วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
นักล่า!พรานกรุง ฆ่าได้ทั้งน้ำบกฟ้า

นักล่า!พรานกรุง ฆ่าได้ทั้งน้ำบกฟ้า

  • Share:

ข่าวซีอีโอบริษัทยักษ์ใหญ่เข้าป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตกไปตั้งเต็นท์ล่าสัตว์ป่าคุ้มครอง เป็นเรื่องใหญ่ของสังคมและเป็นเรื่องไม่ธรรมดาของคนในแวดวงนายพราน “นักล่า”

เจ้าหน้าที่ยึดของกลางได้คือ 1.อาวุธปืนยาว (ปืนไรเฟิล) ยี่ห้อ STEYR-MANNLICHER-M หมายเลขตัวปืน 201820 ทะเบียนอาวุธปืน กท.2850473

2.อาวุธปืนยาวลูกซองแฝดเบอร์ 20 ยี่ห้อ AYA-AGUIRRE & ARANZABAL-MADE IN SPAIN หมายเลขตัวปืน 378 และปรากฏเลขทะเบียนอาวุธปืน กท.4552202

3.อาวุธปืนยาวขนาด .22 ยี่ห้อ CZ 452 ZKM SCOUT CZ–USA, Kansas City, US หมายเลขตัวปืน 778590

เหตุเกิดเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา 13.00 น. ที่บริเวณป่าห้วยปะชิ ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก ท้องที่ตำบลชะแล อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี

ทับซ้อนป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาน้ำโจน ค่าพิกัดภูมิศาสตร์ (GPS) ในระบบ WGS84 คือ 47 P 485821 E 1678956 N

ขอหยิบยกหนึ่งในมุมมองผู้มีประสบการณ์ “นักล่า”...ผู้ชื่นชอบเที่ยวป่าในโลกออนไลน์มาให้สังคมได้รับรู้กันอีกสักนิด “Boonananฯ” บอกว่า เรื่องนี้ไม่สงสัยเลยว่าถ้าเขาล่าจริง ล่าเพราะอะไร เพื่อนในเฟซที่ชอบเที่ยวป่าเหมือนกันก็คงทราบแบบที่คอเที่ยวป่าทราบกัน

“ถ้าวันนี้คนที่ยิงเสือเป็นนายพรานชาวบ้าน ชัดเจนเลยว่า ล่าเพราะเป็นรายได้หลักหลายๆแสน เผลอๆอาจจะถึงล้านบาทต่อตัว เพราะชิ้นส่วนเสือขายได้ทุกส่วน แต่คนใหญ่...คนรวยระดับนี้ไม่มานั่งล่าเสือขายแน่นอน...เสือดำเป็นสัตว์หายาก

แนวๆเดียวกับเครื่องรางของขลัง เช่น หมูเขี้ยวตัน เขี้ยวเสือกลวง ช้องหมู...ในเมื่อเสือดำในอุทยานเชื่อง คุ้นชินคน คุ้นชินไฟที่เจ้าหน้าที่เคยลาดตระเวน ตามคำให้การว่าเจอเดินสวนหน้ารถมาก็ไม่แปลกว่าทำไมเหยื่อจึงเป็นเสือดำที่ถูกคมกระสุนพรานกรุง...ที่ดูจากสรีระแล้วหมดสภาพในการแกะรอยแน่นอน แค่เดินก็ลำบาก”

สมัยที่เคยเที่ยวป่ากาญจนบุรี ต้องเล่าให้ฟังว่าเคยได้รู้จักนายพรานพื้นบ้านหลายคน เวลาต้มกาแฟกินกันยามดึกในป่าก็มักจะเสวนากันบ่อยๆ เคยถามว่าเจอ “เสือ” กลัวไหม...กล้ายิงไหม

คำตอบคือ “ไม่กลัว” แต่ “ไม่กล้ายิง”

เหตุผลเป็นเพราะว่าพรานป่าชาวบ้านมีแต่ปืนแก๊ป อานุภาพการยิงไม่สามารถหวังผลได้ 100 เปอร์เซ็นต์ และถึงบางคนมีปืนลูกซอง ถ้าใจไม่ถึงก็ไม่กล้ายิงอยู่ดี...สมัยก่อนปืนลูกซองถือว่าแพง ลูกเก้าลูกโดดราคาขายปลีกเป็นนัดนัดละหลายสิบบาท...เสือจึงไม่ตกเป็นเป้าในการล่าเท่าไหร่

วันเวลาผ่านไประยะหลังๆมานี้ “พรานกรุง” ถือกำเนิดขึ้นมา เป็นคนมีฐานะดี มีเงินมากพอที่จะซื้ออาวุธดีๆ และเมื่อบวกกับการมีบ้านพักอาศัยติดชายแดนป่า สำหรับบางคนเส้นทางนักล่าจึงเกิดขึ้นได้ไม่ยากนัก

โดยทั่วไปแล้ว “พรานกรุง” คือคนเมืองที่ชื่นชอบการใช้ชีวิตในป่า ส่วนจะชอบล่าหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ไม่ได้เหมารวมว่าพรานกรุงทุกคนจะชอบยิงสัตว์

อาวุธปืนทันสมัย กระสุน อุปกรณ์อำนวยการล่าเต็มพิกัด พรานกรุงจึงมีทุกอย่างพร้อม พรานป่าเลยชอบคบหากับพรานกรุง เพราะเมื่อยามเข้าป่าไม่ต้องกังวลเรื่องอาวุธในการล่า

สมัยก่อนต้องขัดห้างดักยิงสัตว์ ปัสสาวะยังต้องระวัง ต้องปลดทุกข์ใส่กระบอกปิดฝา...กันกลิ่นลอยไปกระทบสัตว์ที่จะล่า สมัยนี้มีเปลพร้อมผูกได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่ต้องมานั่งตัดลูกห้างขึ้นไปผูกเป็นวันครึ่งวัน

มุมมองส่วนตัวเมื่อ “พรานป่า” เจอกับ “พรานกรุง” จึงเกิดอำนาจทำลายล้างชาติพันธุ์สัตว์ทุกชนิดที่พบเจอ ขาดความคิดไตร่ตรองแบบพรานไพรที่ล่าเพื่อความอยู่รอดเท่านั้น

บันทึกตามข่าวที่สื่อออกมาสะท้อนให้เห็นชัดเจนว่า มีความพร้อมในการล่าแบบ 100 เปอร์เซ็นต์...ล่าได้แม้กระทั่งสัตว์น้ำ เช่น ปู ปลา ยันนกที่อยู่บนฟ้า เพราะเห็นมีอุปกรณ์การล่าครบทุกมิติ

พูดแบบคร่าวๆก็คือ “เบ็ด” อุปกรณ์ใช้จับสัตว์น้ำและตุ่นที่อยู่ในรูใต้ดินได้...ปืนไรเฟิล ล่าได้ตั้งแต่สมเสร็จยันช้าง...ปืนลูกซองเบอร์ 20 สัตว์ปีกทุกชนิด กระต่าย นิ่ม หมู เก้ง...ปืนลูกกรด .22LR ส่วนตัวเรียกว่าปืนแม่บ้าน ล่าได้ครอบคลุมในการหากับข้าวตั้งแต่ปลาในน้ำ ลิง ค่าง หมู เก้ง กวาง ลิงบนยอดไม้

คุยแบบมีรายละเอียดเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย ก็ต้องเริ่มจากพี่ใหญ่ ...“ปืนไรเฟิล” ที่นิยมใช้ล่าสัตว์กันมากก็คือ 30.06 นี่แหละ อานุภาพกระสุนแรงพอดีไม่ใหญ่เกินไป แถมในข่าวเห็นใช้กระสุนหัวตะกั่วแบบนิ่ม บอกเลยว่าใช้เพื่อการล่าสัตว์โดยเฉพาะ ที่สำคัญเป็นที่รู้กันว่า “ปืน 30.06” ใช้คว่ำเสือกันมากที่สุด

ให้รู้ไว้อีกว่า...ถ้าจะล่ามากินแค่ลูกซอง 9 เม็ดก็ยิงเสือคว่ำได้แล้วเพราะเป็นสัตว์หนังบาง แต่ใช้แล้วหนังจะไม่สวย...นี่กระมังที่ต้องใช้ไรเฟิลฆ่าแล้วหนังเสือไม่เสียหาย...มีราคาและสมบูรณ์

ถัดมา ปืนลูกซองในตลาดทั่วไปที่หาง่ายจะเป็นเบอร์ 12 ที่มีลูกใหญ่กว่าปืนลูกซองแฝดอาย่าฯขนาด 20 ที่เป็นข่าวและราคากระสุนก็ยังแพงกว่าเบอร์ 12 แต่ก็มีข้อเด่นที่สำคัญมากๆคือเสียงเบากว่า เหมาะกับป่าประเทศไทยปัจจุบัน

สุดท้าย...ปืน .22LR ค่าย CZ เป็นปืนไรเฟิลขนาดเล็ก มีกันเกือบทุกบ้านทุกสวน ลูกราคาถูก ยิงแล้วเสียงเบาไม่ดังเปรี้ยงปร้างให้ป่าแตก ส่วนอานุภาพการยิงก็ไม่แรงมาก แต่ถ้าเข้าจุดสำคัญเช่นหัว ก็ทำกระทิงล้มได้ ด้วยหัวกระสุนที่เล็กและคมมาก...จึงได้ฉายาว่าปืนแม่ครัวยิงได้ทุกสิ่งอย่าง...เบา เร็ว แม่นแบบหวังผลได้มาก

เรียกว่า...มีลูกกรดเข้าป่าไม่อดตาย

ปัจจุบันโลกเปลี่ยนไปมากผู้คนมีอาหารการกินมากมายสมบูรณ์ เนื้อสัตว์ก็มีหมู ปลา ไก่ สารพัด สำหรับ “พรานกรุง” ผู้ล่าการถือปืนเข้าป่าหาอาหารน่าจะหมดสมัยได้แล้ว

ทั้งหมดเหล่านี้สะท้อนแง่มุมมาจากประสบการณ์จริงที่สั่งสมมาจากหนึ่ง “พรานกรุง” ที่ชอบเที่ยวป่ากับ “พรานไพร” เช่นกัน แต่ก็ไม่ได้คิดจะล่าสัตว์ใหญ่หายากที่เป็นมรดกของผืนป่าเมืองไทย... ทั้งๆที่เคยพบสัตว์หายากอยู่หลายครั้งก็ตามที

“เสือ” มีความจำเป็นกับระบบนิเวศมากๆ ไม่มีเสือ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมกินพืชจะมีมากเกินไป เยอะมากอาหารก็หายากก็จะออกมาทวงคืนพืชสวนพืชไร่ของมนุษย์ที่รุกล้ำพื้นที่ป่าที่เคยเป็นแหล่งอาหารของ “สัตว์ป่า”

ในบรรยากาศเช่นนั้น เมื่อถึงเวลานั้นก็คงไม่แปลกที่จะถูกเรียกว่า สงครามแย่งชิงดินแดนระหว่างสัตว์ 2 เท้ากับสัตว์ 4 เท้า ที่ผ่านมาก็เคยเกิดขึ้นแล้วเป็นปัญหาใหญ่กับหลายๆพื้นที่

“ทุกวันนี้...ถ้าจะเที่ยวป่าก็จะเป็นต้มกาแฟส่องสัตว์ดูความงามของเขา นั่งดูนกเงือกกินลูกไม้...ฟังเสียงเขาบินแบบไม่เหมือนใครดูนกยูงลำแพนอวดหางให้สาวๆหลงใหล ผมถือว่าสัตว์ป่าคือ วิญญาณป่า...ป่าที่ไร้สัตว์ป่าก็เหมือนคนที่ไร้วิญญาณ”.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้