วันอาทิตย์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นศ.ร้องปปท. ขอช่วยคุ้มครอง เปิดโปงผอ.-จนท. ทุจริตเงิน‘คนจน’

นักศึกษาสาวผวาหนัก หวั่นถูกคุกคาม หลังร้องเรียน ผอ.ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งขอนแก่นกับลูกน้องงาบเงินคนจน เตรียมเข้าพบเลขา ปปท.ขอความคุ้มครอง แฉอีกขณะฝึกงานนำเรื่องไปบอกอาจารย์กลับถูกกล่าวหาว่าเป็นเด็กโกหกและยังถูกอาจารย์บังคับให้กราบเท้าขอโทษเจ้าหน้าที่ศูนย์ฯ แม่ยันรับไม่ได้ ด้านรอง ผวจ.ขอนแก่นชี้ผิดทั้งวินัยและอาญา

กรณีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) มีคำสั่งย้ายนางพวงพะยอม จิตรคง ผอ.ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดขอนแก่น และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องออกจากพื้นที่ พร้อมตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัย หลังจากนักศึกษาคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาพัฒนาชุมชน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม 4 คน เข้าร้องเรียนต่อเลขาธิการ คสช.กล่าวหาว่าขณะเข้าฝึกงานในตำแหน่งนักพัฒนาชุมชนที่ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดขอนแก่น ตั้งอยู่ริมถนนมิตรภาพ บ้านสำราญ ต.สำราญ อ.เมืองขอนแก่น ระหว่างเดือน ส.ค.-พ.ย.2560 ถูกนางพวงพะยอม และเจ้าหน้าที่อีก 2 คน สั่งให้กรอกเอกสารและปลอม ลายมือชื่อของประชาชนที่รับเงินช่วยเหลือสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและเอกสารของผู้ติดเชื้อเอดส์ รวมเป็นเงินกว่า 6.9 ล้านบาท ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 10 ก.พ. นายสันติ เหล่าบุญเสงี่ยม รอง ผวจ.ขอนแก่น กล่าวถึงกรณีนักศึกษาคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาพัฒนาชุมชน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ร้องเรียนต่อเลขาธิการ คสช. กล่าวหาว่าถูกนางพวงพะยอม จิตรคง ผอ.ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดขอนแก่น สั่งให้ไปกรอกเอกสารและปลอมลายมือชื่อประชาชนในใบเสร็จรับเงิน ที่บ้านพักส่วนตัว ตลอดช่วงของการฝึกงานว่า เรื่องดังกล่าวทราบว่ามีการร้องเรียนต่อเลขาธิการ คสช. ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. แต่ทางจังหวัดเองยังไม่เห็นเอกสารเกี่ยวกับการร้องเรียนต่างๆ อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการร้องเรียนตามลำดับขั้นตอนแล้ว ทางจังหวัดเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ หากมีหนังสือสั่งการมายังจังหวัด ทางจังหวัดก็พร้อมจะสอบสวนตามระเบียบของทางราชการ การร้องเรียนถ้าตามพยาน หลักฐานต่างๆที่เกี่ยวข้อง เมื่อตรวจสอบแล้วว่ามีมูล บุคคลที่เกี่ยวข้องจะระดับไหนก็ตาม จะมีความผิดทันที ทั้งทางวินัยและอาญา เพราะข้าราชการต้องปฏิบัติ ตัวตามหลักนิติธรรม ในเรื่องนี้ผิดก็ว่าไปตามผิด

วันเดียวกันผู้สื่อข่าวได้เข้าพบกับหนึ่งในนักศึกษาสาว (ขอสงวนชื่อนามสกุล) ซึ่งเป็นผู้ร้องเรียน ที่บ้านใน จ.ขอนแก่น เพื่อสอบถามถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น ได้รับการเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้เคยนำเรื่องที่เกิดขึ้นในศูนย์ฯไปบอกให้อาจารย์ทราบ แต่กลับถูกอาจารย์ตำหนิกล่าวหาว่าเป็นเด็กโกหก และยังถูกอาจารย์สั่งให้กราบเท้าเจ้าหน้าที่คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดขอนแก่น เป็นครูภาคสนามที่ดูแลการฝึกงานของตนและเพื่อนๆ และเป็นอีกคนที่สั่งให้กรอกเอกสารต่างๆในบ้าน ผอ.ศูนย์ฯ ส่วนของการร้องเรียนนั้น ช่วงที่ฝึกงานใกล้จบ ผู้ตรวจราชการของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ได้ลงพื้นที่ตรวจงานที่ศูนย์ฯ ตนกับเพื่อนอีก 3 คน จึงยื่นเรื่องร้องเรียนโดยตรง แต่ก็ไม่คืบหน้า ตัดสินใจเข้าร้องเรียนต่อเลขาธิการ คสช. ช่วงที่ร้องเรียนเลขาธิการ คสช. ป.ป.ช. และ ป.ป.ท.นั้น เพื่อนอีก 3 คน ไม่ร่วมด้วยปรึกษากับพ่อ แม่ ญาติพี่น้อง ลงความเห็นว่าเดินหน้าร้องเรียนเพียงคนเดียว เพื่อเรียกร้องความบริสุทธิ์ให้กับตัวเอง

“ทำทุกอย่างที่ทำ ก็เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเองและเพื่อประชาชนตามสิทธิ์ที่ควรพึงจะได้ เพราะถ้าเราไม่ปกป้องสิทธิ์ของตัวเอง ไม่ทำเพื่อสังคม เราจะเป็นนักพัฒนาที่ดีได้อย่างไร เรียนมาด้านนี้ และ เข้าฝึกงานที่ศูนย์ฯก็เพราะต้องการเป็นนักพัฒนาที่ดี เรียนจบออกไปทำงานเพื่อสังคมและประชาชนผู้ยากไร้อีกหลายล้านคน ตั้งแต่เดินหน้าร้องเรียนควบคู่กับการเรียน และการทำวิจัย เพราะเรียนอยู่ปีที่ 4 แล้ว พอเกิดเรื่อง ผอ.ศูนย์ฯก็ตระเวนตามหาตัว หาบ้าน ไปที่มหาวิทยาลัยเพื่อขอทราบบ้านพักอาศัย ขอทราบที่อยู่ พ่อ แม่ ไม่ทราบเจตนาของการค้นหาว่าต้องการอะไร แต่โดยส่วนตัวแล้วคิดว่าจะไม่ปลอดภัย อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลในเรื่องความปลอดภัยด้วย จะนำเรื่องทั้งหมดแจ้งให้เลขาฯ ป.ป.ท.ทราบในวันที่ 11 ก.พ.นี้ ทราบว่าเลขาฯ ป.ป.ท.จะลงพื้นที่ จ.ขอนแก่น เพื่อตรวจสอบเรื่องร้องเรียนและตรวจสอบส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ก็จะร้องขอความคุ้มครองความปลอดภัยด้วย” นักศึกษาสาวกล่าว

ด้านแม่ของนักศึกษาสาว (ขอสงวนชื่อนามสกุล) กล่าวว่า ทราบจากลูกสาวว่าช่วงฝึกงานทาง ผอ.ศูนย์ฯ กรอกข้อมูลในเอกสารช่วยเหลือประชาชน ทั้งเอกสารของผู้ยากไร้ ผู้ป่วยเอดส์และส่งเสริมอาชีพ รวมทั้งให้ปลอมลายมือชื่อของประชาชนในใบเสร็จรับเงินกว่า 2,000 ชุด หลังมีข่าวออกสู่สังคม มั่นใจว่าผู้ใหญ่จะให้ความเป็นธรรมกับลูกสาว เพราะสิ่งที่ลูกสาวทำลงไปเพราะถูก ผอ.ศูนย์ฯและเจ้าหน้าที่สั่งให้ทำ สิ่งที่รับไม่ได้คือการที่ลูกสาวกับเพื่อนอีก 3 คน นำเรื่องที่เกิดขึ้นไปบอกกล่าวกับทางอาจารย์ แต่กลับถูกกล่าวหาว่าเป็นเด็กโกหก เวลาพูดคุยซักถามรายละเอียดก็จะถามต่อหน้าเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ฯ ซึ่งเป็นคนสั่งให้ลูกและเพื่อนปลอมลายมือชื่อชาวบ้าน ลูกสาวและเพื่อนไม่กล้าพูดความจริงต่อหน้าเจ้าหน้าที่คนดังกล่าว เพราะเกรงว่าจะฝึกงานไม่จบ ไม่มีใครกล้าพูด และยังถูกอาจารย์สั่งให้ลูกสาวและเพื่อนกราบเท้าขอโทษเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวด้วย เป็นอาจารย์แท้ๆ ไม่ปกป้องลูกศิษย์ตัวเอง การตรวจสอบ ยังไม่เกิดขึ้น ก็ตัดสินว่าลูกศิษย์ตัวเองเป็นฝ่ายผิด เป็นเด็กโกหก มันน่าจะมีทางออกที่ดีกว่านี้ ไม่ใช่ให้เด็กกราบเท้า

ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวได้พยายามโทรศัพท์ติดต่อสอบถามนางพวงพะยอม จิตรคง ผอ.ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดขอนแก่น ผู้ถูกกล่าวหา เพื่อสอบถามถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น แต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้ คาดว่านางพวงพะยอมคงเก็บตัวเพื่อเตรียมหลักฐานแก้ข้อกล่าวหา ส่วนรายละเอียดและข้อเท็จจริงผู้สื่อข่าวจะได้ตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง