงข้ามจับตาว่าการเคลื่อนไหวดังกล่าว สอดคล้องหรือสนับสนุนการเคลื่อนไหวของของกลุ่มนักศึกษา ที่ออกมานัดชุมนุมทวงการเลือกตั้งอย่างต่อเนื่อง

รบ.ให้ฝ่ายมั่นคงประเมิน “ภาพ ทักษิณ–ปู”

เมื่อวันที่ 11 ก.พ. พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีปรากฏภาพนายทักษิณ ชินวัตรและ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐ ประชาชนจีน วันเดียวกับที่มีการชุมนุมของกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย เป็นการส่งสัญญาณอะไรหรือไม่ว่า เป็นหน้าที่ของฝ่ายความมั่นคงจะเป็นผู้ประเมินเรื่องดังกล่าว หน้าที่ของรัฐบาลคือการบริหารราชการแผ่นดิน เจ้าหน้าที่แต่ละส่วนงานมีระเบียบหลักเกณฑ์ที่ต้องทำตามในเรื่องต่างๆอยู่แล้ว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เคยพูดว่าให้ทุกคนทำหน้าที่ของตัวเอง ดังนั้น นายกฯไม่จำเป็นต้องสั่งการในทุกเรื่อง ยืนยันเราไม่ได้ละเลยกับเรื่องดังกล่าว วันนี้เรามีปัญหาหลายเรื่องต้องดำเนินการ อยากให้เจ้าหน้าที่ทุกส่วนมีสมาธิในการทำงาน ไม่อยากให้กังวล ในเรื่องการเมืองจนเสียสมาธิกับงาน ให้ทำงานไป

ไม่ปิดกั้นม็อบ แต่อย่าล้ำเส้น ก.ม.

โฆษกประจำสำนักนายกฯกล่าวอีกว่า นายกฯชวนคนไทยรวมพลังขับเคลื่อนการกระทำความดี แบบไทยนิยม ช่วงเวลานี้เป็นช่วงสำคัญที่จะก้าวพ้นจากความขัดแย้งในอดีต นายกฯเข้าใจดีว่าประชาชนคาดหวังต่อรัฐบาลอย่างไร โดยเฉพาะการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน แก้ไขปัญหาปากท้องและเศรษฐกิจฐานราก จัดระเบียบบ้านเมืองใหม่ ปฏิรูปหน่วยราชการที่เอาเปรียบประชาชน ปราบปรามยาเสพติด และเตรียมการเลือกตั้งนำไปสู่การเมืองที่ดีขึ้น ขอให้เชื่อมั่นว่าการปฏิบัติงานทุกอย่างเป็นไปเพื่อตอบสนองความคาดหวังของประชาชน ลบรอยแผลบอบช้ำของประเทศฟื้นฟูเยียวยาให้สังคมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน รัฐบาลไม่เคยปิดกั้นความคิดและการกระทำ แต่ขอให้คำนึงถึง ขอบเขตของกฎหมาย ไม่สร้างความเดือดร้อนหรือก่อให้เกิดความขัดแย้ง ทุกกลุ่มควรพิจารณาด้วยเหตุผล ใคร่ครวญถึงช่วงเวลาที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้บุคคลบางกลุ่มฉวยโอกาสนำไปใช้ประโยชน์ทางการเมือง มุ่งสร้างความวุ่นวายขึ้น และขอให้เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายด้วยความระมัดระวังไม่ตกเป็นเครื่องมือของผู้ไม่หวังดี ขอให้สังคมช่วยกันประคับ ประคองการเปลี่ยนผ่านประเทศไปให้ได้อย่างราบรื่น

คสช.ใบ้กิน 2 อดีตนายกฯช็อปปิ้งปักกิ่ง

พล.ต.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ทีมโฆษก คสช. กล่าวว่า กรณีปรากฏภาพ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และนายทักษิณ ชินวัตร เดินซื้อของที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีนว่า ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูล แต่เชื่อว่าทางเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องคงได้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่อยู่แล้ว เมื่อถามว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์เดินทางในต่างประเทศอย่างอิสระ เช่นเดียวกับนายทักษิณใช่หรือไม่ พล.ต.ปิยพงศ์ระบุสั้นๆว่า ไม่ทราบ ส่วนแกนนำกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย คสช.ยังคงติดตามความเคลื่อนไหวต่อไป ควบคู่การทำความเข้าใจกับประชาชนและการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ห้วงนี้เป็นระยะสำคัญที่ต้องเดินไปสู่การเลือกตั้งในอนาคตอันใกล้ และนำพาการบริหารราชการแผ่นดินใหม่ไปสู่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง การดูแลความสงบเรียบร้อยยังเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อประคับประคองให้การบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลดำเนินการต่อไปได้ การชุมนุมเมื่อวันที่ 10 ก.พ. เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่เจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัย เตรียมพื้นที่รองรับเหมาะสมกับสถานการณ์ และมีการปฏิบัติหน้างานเป็นไปด้วยความเรียบร้อยตามขั้นตอน อยู่ในกรอบของกฎหมาย เงื่อนไขของผู้ชุมนุมที่เรียกร้องให้จัดการเลือกตั้งในปีนี้ ทุกคนรู้อยู่แล้วว่าเวลานี้บ้านเมืองดำเนินไปด้วยหลักเหตุผลของกฎหมาย แต่เมื่อมีผู้ออกมาเคลื่อนไหวเราต้องทำ ความเข้าใจ สร้างความรับรู้ในสิ่งที่ถูกต้อง

ยันประคองโรดแม็ปไม่ให้เลื่อน ลต.

พล.ต.ปิยพงศ์กล่าวอีกว่า เชื่อว่าผู้เกี่ยวข้องพยายามทำความเข้าใจกับประชาชนถึงการเลื่อนการเลือกตั้งจากปี 2561 ไปปี 2562 กับทุกกลุ่มทุกฝ่าย รวมถึงกลุ่มนักการเมืองและผู้ชุมนุมที่ออกมา เคลื่อนไหวประชาชนทั้งประเทศต้องรับรู้ร่วมกันว่า บ้านเมืองขณะนี้กำลังทำอะไรอยู่ รัฐบาลพยายามประคับประคองสถานการณ์ให้เป็นไปตามโรดแม็ป ไม่ให้มีอะไรมากระทบกระเทือนทั้งสิ้น เมื่อมีประชาชนกลุ่มหนึ่ง รู้สึกว่าการเลือกตั้งช้าเกินไป ไม่ทันใจเราต้องพยายามทำความเข้าใจชี้แจง เจ้าหน้าที่ต้อง ระมัดระวังการปฏิบัติต่อสถานการณ์ อะไรที่จะเป็นเงื่อนไขนำไปสู่ความไม่เรียบร้อย ต้องศึกษาข้อมูลและหาวิธีปฏิบัติที่เหมาะสม และใช้อำนาจหน้าที่ตามกฎหมายไม่ไปละเมิดหรือไปรังแกใคร ดูแลสถานการณ์ให้จบลงไปด้วยความเรียบร้อย ช่วงเวลาที่กำลังเดินไปในทุกวินาทีนี้ เพื่อไปสู่หลักของการเลือกตั้งตามโรดแม็ป พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ.ในฐานะเลขาธิการ คสช.เน้นย้ำมาตลอดให้หน่วยงานความมั่นคงติดตามและพยายามทำให้สถานการณ์คลี่คลายไปในทางที่ดี

“บิ๊กตู่” สั่งกัดติดหัวโจกปลุกผี 14 ตุลาฯ

มีรายงานข่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.กำชับ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิ-สาท ผบ.ทบ.ในฐานะเลขาธิการ คสช. ติดตามความเคลื่อนไหวการชุมนุมทางการเมืองของทุกกลุ่มอย่างใกล้ชิด พร้อมเน้นย้ำการแจ้งความเอาผิดกลุ่มเคลื่อนไหวให้ระมัดระวัง เนื่องจากเป็นกลุ่มนักศึกษา และเกรงว่าจะเป็นเงื่อนไขทำให้สถานการณ์บานปลายออกไปก่อนจะถึงวันเลือกตั้ง โดย คสช.กำลังจับตานายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา (ไผ่ ดาวดิน) นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ (จ่านิว) นายรังสิมันต์ โรม กลุ่มแกนนำพรรคการเมือง นักศึกษา นักวิชาการ ม.ธรรมศาสตร์ จัดกิจกรรมเดินเพื่อมิตรภาพจากกรุงเทพฯ ถึง จ.ขอนแก่น หวังสร้างกระแสให้เหมือนเหตุการณ์ 14 ตุลาหรือ 16 ตุลาและกลุ่มหัวรุนแรง โดยเฉพาะอาวุธสงครามที่ทะลักเข้าไทยเมื่อปี 2553 ที่ตรวจยึดได้เพียง 50 เปอร์เซ็นต์

แกนนำ พท.ทยอยพบนายใหญ่

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทยว่า กรณีปรากฏภาพนายทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ อยู่ที่กรุงปักกิ่งนั้น ทั้งคู่อยู่ที่กรุงปักกิ่งได้ประมาณ 1 สัปดาห์ มีแกนนำพรรคเพื่อไทยที่ใกล้ชิดเดินทางไปพบอดีตนายกฯทั้ง 2 เพื่อสอบถามสารทุกข์สุขไม่กี่คน และได้พูดถึงทิศทางการดำเนินการของพรรคเพื่อไทยเกี่ยวกับตัวผู้บริหารพรรคคนต่อไป ที่อาจมีการปรับเปลี่ยนในอนาคต คาดว่าหลังจากนี้แกนนำพรรคเพื่อไทยที่ใกล้ชิดจะทยอยเดินทางไปพบอีก จนกว่าทั้งคู่จะเดินทางออกจากกรุงปักกิ่งหลังจากพ้นช่วงเทศกาลตรุษจีนไปแล้ว

“อนุดิษฐ์” โต้ไม่ถึงเวลาหา หน.พรรค

น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ อดีต รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กล่าวว่าไม่มั่นใจว่ามีการอ้างว่าหยิบยกการหาตัวหัวหน้าพรรคเพื่อไทยขึ้นมา ต้องการเบี่ยงเบนประเด็นทางการเมืองที่กระแสนิยมรัฐบาลกำลังลง ให้สังคมมาจับจ้องที่พรรคเพื่อไทยหรือไม่ เพราะยังติดเงื่อนไขคำสั่ง คสช.ห้ามพรรคทำกิจกรรมทางการเมืองอยู่ จึงยังไม่ถึงเวลาหารือถึงตัวผู้บริหารพรรค

“วัฒนา” โดดร่วมวงต่อสู้เผด็จการ

วันเดียวกัน นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์และแกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า “ครั้งหน้าเจอกัน” ขอขอบคุณน้องๆ “กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย” ที่เป็นแกนกลางนัดชุมนุมคนอยากเลือกตั้งที่ถนนราชดำเนิน ขอตอบคำถามที่ถามถึงนักการเมืองว่าไปอยู่ที่ไหนเวลาที่พวกน้องๆ เอาตัวเข้าแลกเสี่ยงคุกเสี่ยงตะรางว่า ตนเป็นคนหนึ่งที่ต่อสู้กับเผด็จการมาตลอด มีคดีความติดตัวไม่น้อยไปกว่าน้องๆ ที่ไม่ได้ไปถนนราชดำเนินไม่ได้เกิดจากกลัวคุกหรือตะราง เพียงแต่ไม่ต้องการให้พลังอันบริสุทธิ์ของประชาชนต้องถูกเผด็จการป้ายสีว่ามีการเมืองหนุนหลัง แต่เมื่อพวกน้องเรียกร้อง การชุมนุมครั้งหน้าจะไปร่วมอย่างแน่นอน พวกเราจะช่วยกันต่อสู้กับเผด็จการเพื่อเอาอำนาจคืนให้กับประชาชน จากนั้นเอาตัวคนที่ทำกรรมกับประชาชนมาลงโทษ จะไม่ปล่อยให้ใครได้ลอยนวลอย่างแน่นอน ขอให้สัญญา

“สมคิด” โต้นายใหญ่พบครอบครัวไร้นัย

นายสมคิด เชื้อคง อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า นายทักษิณ ชินวัตร และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ปรากฏตัวที่กรุงปักกิ่ง จนถูกเชื่อมโยงถึงนัยแฝงทางการเมืองนั้น คงไม่มีนัยอะไร เข้าใจว่าช่วงเทศกาลตรุษจีน คนในครอบครัวคงนัดไปพบกันที่กรุงปักกิ่ง และเท่าที่ทราบไม่มีนักการเมืองคนใดเดินทางไปร่วมด้วย การปรากฏตัวของอดีตนายกรัฐมนตรีสองท่าน ไม่มีนัย ไม่ได้ส่งสัญญาณอะไร เป็นเรื่องธรรมดาที่ท่านจะเดินทาง ไปไหนมาไหนก็ได้ ส่วนการตามตัวเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ แต่สำหรับเราไม่ได้มองว่าเรื่องนี้จะเป็นนัยอะไร

ซัด นศ.ก่อหวอดเพราะไม่ไว้ใจ คสช.

นายสมคิด เชื้อคง อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กลุ่มนักศึกษาที่เรียกร้องอยากเห็นการเลือกตั้ง เพราะไม่เชื่อว่า คสช.จะทำตามคำพูด ที่นักการเมืองพรรคเพื่อไทยไม่ได้ไปยุ่งเพราะอยากให้นักศึกษาแสดงความเห็น เราทำได้แค่ส่งกำลังใจไปร่วม ถ้านักการเมืองพูดอยากให้มีการเลือกตั้งจะถูกมองว่าทำเพื่อประโยชน์ตัวเอง ขอให้ คสช.อย่าระแวงผู้ออกมาชุมนุม เมื่อถามว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามตรวจสอบท่อน้ำเลี้ยงกลุ่มผู้ชุมนุม นายสมคิดตอบว่า ทำไมต้องมีท่อน้ำเลี้ยง คนที่เดินทางมาค่าน้ำมันรถ ค่าแท็กซี่ จ่ายกันเองไม่ได้หรือ นักการเมืองไม่ได้เป็นท่อน้ำเลี้ยง ถ้าทำคนไม่น้อยขนาดนี้แน่ ไม่อยากให้ตำรวจมาพูดตีกิน พยายามโยงไปถึงพรรคเพื่อไทย ไปถึงนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ อยู่เบื้องหลัง เพื่อทำลายความ น่าเชื่อถือผู้มาแสดงออก ถ้ามีข้อมูลพูดให้ชัด อย่าทำตัวเป็นเด็กเลี้ยงแกะ ไม่เช่นนั้นคนที่ตั้งใจเดินทางมาแสดงออกจะเสียหายไป

โวทั่วโลกให้เกียรติไปได้ทุกที่

นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ทั้งนายทักษิณและ น.ส.ยิ่งลักษณ์ล้วนมาจากการเลือกตั้งของประชาชนตามระบอบประชาธิปไตย แม้ทั้งคู่จะถูกรัฐประหาร ยึดอำนาจไปด้วยกระบวนการของเผด็จการ แต่สังคมโลกต่างเห็นใจ ไม่ว่าจะไปอยู่ประเทศไหนต่างยอมรับ ให้เกียรติทั้งนายทักษิณและ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ทั้งคู่จะไปประเทศที่เป็นประชาธิปไตยที่ไหนก็ได้ในโลก ยกเว้นประเทศ ไทย ประชาชนยังคิดถึงและพูดถึงนายทักษิณและ น.ส.ยิ่งลักษณ์อยู่ตลอด ต่างจากพวกเผด็จการที่ยิ่งอยู่คนยิ่งเกลียด เริ่มมีกลุ่มคนออกมาชุมนุมขับไล่ เพราะผิดคำพูดเรื่องเลือกตั้งมาโดยตลอด และยังมีปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน ช่วงบั้นปลายพวกเผด็จการจะไปเหยียบประเทศไหนก็ไม่ได้ ต่างจากนายทักษิณและ น.ส.ยิ่งลักษณ์ที่ไปได้ทั่วโลก ส่วนที่พรรคประชาธิปัตย์ระบุให้รัฐบาลไป

ตามไล่จับทั้งคู่นั้น ขอให้พรรค

ประชาธิปัตย์หันไปดูแลพรรคตัวเองก่อน อย่างเช่นโครงการก่อสร้างโรงพักทั่วประเทศที่ยังสร้างไม่เสร็จนั้นทุจริตหรือไม่ คนที่ทำถูกจับติดคุกแล้วหรือยังขู่ไม่ทำตามสัญญาถึงนองเลือด

นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่กลุ่มนักศึกษาและผู้รักประชาธิปไตยออกมาเกินคาด ไม่เกรงกลัวคณะยึดอำนาจอีกต่อไป เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ทำตามสิ่งที่พูดเกี่ยวกับโรดแม็ปเลือกตั้ง การบริหารประเทศไม่มีอะไรดีขึ้น กระแสของรัฐบาลตกลงไปทุกที วันนี้ความขัดแย้งใหม่ระหว่างนักศึกษา นักวิชาการกับทหาร กำลังเกิดขึ้น และเขามีความชอบธรรมในการเคลื่อนไหว เพราะเรียกร้องให้เลือกตั้งคืนประชาธิปไตย ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์พูดไว้ ถ้าท่านยังไม่ยอมทำตามสิ่งที่พูด ระวังจะควบคุมสถานการณ์ไม่อยู่ การนองเลือดครั้งใหญ่จะเกิดขึ้น เพราะเหตุการณ์ปี 16 ก่อนที่นักศึกษาจะขับไล่รัฐบาลเผด็จการไปได้ ต้องชุมนุมเป็น 10 ครั้ง แต่การชุมนุมของกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตยแค่ครั้งที่ 2 เห็นมาร่วมเกินคาด จึงขอเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ทำตามคำมั่นสัญญาทันทีไม่เช่นนั้น พล.อ.ประยุทธ์และคณะยึดอำนาจจะนำประเทศเข้าสู่วิกฤติอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ วันนี้รัฐบาลอยู่นานกว่ารัฐบาลปกติ หวังสืบทอดอำนาจต่อ จะตั้งกรรมาธิการร่วมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และการได้มาซึ่ง ส.ว. ต้องให้จบในชั้นนี้ ไม่ใช่ปล่อยให้ลากยาวไปจนมีการร้องศาลรัฐธรรมนูญตีความ ถ้าเป็นเช่นนั้นการเลือกตั้งจะถูกเลื่อนออกไปไม่มีกำหนด แล้วประชาชนจะทนไม่ไหว

“ชูศักดิ์” ดักเซียนเหยียบเมฆโกง ก.ม.

นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามข่าวทั้ง กรธ. ผู้ยกร่างและ กกต.ผู้รักษาการตามกฎหมายลูกสำคัญ 2 ฉบับ ไม่เห็นด้วยกับร่างที่แก้ไขเปลี่ยนแปลงไปของ สนช.หลายประเด็น ในที่สุดคงนำไปสู่การตั้งกรรมาธิการพิจารณาองค์กรที่เกี่ยวข้องมาจากแม่น้ำสายเดียวกัน โอกาสที่จะปีนเกลียวพูดกันไม่รู้เรื่องถึงขั้นแตกหักไม่น่าจะเกิดขึ้น คงจะมีทางรอมชอมหาข้อยุติกันได้แล้วเสนอ สนช.เพื่ออนุมัติกฎหมายขั้นสุดท้าย อย่างไรก็ตาม รัฐธรรมนูญไปเขียนว่า หาก สนช.ไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่ กมธ.เสนอ และมีมติไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ไม่อนุมัติร่างกฎหมายดังกล่าว ให้ร่างกฎหมายนั้นเป็นอันตกไป และไม่ได้เขียนอะไรไว้อีกว่าต้องยกร่างใหม่อย่างไร ใครยกร่าง ใช้เวลาเท่าไร จึงอาจเข้าใจได้ว่าเป็นความจงใจของผู้ร่างรัฐธรรมนูญว่าต้องการให้เกิดสภาพเช่นนั้นหรือไม่ แน่นอนหากเกิดเหตุการณ์เช่นนั้น การเลือกตั้งต้องเลื่อนออกไปอีก คงไม่ใช่แค่วันสองวัน อาทิตย์สองอาทิตย์ เพราะยังไม่สามารถประกาศใช้กฎหมายโหมดการเลือกตั้ง ต้องยกร่างกันใหม่ ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงคือการร่วมกันโกงกฎหมายอีกนั่นเอง โกงแบบสมคบคิด แบบเซียนเหยียบเมฆ ถึงเวลานั้นจะถึงบางอ้อว่าการรัฐประหารเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจ และให้อยู่ในอำนาจให้ยาวที่สุดเท่าที่จะอยู่ได้ หรือโดยไม่รู้จะเอามุกอะไรมาเล่นได้อีกแล้ว หรือจนกว่าจะมีอันเป็นไป เช่น ถูกขับไล่ไปเสียก่อน

“ณัฐวุฒิ” อัดฮุบงบแสนล้านหาเสียง

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช.กล่าวว่า ระหว่างที่กำลังยืนยันกับต่างชาติว่าจะเดินหน้าสู่การเลือกตั้ง รัฐบาลไม่ควรฉีกหน้าตัวเองด้วยการใช้กำลังจำนวนมากไปกดดันกิจกรรมของประชาชนที่ถนนราชดำเนิน ไม่มีที่ไหนในโลกที่การประกาศว่าอยากเลือกตั้งเป็นเรื่องผิดกฎหมาย ยกเว้นประเทศเผด็จการเบ็ดเสร็จที่ไม่มีแนวคิดคืนอำนาจ เชื่อว่าผู้มีอำนาจอยากเลือกตั้ง แต่ต้องการแบบที่ควบคุมผลการเลือกตั้งได้ เพื่อแปรสภาพจากรัฐบาลยึดอำนาจ เมื่อมีสัญญาณว่าจะไม่ได้ตามนั้นเลยยืดเวลาออกไปเรื่อยๆ ส่วนการลงพื้นที่ของโครงการไทยนิยม มีข้อน่าสังเกตว่าคล้ายกับการมีครู ก ครู ข ไปพบประชาชนตอนทำประชามติรัฐธรรมนูญ จึงคิดจะใช้โมเดลเดียวกันเพื่อประโยชน์ในสนามเลือกตั้งหรือไม่ ถ้ามีเป้าหมายเรื่องการเลือกตั้งจริง เท่ากับมีบางฝ่ายใช้ทรัพยากรของรัฐทั้งคนจำนวนมากและงบประมาณอีกกว่าแสนล้านบาท เพื่อเป้าหมายทางการเมือง กลายเป็นพรรคราชการลงพื้นที่ขณะที่พรรคการเมืองในระบบยังติดล็อกอยู่

ยกโพลข่มชาวบ้านอยากรีบกาบัตร

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีอีสานโพลศูนย์วิจัยธุรกิจและเศรษฐกิจอีสาน เผยผลสำรวจหัวข้อ “คนอีสานกับการ (จะได้) เลือกตั้ง” พบว่าประชาชนจะสนับสนุนพรรคเพื่อไทยในการเลือกตั้งครั้งหน้าเป็นอันดับ 1 ร้อยละ 39.7 ว่า พรรคเพื่อไทยขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ให้ความไว้วางใจและเชื่อมั่น พรรคยังคงต้องทำงานอย่างหนักต่อไป ส่วนการที่ประชาชนจะเลือกพรรคที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เพียงร้อยละ 3.4 เป็นเรื่องที่ พล.อ.ประยุทธ์และเครือข่ายต้องไปประเมินว่าทำไมช่วงระยะเวลา 4 ปีของการเข้ามาบริหารประเทศ ประชาชนจึงไม่ให้การยอมรับและไม่เชื่อมั่น ทั้งที่พยายามผลักดันสารพัดโครงการ ใช้งบประมาณ ใช้องคาพยพจำนวนมาก แต่เสียงสนับสนุนพรรคทหารยังไม่กระเตื้อง ขณะที่สวนดุสิตโพล เผยผลสำรวจเรื่อง “ประชาชนคิดอย่างไรกรณีเลื่อนเวลาเลือกตั้ง” พบว่าร้อยละ 48.27 ระบุอยากให้มีการเลือกตั้งโดยเร็ว เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย สะท้อนว่าประชาชนต้องการการเลือกตั้งโดยเร็วมาดับวิกฤติเศรษฐกิจ ที่ลำบากอย่างหนักถ้วนหน้า

“วิรัตน์” ฟันธง 2 พี่น้องไม่หยุดเดินเกม

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การที่นายทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ แสดงตนปรากฏตามสื่อสาธารณะในวันและเวลาเดียวกันกับกลุ่มพลังมวลชนออกมาเคลื่อนไหว อาจแปลความได้ว่ายังเป็นกลุ่มเดียวกันพวกเดียวกันหรือไม่ แต่ที่แน่ๆยังมีเจตนาแน่วแน่จะเดินหน้าในการเมืองไทยในรูปแบบหนึ่งรูปแบบใด ไม่ใช่ความบังเอิญแน่ เราต้องไม่ลืมเร็ว ต้องไม่สมาธิสั้น ต้องย้ำเตือนว่าปัญหาแท้จริงที่ก่อปัญหาให้ประเทศ คือระบอบทักษิณ ไม่เคยลด ราวาศอก การทุจริตเชิงนโยบาย คอร์รัปชัน แทรกแซงองค์กรอิสระ แทรกแซงสื่อ ฝังตัวอยู่ในระบบราชการ คสช.หรือรัฐบาลต้องไม่ทำตัวเป็นระบอบทักษิณเสียเองหรือใช้อำนาจเพื่อพวก ต้องจับตาว่าผู้มีอำนาจจะทำอย่างไรกับการถูกท้าทายอำนาจรัฐ ถึงขั้นตบหน้า คสช.ของอดีตนายกฯทั้งสอง ที่โพสต์ภาพคู่กันในต่างแดน เป็นคำถามซึ่งรอคำตอบ หรือจะปล่อยไว้เฉยๆโดยไม่ทำอะไรเลยก็ตามใจ

ฉะรัฐฟังแต่เสียงเชลียร์ดิ่งเหว

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าทีมกฎหมายพรรค ประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเดินโครงการไทยนิยมยั่งยืน ของรัฐบาล คสช.ว่า รัฐบาลมาคิดเริ่มทำในช่วงขาลง คะแนนนิยมในตัว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ลดลงทุกด้าน เสื่อมถอยลงแบบมีนัยสำคัญ รัฐบาลควรมีสติรับฟังคำแนะนำพวกเรานักการเมืองเพื่อไปปรับปรุงแก้ไขจุดอ่อนบ้าง ถ้าไม่ปิดหูปิดตาฟังคำเตือนว่าต้องปราบทุจริต จะทำอย่างไร ไม่ให้เกิดเรื่องสองมาตรฐานที่ก่อความเสียหายร้ายแรงกับประเทศ ขาลงอีกข้อคือพูดอย่างทำอย่าง บอกว่าจะป้องกันทุจริต แต่ลองดูคนในรัฐบาลบางคน จริงหรือไม่จริงนายกฯรู้แก่ใจ ต้องเคารพจริงไม่ใช่ เคารพแต่ปาก มีการพูดเรื่องอำนาจอธิปไตยตามระบอบประชาธิปไตย ถามว่า รัฐบาลทำตามหลักการครบถ้วนหรือไม่ อำนาจเป็นของปวงชนชาวไทย ปกครองโดยกฎหมาย หลักนิติรัฐ นิติธรรม ตรวจสอบถ่วงดุลทุกระดับจึงเป็นประชาธิปไตย หากรักจะทำงานให้บ้านเมือง ต้องฟังคนเห็นต่าง ไม่ใช่ฟังแต่คำสรรเสริญเยินยอ จะทำให้ตกเหวได้

ดูถูก ปชช.โง่ระวังไม่มีแผ่นดินอยู่

“แต่รัฐบาลไม่ทำอย่างที่พูด คำพูดเริ่มเชื่อถือไม่ได้จนคะแนนนิยมนายกฯดิ่งลง สิ่งที่เกิดขึ้น ห้ามไปโทษคนอื่นนอกจากตัวเอง และอย่าคิดว่าประชาชนโง่อย่างเด็ดขาด เพราะคนที่คิดเช่นนั้น ไม่มีแผ่นดินอยู่หลายคนแล้ว ที่ประชาชนให้โอกาสเพราะถือว่าตั้งใจเข้ามาแก้ปัญหา แต่วันนี้ประชาชนเห็นชัดแล้วว่า ไม่ยอมทำตามแบบที่พูดไว้ จึงมีหลายกลุ่มเริ่มกิจกรรมของประชาชนมากขึ้น ถ้าพวกเขาเหล่านั้น กระทำตนอยู่ในกรอบกฎหมาย ผู้มีอำนาจไม่ควรไปกลั่นแกล้งอย่างเด็ดขาด” นายวิรัตน์กล่าว

“องอาจ” ผวาอลหม่านหลังคว่ำ ก.ม.ลูก

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค ประชาธิปัตย์ กล่าวถึงความไม่ชัดเจนในการกำหนดระยะเวลาการเลือกตั้งว่า การเลือกตั้งขึ้นอยู่กับการทำงานของคณะกรรมาธิการร่วม 3 ฝ่าย พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. ขั้นตอนสุดท้ายขึ้นอยู่กับ สนช. ถ้า สนช.ไม่เห็นชอบกฎหมายตกไป ส่งผลให้เกิดความไม่ชัดเจนต้องเริ่มกระบวนการร่างกฎหมายกันใหม่ ไม่มีใครบอกได้ว่าการเลือกตั้งจะอยู่ในช่วงระยะเวลาใด จะเกิดความสับสนความไม่แน่นอนทางการเมืองตามมาต้องติดตามการทำงาน ของ กมธ.ร่วม 3 ฝ่าย และการพิจารณาว่าเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบกฎหมายทั้งสองฉบับของ สนช.ว่า จะทำงานอย่างตรงไปตรงมาหรือไม่ ถ้าทำงานตรงไป ตรงมามีเหตุผลอธิบายได้ชัดเจน เชื่อว่าผู้คนส่วนมากในสังคมพร้อมจะยอมรับได้ แต่ถ้ามีลับลมคมใน มีเจตนาเพื่อเอื้อประโยชน์ทางการเมืองให้กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เชื่อว่าผู้คนส่วนมากในสังคมคงไม่สามารถยอมรับได้ อาจเป็นชนวนก่อให้เกิดความขัดแย้งขึ้นในสังคมกลายเป็นปัญหาบานปลายออกไปได้ ขอฝากให้คำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมบนหนทางของประชาชนส่วนใหญ่ อยากเห็นประเทศไทยเดินหน้าต่อไปได้ตามครรลองประชาธิปไตยในที่สุด

“ชาติชาย” หวัง กมธ.ร่วมเข้าใจเหตุผล

ด้านนายชาติชาย ณ เชียงใหม่ กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงการตั้งกรรมาธิการร่วม 3 ฝ่าย เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว.ว่า เราคงต้อง พูดกันด้วยเหตุผลและหวังว่าพวกเขาจะเข้าใจเหตุผลที่เราโต้แย้ง โดยเฉพาะประเด็นที่อาจจะขัดต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ เช่น ในร่าง พ.ร.บ.การเลือกตั้ง ส.ส.ที่ให้มีมหรสพได้ อาจทำให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบระหว่างพรรคเล็กกับพรรคใหญ่ ทำให้เกิดความไม่เที่ยงธรรมในการเลือกตั้ง ส่วนการขยายเวลาการเลือกตั้งเป็นเวลา 07.00-17.00 น. ฟังดูตอนแรกเหมือนจะดี หวังให้คนออกมาเลือกตั้งจำนวนมาก แต่ของเดิมที่ให้เลือกตั้งเวลา 08.00- 15.00 น. ในครั้งก่อนมีคนออกมาใช้สิทธิมากถึง 75% อยู่แล้ว และหลายพื้นที่ทุรกันดารเป็นป่าเขา อาจไม่สะดวกเวลาขนส่งหีบบัตรเพื่อไปนับคะแนน จะกินเวลาไปในช่วงค่ำมืด จะเกิดการทุจริตได้ง่ายกว่าเดิมหรือไม่

หวั่น ก.ม.ลูกแท้งฉุดเชื่อมั่น รบ.–คสช.

นายชาติชายกล่าวอีกว่า ส่วนร่าง พ.ร.บ.การได้มาซึ่ง ส.ว. การแบ่งประเภทผู้สมัครเป็น 2 กลุ่ม คือ แบบอิสระและตัวแทนจากองค์กร ตนคิดว่าขัดต่อเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญแน่ ส่วนที่ สนช.ลดกลุ่มอาชีพเหลือ 10 กลุ่มจากที่ กรธ.เสนอ 20 กลุ่ม จะทำให้ความหลากหลายของ ส.ว.ที่มาจากอาชีพต่างๆ ลดลง และ การเลือกกันเองแทนการเลือกไขว้จะทำให้เกิดการฮั้วได้ง่ายกว่า ทั้งหมดนี้เราต้องอธิบายให้กับทาง กมธ.เข้าใจถึงผลเสียที่จะตามมา ตนหวังว่าทาง กมธ.และ สนช.จะรับฟังและเข้าใจ แต่ที่น่ากังวลคือ หากข้อโต้แย้งของเราผ่าน กมธ.แล้วและปรับแก้ให้ ถึงตรงนั้น เราก็ต้องหาทางชี้แจงแก่ สนช.ให้เข้าใจด้วยว่าเหตุผล ที่ปรับแก้คืออะไร ไม่เช่นนั้นหาก สนช.ยืนยันตามร่างเดิม โหวตไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขร่างกฎหมายนั้นก็ตกไปและต้องร่างใหม่ อาจจะกระทบต่อการเมืองอย่างสูง รวมทั้งกระทบต่อความเชื่อมั่นของรัฐบาลและ คสช.ด้วย เราหวังว่าหากแก้ไขแล้ว สนช.จะเข้าใจ

“สมชัย” ห่วง กม.ลูก ส.ว.มองคนละม้วน

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. กล่าวว่า ขณะนี้กกต.ส่งความเห็นแย้งต่อร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว.ให้ประธาน สนช.แล้ว จากนี้จะตั้ง กมธ.ร่วม 3 ฝ่าย ประเด็นให้มีมหรสพน่าจะไม่มีปัญหา ท่าทีของ สนช.ช่วงหลังเริ่มมีแนวโน้มเห็นคล้อยตามข้อเสนอของ กรธ.และ กกต. คิดว่าน่าจะโหวตทิศทางเดียวกันคือไม่ให้มี การจัดมหรสพช่วงหาเสียงการเลือกตั้ง น่าจะเห็นแล้วว่ามีผลเสียมากกว่าผลดี นายสมชัยกล่าวว่า ส่วนประเด็นร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว.กรธ.มีความเห็นตรงกันข้ามเป็นหนังคนละม้วนกับ สนช. เรื่องการจำแนกประเภทผู้สมัครอิสระกับนิติบุคคล การลดจำนวนกลุ่มอาชีพ และการวิธีการเลือกไขว้มาเป็นการเลือกตรง คงต้องรอดูว่า กมธ.ร่วม 3 ฝ่ายจะพิจารณาอย่างไร กกต.ต้องมากำหนดและทบทวนท่าทีว่าจะยืนตามความเห็นเดิมไม่มีการปรับแก้ไขหรือไม่อย่างไร 1 เสียงของประธาน กกต.มีความหมายมาก ถ้าหากฝ่าย กรธ.และ สนช.ต่างยืนยันความเห็นตัวเอง ถ้าประธาน กกต.โหวตไปในทางใด ฝ่ายนั้นจะชนะ ถ้าฝ่าย กรธ.ชนะ จะสุ่มเสี่ยงสูงมากที่จะไปแพ้โหวตในที่ ประชุม สนช. เพราะจะทำให้ร่างกฎหมายทั้งฉบับ ตกไป ต้องเข้าสู่กระบวนการยกร่างใหม่ จะใช้เวลาอย่างน้อย 6 เดือน ตนค่อนข้างกังวล

ชาวบ้านลำเค็ญจี้เดินตามโรดแม็ป

วันเดียวกัน สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เผยผลการสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ 1,273 คน เมื่อวันที่ 6-10 ก.พ. เรื่องความวิตกกังวลของคนไทย ณ วันนี้ โดย 10 อันดับ ความวิตกกังวลของคนไทยวันนี้ ร้อยละ 78.32 ระบุเป็นเรื่องปากท้อง รายได้ ค่าครองชีพสูง ของแพง มีวิธีแก้คือประหยัด กู้ยืม รัฐบาลช่วยเหลือเร่งแก้ปัญหา ร้อยละ 69.05 เศรษฐกิจตกต่ำ การลงทุนไม่ดี ต่างชาติไม่ลงทุน วิธีแก้รัฐกระตุ้นเศรษฐกิจ ยกเว้นภาษี เร่งจัดการเลือกตั้ง ร้อยละ 66.46 อุบัติเหตุบนท้องถนน ร้อยละ 63.45 การเมือง โดยเฉพาะการเลือกตั้งและความขัดแย้ง เพราะยังมีความขัดแย้ง การทุจริตคอร์รัปชัน กระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ อยากให้มีการเลือกตั้ง วิธีแก้รัฐบาลดำเนินการตามโรดแม็ป จัดการเลือกตั้ง ปฏิรูปอย่างจริงจัง ร้อยละ 63.08 โรคภัยไข้เจ็บ สุขภาพอนามัย ร้อยละ 61.67 หน้าที่การงาน ธุรกิจค้าขาย อาจมีการเลิกจ้าง ลดค่าแรง ร้อยละ 45.17 สิ่งแวดล้อม ป่าไม้ สภาพอากาศ เสื่อมโทรม มีคนบุกรุก ทำร้ายสัตว์ป่าและธรรมชาติ ร้อยละ 43.12 คุณภาพการศึกษาไทย ต้องปฏิรูปการศึกษาอย่างจริงจัง ร้อยละ 42.81 การบังคับใช้กฎหมายอย่างไม่เป็นธรรม สองมาตรฐาน และร้อยละ 40.93 คุณธรรม จริยธรรมของคนในสังคมเพราะสังคมเสื่อมโทรม คนเห็นแก่ตัว ไม่มีน้ำใจ อารมณ์ร้อน มีพฤติกรรมรุนแรง โหดร้าย

คุม “รังสิมันต์” ไปขอนแก่นฟันคดีเก่า

ส่วนการดำเนินคดีกับแกนนำกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย (ดีอาร์จี) ที่นัดหมายแนวร่วมมาชุมนุมต่อต้านรัฐบาล คสช.นั้น รายงานข่าวความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 00.00 น. วันที่ 11 ก.พ. นางเยาวลักษณ์ อนุพันธ์ ผอ.ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เข้าพบพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน นำหลักทรัพย์ประกันตัวนายรังสิมันต์ โรม นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ นายเอกชัย หงษ์กังวาน และนายอานนท์ นำภา มาวางคนละ 1 แสนบาท อยู่ระหว่างยื่นเอกสารประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน ขณะที่กลุ่มมวลชนยังคงปักหลักอยู่บริเวณหน้า สน.ปทุมวัน เพื่อรอให้กำลังใจ ส่วนนายรังสิมันต์ โรม มีหมายจับค้างเก่าอยู่ที่ สภ.เมืองขอนแก่น ที่เกิดขึ้นช่วงก่อนลงประชามติ พนักงานสอบสวนจึงอายัดตัวและควบคุมตัวส่ง สภ.เมืองขอนแก่น ก่อนส่งศาลจังหวัดขอนแก่นดำเนินการต่อไป ทั้งนี้ พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวันนัดนายสิรวิชญ์ นายเอกชัย และนายอานนท์ เพื่อเข้ารายงานตัวต่อพนักงานสอบสวน วันที่ 20 ก.พ.นี้

ได้ประกันตัวลุยต่อลั่นไม่หนักใจ

ต่อมาเวลา 01.30 น. นายรังสิมันต์ โรม เดินทางออกมาจากห้องพนักงานสอบสวนโดยมีสีหน้ายิ้มแย้มและโบกมือทักทายกลุ่มมวลชนที่มาคอยให้กำลังใจ ก่อนขึ้นรถตู้ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไปถึง สภ.เมืองขอนแก่น เวลา 11.00 น. นำนายรังสิมันต์เข้าพบ พ.ต.ท.วิษณุ แสงคำ สว. (สอบสวน) สภ.เมืองขอนแก่น สอบปากคำนาน 4 ชม. ก่อนแจ้งข้อกล่าวหาข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2559 ห้ามชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป กรณีเข้าร่วมกิจกรรมเสวนา “พูดเพื่อเสรีภาพ รัฐธรรมนูญกับคนอีสาน” ที่อาคารจตุรมุข อุทยานเกษตร คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมกับเพื่อนรวม 8 คน เมื่อวันที่ 31 ก.ค.59 โดยมีนายธนพฤกษ์ ชามะรัตน์ อาจารย์สาขาพัฒนาสังคม คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.ขอนแก่น มาประกันตัว วงเงิน 10,000 บาท

โพสต์ปลุกเผด็จการจงพินาศ

นายรังสิมันต์กล่าวว่า ต้องเข้าพบอัยการทหาร ที่ มทบ.23 วันที่ 23 มี.ค. ส่วนตัวไม่ได้หนักใจ เพราะไม่ได้ทำผิดคดีอาญา ถือเป็นเกียรติที่ได้ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ได้ทำเพื่อประเทศชาติ ทำอย่างไรให้ประชาชนได้สิทธิขั้นพื้นฐานกลับคืนมา ต่อมาช่วงเย็นนายรังสิมันต์ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า แม้กิจกรรมเมื่อวันที่ 10 ก.พ. จะลุล่วง ทำให้พวกเราหลายคนรู้สึกฮึกเหิม แต่งานของเรายังต้องใช้เวลาอีกยาวไกล ตราบใดที่ราชดำเนินยังไม่เต็มไปด้วยผู้คนที่ต้องการแสวงหาประชาธิปไตย คงเป็นเรื่องยากมากที่จะเห็นสิ่งที่เราปรารถนาเกิดขึ้น ดังนั้นเรายังต้องทำหลายสิ่งอีกมากมาย เพื่อทำให้ประเทศ ไทยกลับมามีประชาธิปไตยอีกครั้ง แล้ววันหนึ่งข้างหน้า ราชดำเนินจะเต็มไปด้วยพลังแห่งผู้คนที่ต้องการสิ่งพื้นฐานที่สุดที่ถูกพรากไปกลับคืนมา เลือกตั้งปีนี้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ แล้วเราจะพบกันอีกครั้งในเร็วๆนี้

โฆษก คสช.รับไร้ข้อมูล “ทักษิณ-ปู” โผล่ช็อปปิ้งปักกิ่ง ยันประคองโรดแม็ปไม่ให้เลื่อนกาบัตร “ไก่อู” ชี้ฝ่ายความมั่นคงติดตามประเมิน แจงไม่ปิดกั้นม็อบ 12 ก.พ. 2561 00:41 ไทยรัฐ