วันอาทิตย์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สับปะรด ทุเรียน

โดย หมัดเหล็ก

โครงการ ไทยนิยมยั่งยืน คิกออฟไปแล้วโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อวันก่อนที่อิมแพคเมืองทองธานี ภายใต้การบูรณาการของ กระทรวงมหาดไทย โครงการดังกล่าวจะขับเคลื่อนจากบนสู่ล่างและล่างขึ้นบน ที่มีแนวนโยบายและการขับเคลื่อนผ่านโครงการไทยนิยมยั่งยืนไปจนถึงระดับตำบลอย่างชัดเจน ใน 878 อำเภอ 83,151 หมู่บ้านและชุมชน ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ชาติและแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เพื่อนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติที่ชัดเจนต่อไป

ไทยนิยมยั่งยืน ประกอบไปด้วยแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ และการปฏิรูปและสร้างการรับรู้ การสร้างความเข้าใจให้กับประชาชนถึงการทำงานของรัฐ รวมถึงโครงการและงบประมาณที่หน่วยงานต่างๆลงไปในพื้นที่ให้เกิดการพัฒนาในการแก้ปัญหาในทุกมิติทั้ง ด้านเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง สร้างและให้ประชาชนได้ตระหนักและรับรู้บทบาทหน้าที่ของตัวเอง ที่จะมีส่วนร่วมในการพัฒนาชาติและการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง

พล.อ.ประยุทธ์ ได้เน้นย้ำว่า สิ่งที่ทำในวันนี้เป็นการตอบสนองความเท่าเทียมและความเป็นธรรมทุกระดับอาชีพและรายได้ ไม่ว่าจะเป็นใครต้องมีโอกาสเท่าเทียมกันทั้งหมด มุ่งหวังให้ประชาชนได้ลืมตาอ้าปาก ไม่อยากให้มีการแบ่งชั้นคนรวย คนจน ซึ่งระบอบประชาธิปไตยจะต้องเป็นแบบนี้

ทั้งหมดนี้ไม่ได้ทำเพื่อรัฐบาลหรือ คสช. แต่เพื่อประชาชนในอนาคต

ถ้าจะมองในมุมของการเมือง รัฐบาล คสช.หนีไม่พ้นเรื่องของการหาเสียง หาคะแนนนิยม ที่เป็นมุมมองเดียวของการเมืองที่ทำได้ นโยบายของรัฐบาล คสช. ที่มีมากกว่า 150 โครงการ ไม่ว่าจะเป็น บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน โครงการเน็ตประชารัฐ หรือเน็ตชายขอบ โครงการลงทะเบียนคนจน หรือการเพิ่มเบี้ยยังชีพให้กับคนชราและคนพิการ สิ่งเหล่านี้มุ่งให้กับรากฐานของประเทศโดยตรง

ก็ไม่พ้นถูกกระทบกระเทียบจากการเมืองว่า นี่เป็นการหาเสียง ให้กับ รัฐบาลและ คสช. เป็นเรื่องของนานาจิตตัง ที่จะไปห้ามความคิดก็คงไม่ได้ แต่สิ่งที่เปรียบเทียบให้เห็นความแตกต่างระหว่างระบอบประชาธิปไตย เพื่อประชาชน หรือ ประชาธิปไตยเพื่อการเมือง เห็นทีจะหยิบยืมคำอธิบายของรองนายกฯ วิษณุ เครืองาม มาเป็นการอธิบายให้เห็นความชัดเจน

เสียงเรียกร้องให้เลือกตั้งโดยที่ไม่รู้ว่าหลังการเลือกตั้งแล้วอะไรจะเกิดขึ้น จะติดกับดักการเมืองต่อไปหรือไม่ ไปตายเอาดาบหน้า สักแต่จะเลือกตั้งกันไปก่อน เป็นประชาธิปไตยในความคิดของฝ่ายการเมือง

ที่เปรียบได้กับสับปะรด ทุเรียน ที่การเลือกตั้งก็จะได้แต่เปลือกไป เนื้อข้างในเป็นอย่างไรก็ไม่รู้ จะอ่อนจะแก่ไม่รู้ จะหวานจะเปรี้ยวก็ไม่รู้ สุดท้ายการเลือกตั้งก็จะได้แต่ตาสับปะรดกับเปลือกทุเรียนที่มีแต่หนามเต็มไปหมด

การเรียนรู้และตระหนักถึง คุณค่าของประชาธิปไตย ให้ประชาชนได้รู้จักสิทธิเสรีภาพ กฎหมาย ก็จะเกิดการหวงแหนสิทธิและเสรีภาพไม่ยอมให้ใครมารังแก จะได้ ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ เสียที ไม่ต้องฉีกทิ้งกันบ่อยๆ.

หมัดเหล็ก
mudlek@thairath.co.th