วันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

การปฏิรูปประเทศ ด้านการส่งเสริมสุขภาพ และการป้องกันโรค (ตอนที่ 3)

ระบบเฝ้าระวังและระบบข้อมูลสารสนเทศทางด้านสาธารณสุข ประเทศไทยได้พัฒนาระบบเฝ้าระวังและระบบข้อมูลสารสนเทศด้านสาธารณสุขมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน มีเครือข่ายเฝ้าระวังโรคครอบคลุมทั่วประเทศ มีจุดเด่นที่การเฝ้าระวังโรคติดต่อ และระบบเฝ้าระวังปัญหาเอดส์

โดยระบบการเฝ้าระวังโรคติดต่อเน้นระบบรายงาน การรายงานผลการตรวจเชื้อสาเหตุทางห้องปฏิบัติการ และการเฝ้าระวังเหตุการณ์เป็นระบบหลัก ในขณะที่ระบบเฝ้าระวังปัญหาเอดส์เน้นที่การเฝ้าระวังความชุกอุบัติการณ์ของการติดเชื้อเอชไอวีในประชากรกลุ่มต่างๆ และการเฝ้าระวังพฤติกรรมที่สัมพันธ์กับการติดเชื้อเอชไอวี

ในปัจจุบันที่พระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 เริ่มมีผลบังคับใช้ จะยิ่งทำให้ระบบเฝ้าระวังด้านโรคติดต่อเหล่านี้มีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น เนื่องจาก พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 กำหนดให้การรายงานโรคเป็นหน้าที่ของสถานบริการทางสาธารณสุข ห้องปฏิบัติการทางสาธารณสุข และเจ้าของสถานประกอบการหรือสถานที่อื่นใด (ที่พบโรคระบาด) ในขณะที่ระบบเฝ้าระวัง และระบบข้อมูลสารสนเทศของโรคไม่ติดต่อ และโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อมยังจำเป็นต้องได้รับการปรับปรุงอีกมาก

การประมวลผลข้อมูล การนำเสนอข้อมูล และการเผยแพร่ผลการเฝ้าระวังให้ได้อย่างรวดเร็ว และสามารถนำเสนอข่าวสารที่ง่ายสามารถนำไปใช้ในการตัดสินใจได้สะดวก รวมถึงการพัฒนาสมรรถนะด้านการคาดการณ์หรือการพยากรณ์โรคก็เป็นอีกประเด็นที่สำคัญและจำเป็นต้องได้รับการปรับปรุง

ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ นับเป็นเครื่องมือ/อุปกรณ์สนับสนุนการดำเนินงานที่สำคัญ การนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้อย่างชาญฉลาดและเหมาะสมกับบริบท และสถานะทางการเงินของประเทศจะช่วยให้งานด้านการป้องกันควบคุมโรคสามารถดำเนินการไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในปัจจุบัน เทคโนโลยีสารสนเทศมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในด้านการจัดการข้อมูล การสื่อสารภายใน (เช่น ระบบ video conference) และการเผยแพร่ความรู้และข้อมูลข่าวสารสู่สาธารณะ ทั้งในภาวะปกติและภาวะฉุกเฉิน ซึ่งที่ผ่านมา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่ให้บริการสื่อสารข้อมูล การพัฒนาศูนย์ข้อมูล (data center) ระบบการประชุมทางไกล (VDO conference) และพัฒนาระบบการแสดงผลผ่านจอแบบบูรณาการ (VDO wall) การพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศของศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข (Emergency operations center, EOC)

ในการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องหารือและกำหนดทิศทางร่วมกันให้ชัดเจน เพื่อลดความซ้ำซ้อน และเพื่อให้การดำเนินงานก้าวหน้ารวดเร็วยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การตัดสินใจและทิศทางการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศของศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขในระยะต่อไป การพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับข้อมูลเพื่อการตัดสินใจในเชิงยุทธศาสตร์และการบริหารจัดการ ทิศทางการพัฒนาระบบ big data ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

การวิจัย ในภาพรวม ประเทศไทยลงทุนกับการวิจัยในระดับที่ต่ำมาก (เพียงร้อยละ 0.48 ของ GDP) การวิจัยด้านการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคมักมีผลตอบแทนในเชิงธุรกิจต่ำ การลงทุนกับการวิจัยด้านการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคจึงมักตกเป็นความรับผิดชอบของภาครัฐ โดยภาคเอกชนและภาคประชาสังคมอื่นๆมีส่วนร่วมค่อนข้างน้อย ในขณะเดียวกัน การลงทุนการวิจัยด้านการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคของหน่วยงานภาครัฐก็อยู่ในระดับที่ต่ำเช่นกัน ทั้งยังมีแนวโน้มลดลงอีกด้วย

ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มีหน่วยงานที่สามารถทำหน้าที่เป็นหน่วยงานหลักในการกำหนดนโยบายและทิศทางการวิจัยด้านการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคได้อย่างแท้จริง การวิจัยจึงมักแยกส่วนและเป็นไปตามความสนใจของแต่ละสถาบันและหน่วยงาน ไม่สามารถตอบสนองต่อ “ช่องว่าง” ของประเด็นความรู้ที่ขาดหายไปได้ และที่สำคัญคือไม่สามารถสร้างนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีสำหรับการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันควบคุมโรคที่จำเป็นได้จริง

ปัญหาที่สำคัญอีกประการหนึ่งด้านการวิจัยก็คือ การขาดการลงทุน และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการวิจัยที่เพียงพอของประเทศ และการไม่มีห้องปฏิบัติการทางสาธารณสุข (Public Health Laboratory) และ Research Laboratory ทำให้การวิจัยส่วนใหญ่ด้านการส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรคเป็นการวิจัยเพื่อพัฒนามาตรการเชิงสังคมและพฤติกรรม และ ขาดการวิจัยด้าน Bio–medicine (เช่น การพัฒนาชุดการตรวจวินิจฉัยโรคที่เป็นปัญหาของประเทศ การพัฒนายา หรือการพัฒนาวัคซีน เป็นต้น)

การบริหารจัดการกำลังคนและโครงสร้างของหน่วยงานด้านการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคมี 3 หน่วยงานที่แยกกันอยู่ ได้แก่ กรมอนามัย กรมควบคุมโรค และสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ซึ่งในประเทศส่วนใหญ่งานเหล่านี้มักจะอยู่ในหน่วยงานเดียวกัน เช่น U.S. Centers for Disease Prevention and Control ของประเทศสหรัฐอเมริกา หรือ Public Health England ของประเทศอังกฤษ

การแบ่งแยกงานที่ไม่ควรแยกออกจากกันก่อให้เกิดปัญหาการทำงานมากมาย เช่น ห้องปฏิบัติการไม่ยอมแจ้งผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการให้หน่วยงานที่ทำงานด้านการป้องกันโรคทราบ การประสานงานของหน่วยงานระหว่างกรมที่มีความล่าช้าและซับซ้อน การปฏิเสธงานที่มีความเสี่ยงสูงของหน่วยงานมีความรับผิดชอบโดยตรง เป็นต้น.

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

การปฏิรูปประเทศ ด้านการส่งเสริมสุขภาพ และการป้องกันโรค (ตอนที่ 2)

ภาพรวมการปฏิรูปประเทศ ด้านการส่งเสริมสุขภาพ และการป้องกันโรค (ตอน 1)

หมอดื้อ

ระบบเฝ้าระวังและระบบข้อมูลสารสนเทศทางด้านสาธารณสุข ประเทศไทยได้พัฒนาระบบเฝ้าระวังและระบบข้อมูลสารสนเทศด้านสาธารณสุขมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน 10 ก.พ. 2561 14:38 10 ก.พ. 2561 14:49 ไทยรัฐ