วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หอมดอกกระเหมือด

ผมอ่านเรื่องของอาจารย์หม่อม คึกฤทธิ์ ปราโมช ตามแรงเงินซื้อหนังสือจะพาไป เจอเรื่อง “หอมดอกกระเหมือด” รวมเล่ม “อารมณ์ขัน” (สำนักพิมพ์ดอกหญ้า พิมพ์ครั้งที่ 2/2554) ยังไม่เคยอ่าน ก็รีบอ่าน

น้าหนอมแกปลูกบ้านอยู่ชายทุ่ง ความที่อยู่ไกลคนอื่น ชาวบ้านนึกว่าแกขลังเวทมนตร์คาถาไล่ซวยได้ เหี้ยขึ้นบ้านใคร แร้งลงบ้านใคร ก็ไปตามน้าหนอมมาไล่เหี้ยไล่แร้งล้างซวย

ไล่มาสิบกว่าปี แกก็เริ่มเบื่อ วันหนึ่งน้าหนอมก็หาไม้รวกยาวๆมาตีเป็นกรงเข้าที่หลังบ้าน คลุมต้นทองหลางใหญ่หลังบ้านไปด้วย แล้วแกก็ไปดักเหี้ยตัวผู้มาตัวหนึ่งเอาแร้งตัวเมียอีกตัวหนึ่งใส่กรงไว้ด้วยกัน

วันๆน้าหนอมก็พายเรือ เจอหมาเน่าก็เอาเชือกผูกจูงกลับบ้าน โยนเข้าไปในกรง แล้วแกก็นั่งดู

ตอนแรกแร้งกับเหี้ยก็แย่งกันกิน กัดกันบ้าง นานๆไปไอ้เหี้ยกับอีแร้ง มันจะเริ่มปรองดองสามัคคีกันดีขึ้น

น้าหนอมแกก็เอาไม้มาต่อแคร่ไว้ข้างกรง นอนเอกเขนกดูแร้งกับเหี้ยสามัคคีกันด้วยความภูมิใจ ต่อมาน้าหนอมก็หากิ่งไม้โยนเข้าไปในกรง วันดีคืนดีอีแร้งก็เริ่มคาบกิ่งไม้ไปทำรังบนค่าคบต้นทองหลาง

น้าหนอมแกหัวร่อคิก เมื่อเห็นไอ้เหี้ยช่วยคาบกิ่งไม้ไปส่งให้อีแร้งที่โคนต้น อีแร้งก็ดัดจริตรับกิ่งไม้ขึ้นไปทำรัง

แล้วเล่นตากับไอ้เหี้ย

อีกสิบวัน อีแร้งก็ไข่ออกมาสองใบ ไข่นั้นลักษณะยาวรีเหมือนไข่เหี้ย แต่เปลือกแข็งเหมือนไข่แร้ง พออีแร้งเริ่มฟักไข่ ไอ้เหี้ยก็ซื่อสัตย์ สู้อุตส่าห์คาบเอาของเน่าขึ้นไปให้อีแร้งกินถึงรัง

น้าหนอมนอนเอกเขนกยิ้ม นึกว่าสัตว์ที่คนทั้งบ้านเขาว่าเป็นอัปมงคลนี้ มันก็มีหัวใจ ปรองดองสามัคคีกันได้ รักใคร่เป็นผัวเมียกันได้ แล้วใครหาว่าแร้งซวย หรือว่าเหี้ยซวย

เก้าสิบวัน ไข่สองใบนั้นก็แตกเป็นตัว น้าหนอมแกก็ปีนขึ้นไป เห็นเป็นตัวผู้ตัวหนึ่ง ตัวเมียตัวหนึ่ง แกตั้งชื่อมันว่า ไอ้เชยกับอีชม

แรกเกิดไอ้เชยอีชม ตัวยาวห้านิ้ว หัวเป็นแร้งปากเป็นแร้ง แต่แลบลิ้นตลอดเวลาอย่างเหี้ย ที่หัวไหล่มีปีกเล็กๆ แต่ขนยังไม่ขึ้น

ตัวนั้นเป็นเกล็ด มีหางเป็นเหี้ย ส่วนขามีสี่ขา ขาคู่หน้าเป็นขาแร้ง ขาหลังเป็นเหี้ย

น้าหนอมแกรักใคร่เหมือนลูก แกเรียกว่า ตัวสหัปมงคล แกนึกว่า ซวยกับซวยบวกกันเข้าไปก็จะต้องไม่ซวย มีแต่มงคลจะเป็นเหี้ยหรือแร้งก็ช่างมัน ขอให้รวมกันได้ก็เป็นดี

เมื่อเห็นว่ามันเชื่อง น้าหนอมก็รื้อกรงปล่อยให้มันหากิน มันไปหากินไกลๆคาบเอาของเน่ามาเลี้ยงลูกจนเติบใหญ่ ตัวยาวราวศอกคืบ

ขนปีกไอ้เชยอีชมงอก มันทั้งหัดบินหัดเลื้อย จนบินได้ไกล เลื้อยก็คล่องแคล่วว่องไว

ตอนมันเริ่มร้องได้ ฟังเสียงซู่ๆ แต่ไม่นานมันก็ร้องชัดถ้อยชัดคำ “ซวย”

ไอ้เชยอีชมติดน้าหนอม แกจะไปไหนมันก็ตามไป น้าหนอมจะกินเหล้าสักก๊ง จะตกปลาดักปลา มันก็เข้ามาจิกจากมือ แล้วร้อง “ซวย ซวย” ร้ายยิ่งกว่า เวลาน้าหนอมเดินเข้าหมู่บ้าน มันก็ตาม คนวิ่งหนีกันจ้าละหวั่น

น้าหนอมเห็นท่าไม่ได้การ แกก็จับไอ้เชยอีชมบิดคอให้ตายไปทั้งคู่ ตั้งแต่วันนั้น น้าหนอมขึ้นเรือนใครไม่ได้ ถึงจะขึ้นไปแล้วพอลงมา เขาก็เอาน้ำราดหัวกระได สถานะน้าหนอมพลิกผันจากหน้าที่ล้างซวย เป็นตัวซวยไปเองเต็มตัว

จบ “หอมดอกกระเหมือด” ผมกำลังคิด อาจารย์คึกฤทธิ์ท่าน เขียนกระทบใคร ชื่อ “น้าหนอม” ทำให้คิดถึงรัฐบาลทหารสมัยที่มีคดีล่าสัตว์ทุ่งใหญ่ ตอนนั้นก็ตั้งหลักรวมพรรคการเมืองพันทางน้อยใหญ่เข้าไว้ด้วยกันอยู่

พอดี มีเหตุ 14 ตุลาฯมหาวิปโยค ปี 2516 รัฐบาลน้าหนอมก็มีอันเป็นไป

“วุ้ย!” ผมตกใจเพิ่งนึกขึ้นได้ ปีนี้ก็เริ่มเข้าขวบปี 2561 ตัวเลขแค่กลับหัวกัน แล้วอะไรๆมันจะเกิดซ้ำรอยรัฐบาลปี 2516 หรือไม่ ผมก็กลัวจนไม่กล้าคิดแทนใครต่อไปอีกแล้ว.

กิเลน ประลองเชิง

ผมอ่านเรื่องของอาจารย์หม่อม คึกฤทธิ์ ปราโมช ตามแรงเงินซื้อหนังสือจะพาไป เจอเรื่อง “หอมดอกกระเหมือด” รวมเล่ม “อารมณ์ขัน” (สำนักพิมพ์ดอกหญ้า พิมพ์ครั้งที่ 2/2554) ยังไม่เคยอ่าน ก็รีบอ่าน 11 ก.พ. 2561 12:12 ไทยรัฐ