วันพุธที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สยบวิกฤติ “มัลดีฟส์” “แบ็กอัพดี” ตัวชี้ขาด!

รวมพลัง-กลุ่มผู้สนับสนุนฝ่ายค้านชุมนุมประท้วงในกรุงมาเล เมื่อ 4 ก.พ. เรียกร้องให้รัฐบาลเคารพคำตัดสินของศาลฎีกา ที่สั่งให้ปล่อยเหล่านักการเมืองฝ่ายค้าน และให้พิจารณาคดีอดีตประธานาธิบดีโมฮาเหม็ด นาชีด (รูปเล็ก) ใหม่ (เอพี/เอเอฟพี)

“สาธารณรัฐมัลดีฟส์” ในมหาสมุทรอินเดีย ฉายา “แดนสวรรค์ของนักท่องเที่ยว” ซึ่งประกอบด้วยหมู่เกาะปะการัง 26 เกาะ เกาะแก่งอื่นๆอีก 1,192 เกาะ มีประชากรราว 430,000 คน เกิดวิกฤติการเมืองครั้งใหญ่!

เมื่อประธานาธิบดีอับดุลลา ยามีน ประกาศภาวะฉุกเฉิน 15 วันเมื่อ 5 ก.พ. ทั้งยังจับกุมนายอับดุลลา ซาอีด ประธานศาลฎีกากับผู้พิพากษาศาลฎีกาอีก 1 คน และจับอดีตประธานาธิบดีมอมูน อับดุล กายูม พี่ชายต่างมารดาวัย 80 ปี ซึ่งแตกหักกับน้องชายหันไปอยู่กับฝ่ายค้าน หลังกุมอำนาจมายาวนาน 30 ปี

วิกฤติการเมืองปะทุขึ้นหลัง “ศาลฎีกา” พิพากษาเมื่อ 31 ม.ค. ให้ปล่อยตัวนักการเมืองฝ่ายค้าน 9 คน และสั่งให้คืนตำแหน่ง ส.ส. 12 คน ที่ถูกปลดหลังตีจากพรรครัฐบาลไปเข้ากับฝ่ายค้าน ศาลยังชี้ว่า การพิจารณาคดีอดีตประธานาธิบดีโมฮาเหม็ด นาชีด ผู้นำคนก่อน ในปี 2558 ซึ่งถูกศาลตัดสินจำคุก 13 ปี ในข้อหาก่อการร้าย “ขัดต่อรัฐธรรมนูญ”

คำพิพากษาของศาลฎีกาครั้งนี้จะส่งผลให้ฝ่ายค้านมีเสียงข้างมากในรัฐสภา สามารถดำเนินกระบวนการถอดถอน (อิมพีชเมนต์) ยามีนได้ อีกทั้งปูทางให้นาชีดที่ลี้ภัยอยู่ในต่างแดนกลับมาสู้ศึกเลือกตั้งได้

แต่ยามีนไม่ยอมรับคำพิพากษา ชี้ว่าศาลฎีการ่วมมือกับฝ่ายค้านพยายามก่อ “รัฐประหาร” เขายังสั่งทหาร ตำรวจต่อต้านการจับกุม หรือถอดถอนตนจากตำแหน่ง การประกาศภาวะฉุกเฉินยังทำให้กองกำลังความมั่นคงมีอำนาจล้นเหลือจับกุมใครก็ได้ อีกทั้งจำกัดอำนาจศาลยุติธรรม และห้ามรัฐสภาถอดถอนยามีน

นาชีดและฝ่ายค้านชี้ว่าการประกาศภาวะฉุกเฉินคือ การประกาศ “กฎอัยการศึก” ดีๆ นี่เอง และเรียกร้องให้ประชาคมโลก โดยเฉพาะอินเดียกับสหรัฐอเมริกาเข้าแทรกแซงกดดันให้ยามีนสละอำนาจ

แต่สุดท้าย วิกฤตการณ์ก็เริ่มคลี่คลาย เมื่อผู้พิพากษาศาลฎีกาที่เหลือ 3 คนถูกข่มขู่กดดันอย่างหนัก จนต้องประกาศยกเลิกคำตัดสินดังกล่าว ขณะที่ ผบ.ตร.ออกโรงกล่าวหาว่าผู้พิพากษาที่ถูกจับทั้ง 2 คน รับสินบนเพื่อแลกกับคำตัดสินให้ปล่อยตัวนักการเมืองฝ่ายค้าน

ก่อนยามีนขึ้นกุมอำนาจ นาชีดเป็นผู้นำคนแรกที่มาจากการเลือกตั้งแบบประชาธิปไตยในปี 2551 เขาโด่งดังบนเวทีโลกอย่างรวดเร็วหลังออกโรงเรียกร้องให้ชาวโลกต่อสู้ภาวะโลกร้อนอย่างเร่งด่วน ถึงขั้นจัดการประชุมคณะรัฐมนตรีใต้น้ำเพื่อให้ชาวโลกใส่ใจในชะตากรรมของมัลดีฟส์ที่กำลังจะจมใต้ทะเลเพราะภาวะโลกร้อน

หลังยามีนเอาชนะนาชีดได้อย่างมีข้อกังขาในการเลือกตั้งประธานาธิบดีรอบ 2 ในปี 2556 วิกฤติการเมืองมัลดีฟส์เริ่มคุกรุ่นรอวันระเบิด เพราะยามีนกำจัดพรรคร่วมรัฐบาลอย่างเป็นระบบและกวาดล้างฝ่ายค้านอย่างหนัก นักการเมืองฝ่ายค้านคนสำคัญๆ เกือบทั้งหมดถูกจับหรือลี้ภัยไปอยู่ต่างแดน รวมทั้งนาชีดซึ่งลี้ภัยไปอยู่อังกฤษก่อนมาอยู่ศรีลังกาเมื่อเร็วๆนี้ เพื่อรอวันกลับไปสู้ศึกเลือกตั้งในปีนี้

ยามีนเป็นผู้นำเผด็จการขี้ระแวง แม้แต่รองประธานาธิบดีอาเหม็ด อาดีบ ซึ่งเขาแต่งตั้งขึ้นมาเองกับมือหลังสั่งปลดรองประธานาธิบดีคนก่อนในข้อหาทรยศ ก็ถูกจับยัดข้อหาพัวพันการลอบวางระเบิดเรือเร็วหมายสังหารยามีนในปี 2558 ซึ่งทำให้ภริยาของยามีนได้รับบาดเจ็บ

ฝ่ายค้านพยายามดำเนินกระบวนการถอดถอนยามีนในรัฐสภาหลายครั้งแต่ไม่สำเร็จ เพราะ ส.ส.ฝ่ายค้านถูกจับหรือหนีไปลี้ภัยในต่างแดนจนขาดเสียงข้างมากในสภา จนกระทั่งศาลฎีกามีคำพิพากษาในครั้งนี้

ความตึงเครียดทางการเมืองใน 4 ปีหลังส่งผลกระทบต่อ “การท่องเที่ยว” อันเป็นรายได้หลักหล่อเลี้ยงมัลดีฟส์อย่างรุนแรง ยิ่งหลังการประกาศภาวะฉุกเฉิน คาดว่าการท่องเที่ยวจะยิ่งดำดิ่ง แม้ยามีนรับประกันว่าประชาชนและนักท่องเที่ยวต่างชาติจะปลอดภัย แต่นานาชาติ รวมทั้ง “จีน” ซึ่งมีคนไปเที่ยวมัลดีฟส์มากที่สุด ไปจนถึงอินเดีย สหรัฐฯ และอังกฤษ อดีตเจ้าอาณานิคมของมัลดีฟส์ เตือนพลเมืองของตนอย่าเดินทางไปมัลดีฟส์ในช่วงนี้

เมื่อครั้งยามีนประกาศภาวะฉุกเฉินครั้งก่อนในปี 2558 อ้างว่า เพื่อต่อสู้ภัยก่อการร้าย ทำให้ยอดนักท่องเที่ยวลดฮวบ ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างหนัก แม้ปีที่แล้วจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติไปเยือนมัลดีฟส์เกือบ 1.4 ล้านคน เพิ่มขึ้นจาก 1.28 ล้านคนในปี 2559

จนถึงขณะนี้ “กองกำลังความมั่นคง” สนับสนุนยามีนอย่างเปิดเผย พล.อ.อาเหม็ด ชิยัม ผบ.สส. ก็ประกาศว่าไม่ยอมรับ “คำตัดสินที่ผิดกฎหมาย” ของศาลฎีกา แต่น่าสังเกตว่าหน่วยตำรวจปราบจลาจลที่เข้าไปจับกุมอดีตประธานาธิบดีกายูม ยังทำวันยาหัตถ์คารวะเขาอย่างนอบน้อม ทำให้นักวิเคราะห์เตือนว่าการจับกุมนายกายูมซึ่งยังมีบารมีและได้รับความเคารพอย่างสูง อาจทำให้กองกำลังความมั่นคงแตกแยกสู้รบกันเอง

รัฐบาลยามีนยังมีสายสัมพันธ์ลึกซึ้งกับ “จีน” และ “ซาอุดีอาระเบีย” ซึ่งเข้าไปลงทุนในมัลดีฟส์มหาศาล ดังนั้น ยามีนจึงมั่นใจว่าแม้จะถูกประชาคมโลกรุมกดดันอย่างหนัก แต่เมื่อมีทั้งจีน, ซาอุฯ และกองกำลังความมั่นคงคือ ตำรวจ ทหารหนุนหลัง ฐานอำนาจของตนแข็งแกร่งพอที่จะฝ่าฟันวิกฤติการณ์ครั้งนี้ไปได้

มี “แบ็กอัพ” ดีขนาดนี้ ยามีนคงไม่แพ้ง่ายๆ และการกวาดล้างฝ่ายตรงข้ามจะยิ่งรุนแรง!

บวร โทศรีแก้ว

“สาธารณรัฐมัลดีฟส์” ในมหาสมุทรอินเดีย ฉายา “แดนสวรรค์ของนักท่องเที่ยว” ซึ่งประกอบด้วยหมู่เกาะปะการัง 26 เกาะ เกาะแก่งอื่นๆอีก 1,192 เกาะ มีประชากรราว 430,000 คน เกิดวิกฤติการเมืองครั้งใหญ่! 10 ก.พ. 2561 14:49 ไทยรัฐ