วันศุกร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ควงคู่กันช็อปปิ้ง ปู-ทักษิณ กลางกรุงปักกิ่ง

แถมอวยพรตรุษจีนผ่านลูก ม็อบทวงเลือกตั้งมาตามนัด ตร.ระดมสกัด-รวบ3แกนนำ

เขย่าการเมืองร้อน “ปู” โผล่ควง “พี่แม้ว” ย่านช็อปปิ้งหรูกลางกรุงปักกิ่ง “ทักษิณ” ฝากอวยพรตรุษจีนผ่านลูกสาว ปชป.เต้นผางจี้ “บิ๊กตู่” จัดการลากตัวมาให้ได้ “มาร์ค” ดักทาง คสช.รวบหัวรวบหางเตือนอย่าใช้ไทยนิยมแฝงหาเสียง ปชป.ดาหน้าสับยกข้ออ้างปรองดองแค่ต่อวีซ่าอำนาจ “สาธิต” ไล่ “วิษณุ” ไปสำรวจตัวเองก่อน พท.ย้อนแสบ “บิ๊กป๊อก” นิยม ปชต.กึ่งเผด็จการ “สามารถ” ตอกวาทกรรมเอาหรู “วิษณุ” โพลลดเกรดปราบโกงรัฐบาล คสช. แต่ปลื้มด้านพัฒนาสาธารณูปโภค-ประชารัฐ กลุ่มทวงคืนเลือกตั้งมาตามนัด แม้ถูกสกัดทุกช่องทาง ตร.รวบ “เอกชัย” มือสอบนาฬิกาหรูแต่เช้า

กระแสการเมืองเริ่มกลับมามีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจอีกครั้ง หลังปรากฏภาพ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินช็อปปิ้งอยู่กับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ พี่ชาย ในย่านการค้าหรูกลางกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ถือเป็นครั้งแรกที่ทั้งคู่ปรากฏกายคู่กัน หลังหลบหนีออกไปจากประเทศไทย

“มาร์ค” ดัก คสช.รวบหัวรวบหาง

เมื่อวันที่ 10 ก.พ.ที่สถาบันพระปกเกล้า ถนนแจ้งวัฒนะ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงความไม่ชัดเจนในการกำหนดระยะเวลาการเลือกตั้ง ว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจน ว่าสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จะคว่ำร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. หรือไม่ เป็นหน้าที่ของ สนช. และกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ต้องหาทางออกร่วมกัน เคยพูดไว้ชัดเจนแล้ว ไม่ว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ที่สุดแล้วคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ก็อยู่ในสถานะที่จะกำหนดได้ หาก คสช.เห็นว่าการเลือกตั้งควรเป็นไปตามโรดแม็ปที่ประกาศไว้ ต้องเร่งแก้ไขปัญหาไม่ให้กระทบต่อโรดแม็ป แต่หาก คสช.เห็นว่าจำเป็นต้องเลื่อนออกไป ก็ควรชี้แจงเหตุผลต่อสังคมให้ชัดเจน เพราะอาจเกิดสุ่มเสี่ยงเพิ่มปมความขัดแย้งขึ้นในสังคมอีก

อย่าใช้ไทยนิยมแฝงหาเสียง

เมื่อถามว่าหลายฝ่ายมองว่าโครงการไทยนิยมยั่งยืนของรัฐบาล คสช. เป็นการหาเสียงเรียกคะแนน นิยมให้รัฐบาลปูทางไปสู่การเลือกตั้ง นายอภิสิทธิ์ตอบว่า ขอให้ทำตรงไปตรงมา อย่ามีผลประโยชน์แอบแฝง โดยเฉพาะต้องชัดเจนในเนื้อหาสาระและวิธีปฏิบัติในการลงพื้นที่ของคณะทำงาน ที่ระบุว่าไปชี้แจงประชาชน ยืนยันว่าส่วนตัวไม่กังวลถึงข้อ ได้เปรียบ หรือเสียเปรียบของโครงการดังกล่าวจะส่งผลต่อฐานเสียงของพรรคหรือไม่ แต่ขออย่าให้มีการใช้อำนาจรัฐเพื่อเอื้อประโยชน์ทางการเมืองของฝ่ายใด เพราะที่สุดแล้วอาจเป็นการทำลายระบบที่ต้องการให้มีการปฏิรูปการเมือง

สับข้ออ้างปรองดองแค่ต่อวีซ่า

นายศุภชัย ศรีหล้า อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวระหว่างเปิดตัวโครงการไทยนิยมยั่งยืน บอกว่านัก การเมืองไม่ยอมร่วมมือนั้น พล.อ.ประยุทธ์พูดหลังจากประกาศตัวเป็นนักการเมือง วันนี้จึงไม่ใช่ในฐานะกรรมการ อยากให้ระมัดระวังบทบาท เพราะผู้เล่นกับกรรมการต่างกันสิ้นเชิง มันมีส่วนได้ส่วนเสีย เท่าที่สัมผัสคนในพื้นที่มองว่าการพูดปรองดองวันนี้เป็นข้ออ้าง เขาไม่ค่อยเชื่อ ที่ผ่านมาความขัดแย้งเริ่มคลี่คลายไปมาก การถกเถียงเห็นต่างไม่ได้เรียกว่าความขัดแย้งจนเดินหน้าต่อไม่ได้ จึงอย่ายกคำว่าปรองดองมาอ้างให้อยู่ในอำนาจต่อ คนเขารู้ทัน ทุกวันนี้ชาวบ้านอยากเข้าสู่โหมดเลือกตั้งแล้ว ถามทุกวันว่าเมื่อไหร่จะมีเลือกตั้ง ไม่รู้จะตอบเขาอย่างไร

ยุใช้ชื่อไทยนิยมยั่งยืนตั้งพรรค

นายศุภชัยกล่าวต่อว่า มีข้อสังเกตว่าโครงการไทยนิยม ที่ใช้ส่วนราชการโดยเฉพาะท้องถิ่นทุกระดับลงพื้นที่ เป็นการทำแอบแฝงหวังผลทางการเมืองหรือไม่ และไทยนิยมยั่งยืนในอนาคตจะเป็นพรรคการเมืองหรือไม่ ไม่ขัดข้องถ้าจะใช้ชื่อนี้ตั้งพรรค ขอให้เชื่อตนถ้าใช้ทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้านลงไปกล่อม เพื่อคิดหวังผลทางการเมือง หวังดึงคะแนนจากหัวคะแนน เป้าหมายความยั่งยืนที่นายกฯพูดไว้จะบิดเบี้ยวไปหมด เอาการเมืองไปใส่เมื่อไหร่จะล้มเหลวไม่เป็นท่า ติดเป็นเงาของไทยนิยมทันที วันนี้ปฏิเสธยากมากว่าการระดมกำลังครั้งนี้ไม่มีการเมืองไปเกี่ยวข้อง

“สาธิต” ไล่ “วิษณุ” สำรวจตัวเอง

นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การพยายามโหมกระแสไทยนิยมยั่งยืนของ คสช.และรัฐบาล ถ้าเจตนามุ่งหวังผลทำให้บ้านเมืองดีขึ้นก็เป็นเรื่องดี แต่การแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนได้จริงคือ การปราบคอร์รัปชัน การบังคับใช้กฎหมายจริงจัง รวมทั้งผู้มีอำนาจต้องมีคุณธรรมจริยธรรมทำได้โดยเริ่มต้นจากตัวนายกรัฐมนตรี และรองนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ที่พูดโดยใช้พระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาอ้างนั้น ขอให้นายวิษณุตระหนักในพระราชดำรัส และปฏิบัติตาม คือ สนับสนุนคนดีให้มีอำนาจอย่าให้มีทุจริตอย่าให้คนโกงมีที่ยืน นายวิษณุได้ทำสิ่งเหล่านี้แล้วหรือยัง จงทบทวน ไตร่ตรอง สิ่งที่ตัวเอง เป็นอยู่ สมควรอ้างกระแสพระราชดำรัสมาสร้างความชอบธรรมให้กับไทยนิยมหรือไม่ และอย่าดูถูกคนไทยว่าเขาไม่มีความคิด หรือคิดไม่เป็น วันนี้เชื่อว่าคนไทยรู้แล้วว่าระหว่างเผด็จการกับประชาธิปไตย ใครสร้างประโยชน์มากกว่ากัน

สวน “บิ๊กป๊อก” นิยมกึ่งเผด็จการ

ด้านนายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย พูดคำว่าเปลือกประชาธิปไตยนั้น ก็เป็นเพราะทหารเข้ามายึดอำนาจ มีการสร้างเงื่อนไขความขัดแย้งขึ้นจนมีการรัฐประหาร รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่พวกท่านร่างกันขึ้น เป็นรัฐธรรมนูญกึ่งประชาธิปไตยกึ่งเผด็จการ เพราะอำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชนเพียงครึ่งเดียว รวมถึงการบริหารประเทศที่ผ่านมาขับเคลื่อนด้วยอำนาจมาตรา 44 แล้วประเทศชาติพัฒนาไปข้างหน้าหรือไม่ โครงการไทยนิยมยั่งยืน ที่นายกฯ บอกจะเข้าถึงประชาชนทุกตารางนิ้ว เป็นเพียงการส่งเจ้าหน้าที่รัฐไปเปลี่ยนความคิดประชาชน แต่คิดว่าปากท้องคงไม่ได้ดีขึ้นกว่าเดิม วันนี้ไม่สามารถตรวจสอบการทำงานรัฐบาลได้ ประชาธิปไตยกึ่ง เผด็จการแบบนี้หรือที่ พล.อ.อนุพงษ์ ต้องการ

ตอกวาทกรรมเอาหรู “วิษณุ”

นายสามารถ แก้วมีชัย อดีต ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า คำพูดของนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ เป็นเพียงสร้างวาทกรรมให้สวยงามยังไม่รู้เลยว่าประชาชนคิดอย่างไร อย่าไปคิดแทนวันนี้ประชาชนก้าวหน้าเรื่องประชาธิปไตยไปมากแล้ว ระบอบประชาธิปไตยเป็นของประชาชน ควรให้เขาได้ตัดสินใจว่าจะเอาอย่างไร สิ่งที่ผู้มีอำนาจทำกันวันนี้ที่ยื้อการเลือกตั้งออกไป ถือเป็นอุปสรรคขัดขวางประชาธิปไตย วันนี้แม้อาจมีประชาชนบางส่วนยังไม่เข้าใจถ่องแท้ ผู้มีอำนาจควรส่งเสริมให้ประชาชนได้เรียนรู้ผ่านกระบวนการประชาธิปไตย ส่วนกรณีนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. ออกมาฉายหนังตัวอย่างว่าการเลือกตั้งอาจต้องเลื่อนไปอีก 6 เดือนนั้น เป็นการสร้างความวิตกแก่ประชาชนว่าจะมีการเล่นเกม หรือวางแผนอะไรทำให้การเลือกตั้งต้องเลื่อนออกไปอีก วันนี้ประชาชนกังวลมากพออยู่แล้ว ไม่มีประโยชน์อะไรที่ กกต.ออกมาพูดเช่นนี้

ลดเกรดปราบโกงรัฐบาล คสช.

วันเดียวกัน กรุงเทพโพลเปิดผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนเรื่อง “2 ปีแรก vs 2 ปีหลังการทำหน้าที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์” จากประชาชนทั่วประเทศจำนวน 1,228 คน พบว่าภาพรวมคะแนนเมื่อเทียบช่วง 2 ปีแรก กับช่วง 2 ปีหลังพบว่า มีค่าเฉลี่ยลดลง 0.27 คะแนน โดยด้านที่ได้คะแนนเพิ่มขึ้นมากที่สุด คือ ด้านการพัฒนาสาธารณูปโภค ขนส่งมวลชน รถไฟฟ้า รองลงมา คือ ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิต เช่น โครงการประชารัฐ ความสัมพันธ์กับนานาประเทศ ส่วนด้านที่ได้คะแนนลดลงมากที่สุด คือ การแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน การสร้างความโปร่งใส รองลงมา คือ การปฏิรูปการเมืองและพัฒนาระบอบประชาธิปไตย และเศรษฐกิจของคนในประเทศ เมื่อถามถึงความเชื่อมั่นในการทำหน้าที่ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ พบว่าส่วนใหญ่ร้อยละ 52.2 ยังเชื่อมั่น แต่อยากให้มีการเปลี่ยนแปลงในบางตำแหน่ง เพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้ดีขึ้น ขณะที่ร้อยละ 47.8 ไม่เชื่อมั่น อยากให้มีการเลือกตั้ง เพื่อได้รัฐบาลใหม่

“ปู” โผล่ควง “พี่แม้ว” ช็อปปิ้งปักกิ่ง

ผู้สื่อข่าวรายงานถึงความเคลื่อนไหวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลังเคยมีภาพปรากฏตัวอยู่ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ หลังไม่ได้เดินทางไปฟังคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในคดีปล่อย ปละละเลยให้เกิดการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว ล่าสุดเมื่อวันที่ 10 ก.พ. ได้ปรากฏภาพของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในโลกโซเชียลและในกลุ่มสมาชิกพรรคเพื่อไทย กำลังเดินกับพี่ชายนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ช็อปปิ้งในย่านถนนคนเดินหวังฟู่จิ่ง ใกล้จัตุรัสเทียนอันเหมิน กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน แหล่งช็อปปิ้งและแหล่งร้านอาหารขนาดใหญ่ ขณะกำลังเลือกซื้อเกาลัด และถือเป็นภาพแรกที่ทั้งคู่ปรากฏตัวพร้อมกัน เป็นการเดินทางไปเยี่ยมเพื่อนที่กรุงปักกิ่งตั้งแต่ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา และในโอกาสเทศกาลตรุษจีนในสัปดาห์นี้ ก่อนจะเดินทางไปที่อื่นต่อ

ฝากอวยพรตรุษจีนผ่านลูกสาว

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า วันเดียวกัน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร บุตรสาวนายทักษิณ ชินวัตร โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “คุณพ่อฝากสุขสันต์วันตรุษจีน และความปรารถนาดีล่วงหน้าจากปักกิ่งมายังพี่น้องคนไทยทุกคนค่ะ # ตัวอยู่ไกล แต่ก็คิดถึงเสมอนะรู้ยัง” โดย น.ส.แพทองธารลงรูปภาพนายทักษิณขณะอยู่ที่กรุงปักกิ่งประกอบโพสต์ดังกล่าว

ปชป.เต้นผางจี้ “บิ๊กตู่” จัดการ

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า จากภาพที่ปรากฏสะท้อนว่าคนรวยทำผิดกฎหมายก็หนีไปต่างประเทศได้ โดยเจ้าหน้าที่รัฐรู้เห็นเป็นใจและให้การช่วยเหลือ ประชาชนยิ่งเชื่อว่าหากผู้มีอำนาจรัฐไม่ปากว่าตาขยิบ อดีตนายกฯ ทั้งสองคนนี้ไม่สามารถหลบหนีออกนอกประเทศได้แน่ ยิ่งสะท้อนให้เห็นถึงจุดด้อยในกระบวนการยุติธรรม ถ้านายกฯ มีความจริงใจต้องไปตามจับนักโทษหนีคดีมาให้ได้ แต่ที่น่าสงสัยการเอาคนที่เคยเป็นลูกน้องนายทักษิณ มาทำงานในรัฐบาลชุดนี้ จึงมีเหตุอันควรสงสัยได้ว่ากลุ่มคนที่มีอำนาจรัฐเล่นละครตบตาประชาชนกันหรือไม่ ทำไมกระบวนการยุติธรรมจึงใช้บังคับกับตระกูลชินวัตรไม่ได้ การจงใจปล่อยภาพนายทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ตรงกับวันนัดชุมนุมของกลุ่มกิจกรรมที่อยากเลือกตั้งในวันนี้ที่ถนนราชดำเนิน ก็เป็นการส่งสัญญาณว่าตระกูลชินวัตรยังคงต่อสู้ทาง การเมืองต่อไปไม่สิ้นสุด พล.อ.ประยุทธ์จะทำอย่างไร

รัฐห่วงจุดพลุเร้าขุดคอคอดกระ

อีกเรื่อง พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มีกระแสข่าวว่ามีบุคคลกลุ่มหนึ่งเตรียมจัดเวทีในพื้นที่ภาคใต้ ระดมมวลชนให้สนับสนุนการขุดคลองไทย (คอคอดกระเส้นทาง 9A) ระยะทาง 135 กม. แพร่ในโซเชียลมีเดียนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. กำชับว่าไม่ใช่นโยบายของนายกฯ และรัฐบาล เวลานี้ โครงการดังกล่าวอยู่ระหว่างศึกษาผลดีผลเสียทุกด้าน เช่น ความมั่นคงและงบประมาณที่ต้องใช้จำนวนมาก ในพื้นที่ยังคงมีปัญหาอื่นอีกจึงต้องจัดลำดับความสำคัญก่อนหลัง เรื่องนี้ยังเป็นความคิดเห็นส่วนบุคคล ขอให้ผู้ได้รับข้อมูลและประชาชนในพื้นที่ ใช้วิจารณญาณในการรับข่าวสาร ไม่สร้างความเข้าใจผิดแก่สังคม หรือรวมตัวกันจนเกิดเป็นเรื่องบานปลาย

แจงนายกฯไม่สั่งอะไรเป็นพิเศษ

พล.ท.สรรเสริญยังกล่าวถึงกรณีปรากฏภาพนายทักษิณ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ สองอดีตนายกฯปรากฏตัวที่กรุงปักกิ่งว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ไม่ได้สั่งการอะไรเป็นพิเศษในเรื่องดังกล่าว เพราะท่านเคยพูดว่าเรื่องใดมีหน่วยงานรับผิดชอบอยู่แล้ว ให้ดำเนินการไปตามนั้น แต่ไม่ได้หมายความว่าเราละเลย แต่รัฐบาลมีภารกิจจำนวนมาก เมื่อมีคนรับผิดชอบอยู่แล้วก็ให้ดำเนินการไป

ฝ่ายมั่นคงสกัดกลุ่มอยากเลือกตั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ช่วงกลางดึกจนถึงเช้าวันที่ 10 ก.พ. เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงทั้งทหาร ตำรวจ ร่วมกับกรุงเทพมหานคร ประสานแผนรับมือม็อบกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย (ดีอาร์จี) นำโดยนายรังสิมันต์ โรม นักศึกษาปริญญาโทนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ใช้โซเชียลมีเดียทุกช่องทางนัดหมายกลุ่มแนวร่วม ประกอบด้วยกลุ่มนักศึกษา นักวิชาการ นักกิจกรรมสังคม และมวลชนคนเสื้อแดง มาร่วมแสดงพลังขับไล่ คสช. “หยุดยื้อเลือกตั้ง หยุดสืบทอดอำนาจ” ที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โดยฝ่ายความมั่นคงให้ทาง กทม.นำกระถางต้นไม้นานาพันธุ์จัดวางเรียงรายเต็มลานอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ไม่เว้นช่องว่างไว้ให้คนเดินเข้าออก และนำแผงรั้วเหล็กกั้นโดยรอบอีกชั้นสกัดการเข้าออกทุกช่องทาง และกั้นรั้วแผงเหล็กกั้นริมฟุตบาท ถนนราชดำเนินกลางอีกชั้นหนึ่ง

ระดมกำลังเช็กทุกตารางนิ้ว

ต่อมาเวลา 10.30 น. กำลังตำรวจกองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน (บก.อคฝ.) 3 กองร้อย ส่วนหนึ่งเป็นตำรวจ คฝ.หญิง พร้อมรถกระจายเสียงประชาสัมพันธ์ เริ่มลงพื้นที่เตรียมรับมือผู้ชุมนุม โดยมีการตั้งจุดรวมพลอยู่ในพื้นที่โรงเรียนสตรีวิทยา จากนั้นเจ้าหน้าที่หน่วยดีโอดี นำกำลังเข้าตรวจสอบโดยรอบ ส่วนภายในร้านแมคโดนัลด์อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย กลุ่มมวลชนเสื้อแดงเริ่มทยอยมารวมตัวกันรอสัญญาณการนัดชุมนุมจากแกนนำ ขณะที่ พ.ต.ท.สมยศ อุดมรักษาทรัพย์ รอง ผกก.สส. สน.ชนะสงคราม นำกำลังตำรวจเข้าตั้งจุดคัดกรองบริเวณหน้าร้านแมคโดนัลด์ ที่กลุ่มคนเสื้อแดงมารวมตัวกัน และโดยรอบบริเวณพื้นที่ถนนราชดำเนินกลาง รวม 10 จุด กำชับให้เน้นการตรวจบัตรประชาชน ส่วนอาวุธ และอุปกรณ์ที่เป็นสัญลักษณ์ในการชุมนุม ห้ามเข้าพื้นที่โดยเด็ดขาด

งัดกฎหมาย–ระเบียบคุมเข้ม

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวว่า พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.น. พล.ต.ท.สราวุฒิ การพานิช ผบช.ส. พล.ต.ต.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา รอง ผบช.น. ได้ประชุมเตรียมความพร้อมมาตรการรักษาความปลอดภัยรับมือกิจกรรมของกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย และกลุ่ม START UP PEOPLE ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โดยจะใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก บก.น.1 และบก.น.6 เป็นหลัก รวมไปถึงการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร ทั้งนี้กลุ่มผู้ชุมนุมได้ทำหนังสือประสานขอทำกิจกรรมแล้ว และได้แจ้งข้อจำกัดหรือเงื่อนไขการชุมนุมแล้วว่าต้องเป็นไปตามคำสั่ง ระเบียบและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หากผิดไปจากเงื่อนไขต้องดำเนินการอย่างเคร่งครัด การข่าวมีการเฝ้าระวังอยู่ตลอด พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ภายใต้กรอบของกฎหมาย

รวบ “เอกชัย” มือสอบนาฬิกาหรู

ช่วงเที่ยงที่ สน.ปทุมวัน พ.ต.ท.ไอยรา อากาศวิภาต สว.สส.สน.ลาดพร้าว ควบคุมตัวนายเอกชัย หงส์กังวาน หนึ่งใน 4 แกนนำกลุ่ม MBK39 ที่ชุมนุมบริเวณสกายวอล์ก แยกปทุมวัน ที่ถูกศาลอาญากรุงเทพใต้ออกหมายจับ ข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 3/2558 กระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 และ พ.ร.บ.การชุมนุมในที่สาธารณะมาตรา 7 วรรคแรก โดยจับกุมได้ที่หน้าบ้านพักนายเอกชัย เลขที่ 530 ซอยลาดพร้าว 109 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กทม.นายเอกชัยกล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ใช้มือขวาชูสามนิ้วเป็นเชิงสัญลักษณ์แสดงถึงเสรีภาพ ว่า ตำรวจ สน.ลาดพร้าว มาเฝ้าหน้าบ้านตั้งแต่เวลาประมาณ 07.00 น. ตนจึงลงมาพบและขอปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา เพราะไม่ได้ทำอะไรผิด และวันเกิดเหตุไม่ได้พูดปราศรัยอะไร ด้าน พ.ต.อ.ภพธร จิตต์หมั่น ผกก.สน.ปทุมวัน กล่าวว่า ในชั้นพนักงานสอบสวน อนุญาตให้ประกันตัวในวงเงิน 1 แสนบาท สำหรับผู้ต้องหาอีก 3 คน คือนายรังสิมันต์ โรม นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว นายอานนท์ นำภา ที่ถูกออกหมายจับในข้อหาเดียวกัน ยังไม่ประสานเข้ามอบตัว หากตำรวจเจอที่ไหนจับกุมได้ทันที

สแกนยิบถ่ายบัตรประชาชน

จากนั้นเวลา 13.30 น. สถานการณ์เริ่มตึงเครียดเมื่อกลุ่มผู้ชุมนุมกว่า 200 คน ที่มารวมตัวกันในร้านแมคโดนัลด์ เริ่มแสดงความไม่พอใจกับมาตรการคัดกรอง ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจถ่ายบัตรประชาชนผู้ผ่านเข้าออกทุกคน จึงเริ่มตะโกนโห่ฮาใส่เจ้าหน้าที่ พ.ต.อ.อรรถวิทย์ สายสืบ รอง ผบก.น.1 จึงขอให้สื่อมวลชนออกนอกพื้นที่ไปอยู่รอบนอกแผงเหล็กกั้นด้านหน้าร้านแมคโดนัลด์ แล้วนำกำลังตำรวจกองร้อยควบคุมฝูงชนเข้าปิดล้อมโดยรอบ ขณะเดียวกันเริ่มมีแกนนำมวลชนที่ยังตกเป็นผู้ต้องหาในคดีชุมนุมที่สกายวอล์ก เข้ามาร่วม อาทิ นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด นายนายสุกฤษฎ์ เพียรสุวรรณ นายเนติวิทย์ โชติภัทรไพศาล พ.ต.อ.พิทักษ์ สุทธิกุลผกก.สน. ชนะสงคราม กล่าวว่า การตั้งจุดคัดกรองตรวจบัตรประชาชน เพราะเกรงมีการสร้างสถานการณ์หรือมือที่สาม

“จ่านิว-รังสิมันต์-อานนท์”มาครบ

เมื่อถึงเวลา 16.00 น. ตามกำหนดนัดหมายชุมนุม ตำรวจเริ่มนำกำลังโอบล้อมทั้งบริเวณรอบอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และร้านแมคโดนัลด์ ทางกลุ่มดีอาร์จีจึงนำมวลชนราว 200 คน เดินฝ่าวงล้อมตำรวจ ข้ามแยกตัดถนนดินสอ ไปปักหลักรวมตัวบนทางเท้าหน้าบริษัทเคมีวิทยาศาสตร์อุตสาหกรรม ก่อนนำ เครื่องกระจายเสียงมาเปิดปราศรัยโจมตีรัฐบาล คสช. อย่างดุเดือด ต่อมาแกนนำกลุ่มซึ่งถูกออกหมายจับทั้ง 3 คน คือ นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ นายรังสิมันต์ โรม นายอานนท์ นำภา ทยอยมาสมทบและร่วมปราศรัย โดยเจ้าหน้าที่ยังไม่เข้าจับกุม สำหรับไฮไลต์ของการชุมนุมเป็นการแจกจ่ายเอกสารโจมตี คสช. ที่มีชื่อว่า “หยุดวางไข่เผด็จการ” “หยุดยื้อเลือกตั้ง” “หยุดสืบทอดอำนาจ” หน้าปกเป็นรูปยุงที่มีหัวเป็นคนคล้าย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กำลังทำท่าวางไข่ คาดด้วยกากบาทสีแดง เนื้อหา ภายในเป็นการเปรียบเทียบขั้นตอนการวางแผนทำรัฐประหารแต่ละช่วงเวลา กับพัฒนาการของยุง

เปรียบ คสช.กับวงจรชีวิตยุง

ในเอกสารชี้ระบุว่า เริ่มจากระยะที่ 1 ไข่ ตั้งแต่ การวางกำลังในองค์กรต่างๆตามรัฐธรรมนูญปี 50 ระยะ 2 ลูกน้ำ คือ กลุ่มคนที่เป็นผลผลิตของไข่เผด็จการ เหมือนลูกน้ำที่ฟักตัวจากไข่ อาทิ ส.ว.สรรหา ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ระยะ 3 ตัวโม่ง เตรียมสร้างเงื่อนไขสู่การรัฐประหาร เมื่อสถานการณ์การเมืองสุกงอมตัวโม่งก็จะเคลื่อนไหวเตรียมยึดอำนาจ สร้างสถานการณ์ขัดแย้ง แล้วกองทัพรอปิดฉากจังหวะสุดท้าย ระยะ 4 ตัวเต็มวัย คือคณะเผด็จการที่ทำรัฐประหารสำเร็จ แพร่เชื้อ ออกนโยบายคำสั่งที่ละเมิดสิทธิ์ คุกคามเอาเปรียบประชาชน ระยะที่ 5 คือการวางไข่เพื่อสืบทอดอำนาจ เช่น กฎกติกาในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ การช่วงชิงมวลชนจากพรรคการเมือง แนวทางแก้คือ ต้องกำจัดตัวเต็มวัยไม่ให้ คสช.ยื้อเลือกตั้งอีก หยุดการแพร่พันธุ์ด้วยการทำลายไข่ไม่ให้มีลูกน้ำรุ่นต่อไป

นปช.เชียงใหม่โผล่ชูป้ายหนุน

ขณะที่ จ.เชียงใหม่ เมื่อเวลา 16.00 น. พ.ต.อ.อภิวัชร์ ไชยศรีสุทธิ์ ผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่ รับแจ้งมีกลุ่มนปช. 3 คน มายืนชูป้ายที่ลานอนุสาวรีย์ 3 กษัตริย์ ถนนพระปกเกล้า ต.ศรีภูมิ ไปตรวจสอบพบว่ากลุ่มคนที่มาชูป้ายได้แยกย้ายกันไปหมดแล้ว จากการตรวจสอบในเฟซบุ๊ก โดยผู้ใช้ชื่อว่า “ไก่ บิ๊กแมน” โพสต์ภาพชาย 3 คน ยืนชูกระดาษขนาดเอ 4 มีข้อความเขียนด้วยลายมือว่า “หมดเวลา เผด็จการพี่น้องเชียงใหม่ ร่วมขนานกับทางกรุงเทพ ราชดำเนินครับ สู้ๆ ถึงไม่ได้มาร่วม ติดภารกิจก็ทำได้ อยากให้ทำกันทั่วประเทศ ทั่วโลกครับว่า หมดเวลาของเผด็จการแล้ว เราต้องเลือกตั้ง” ทางตำรวจและทหารฝ่ายความมั่นคง กำลังเร่งติดตามตัวนำมาปรับทัศนคติในค่ายทหารต่อไป

คุมตัว 3 แกนนำส่ง สน.ปทุมวัน

กระทั่งช่วงค่ำเริ่มมีมวลชนต่อต้าน คสช.มาร่วมสมทบจำนวนหลายร้อยคน จนเจ้าหน้าที่ต้องปิดแผงรั้วเหล็กรอบฟุตปาท ไม่ให้ล้ำลงไปบนถนน นายปิยรัตน์ จงเทพ หนึ่งในแนวร่วมนำรถติดเครื่องกระจายเสียงมายังพื้นที่ชุมนุม กลุ่มแกนนำจึงเปลี่ยนไปขึ้นปราศรัยบนรถ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดควบคุมฝูงชนและเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบ จึงเข้าล้อมรถกระจายเสียงของกลุ่มแกนนำ และเวลา 19.20 น. นายอานนท์ นำภา หนึ่งในแกนนำ ที่ถูกออกหมายจับ ได้กล่าวปิดการชุมนุมพร้อมนัดหมายให้มวลชนชักชวนกันมาชุมนุมครั้งหน้าเป็นหมื่นเป็นแสนคนเพื่อไล่รัฐบาล คสช. และเรียกร้องให้มีการเลือกตั้ง และประกาศยุติการชุมนุมรอการนัดหมายใหม่อีกครั้ง ส่วนแกนนำทั้ง 3 คน จะไปเยี่ยมนายเอกชัย หงส์กังวาน ที่ยังถูกควบคุมตัวอยู่ที่ สน.ปทุมวัน เมื่อกล่าวเสร็จ พ.ต.ท.อรรถวิทย์ สายสืบ รอง ผบก.น.1 เข้าเชิญตัวแกนนำทั้ง 3 คน พร้อมแสดงหมายจับ ก่อนนำตัวขึ้นรถตู้ไปยัง สน.สำราญราษฎร์ เพื่อลงบันทึกการจับกุม และส่งพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ตามหมายจับต่อไป

เขย่าการเมืองร้อน “ปู” โผล่ควง “พี่แม้ว” ย่านช็อปปิ้งหรูกลางกรุงปักกิ่ง “ทักษิณ” ฝากอวยพรตรุษจีนผ่านลูกสาว 11 ก.พ. 2561 01:45