วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สังคมไร้มาตรฐาน

สังคมอลวนเพราะคนอลเวง จนเกิดอาการไม่เชื่อมั่นกำลังจะกลายเป็นสังคมไร้ขื่อแปเพราะการบังคับใช้กฎหมายไม่โปร่งใส คนรวย คนดัง คนมีอำนาจได้อภิสิทธิ์เหนือกว่าคนต่ำตม

ข่าว “เขย่าขวด” สุดสัปดาห์นี้สังคมไทยยุค “ใส่นาฬิกาเข้าป่า” ก็คงเป็นอย่างนี้แหละ...คือความอึมครึมไม่รู้ออกหัวออกก้อยอย่างไร

ความโปร่งใสนั่นประเด็นหนึ่ง...

การบังคับใช้กฎหมายก็อีกประเด็น หนึ่ง...

เป็นสังคมที่เกิดความแคลงใจไปทุกเรื่องทุกประเด็น ทางแก้อย่างหนึ่งก็คือ คนในสังคมทุกกลุ่มจึงต้องเกาะติดเรื่องราวเหล่านี้ไม่ให้เงียบหายไป

มิฉะนั้นเสร็จมันแน่ แก้ปัญหาไม่ได้

ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง “นาฬิกาพี่ใหญ่” ที่เจอเรื่องล่าสัตว์ทุ่งใหญ่ทำท่าจะเงียบๆ หายไปคล้ายกับว่าข่าวใหม่มากลบ ข่าวเก่า

ยิ่งนายกฯประยุทธ์ จันทร์โอชา พยายามให้ถ้อยคำเพื่อให้เกิดความเห็นใจทำนองว่าถ้ารัฐมนตรีออกไป

สักคนก็จะเกิดปัญหาไปทั้งรัฐบาล

“อย่ารักผมคนเดียวต้องรักรัฐมนตรีของผมด้วย”

นั่นเป็นวาทะทางการเมืองที่ไม่ต้องการให้เอาเรื่องนี้มาทำเป็นเรื่องใหญ่ ทั้งๆที่ในความเป็นจริงมันไม่ได้เกี่ยวกันสักนิด

ยังมีเรื่องในเครือข่ายเดียวกันอดีต ผบ.ตร. ที่ตั้งโดยรัฐบาลชุดนี้มีเรื่องมีราวพาดพิงเรื่องเส้นทางการเงินที่พันไปถึง “เจ้าของอ่าง” ที่ยังหนีคดีอยู่ ณ เวลานี้

เงินทอง 300 ล้านบาท นั้นไม่ใช่น้อย ด้วยการยอมรับว่ายืมมาจากเจ้าของอ่าง แต่ก็ใช้คืนไปหมดแล้ว

เป็นการรีบออกตัวก่อนที่ดีเอสไอกำลังสอบสวนถึงความเชื่อมโยง

ที่หนักไปกว่านั้นก็คือ บอกว่าการเป็นตำรวจนั้นไม่ใช่อาชีพหลัก แต่เป็นไซด์ไลน์เท่านั้น แต่ตลาดหุ้นนั่นคืออาชีพหลัก

ใครเป็นตำรวจรู้สึกยังไงบ้าง เมื่ออดีต ผบ.ตร.คนดังพูดออกมาอย่างนี้ เพราะมันเท่ากับว่าไม่มีเกียรติไม่มีศักดิ์ศรีเลยหรือ

เป็นตำรวจเล่นๆ เพื่อเป็นทางผ่านแห่งอำนาจเท่านั้น มันดูถูกกันชะมัด

หากย้อนไปให้ถึงความจริงสักหน่อย ตอนที่ได้รับการแต่งตั้งเป็น ผบ.ตร. นั้นถามว่าอยากเป็นหรือไม่

อมพระมาพูดก็ไม่มีใครเชื่อ ...“ไม่อยากเป็น”

นี่ถือเป็นความผิดพลาดของรัฐบาลชุดนี้แหละ...เพราะการแต่งตั้งให้น้ำหนักไปที่ “เด็กเส้น–เด็กนาย” มากกว่าความสามารถในวิชาชีพ

นี่แหละที่ทำให้ประเทศไทยมีปัญหา ประชาชนไร้ทางออก

ล่าสุดก็เป็นเรื่องของ “เสี่ยใหญ่” เจ้าของอาณาจักรรับเหมาก่อสร้าง “อิตาเลียนไทย” เข้าไปตั้งแคมป์ในป่าทุ่งใหญ่นเรศวร เมืองกาญจน์

ก็ด้วยความเป็นคนรวยที่มีอิทธิพลต่อระบบราชการ นักการเมือง ไม่ว่ารัฐบาล ที่มาจากการเลือกตั้งหรือเผด็จการทหาร

ยุคไหนยุคนั้นไม่เคยมีปัญหา เพราะสนับสนุนมาทุกพรรค ทุกกลุ่ม การประมูลงานใหญ่ๆได้มาตลอด

พูดง่ายๆว่าไม่มีใครรังเกียจเดียดฉันท์

สิ่งที่สันนิษฐานได้ว่าการเข้าออกป่ามรดกโลกผืนนี้คงไม่ใช่ครั้งเดียวแน่ เพราะต้องใช้เส้นสายแบบ “ขาใหญ่ผ่านตลอด”

เผอิญว่าครั้งนี้ถูกจับได้ไล่ทันเพราะเจออาวุธปืน ซากสัตว์ ของกลางเพียบ แถมยังมีร่องรอยใช้เส้นใช้สายและต่อรองกับเจ้าหน้าที่แต่ไม่ยอมเล่นด้วย

เรื่องนี้ถ้าลงเอยแบบสังคมรับไม่ได้...ก็ระวังเอาไว้ให้ดีเถอะ...!!!

“ลิขิต จงสกุล”

สังคมอลวนเพราะคนอลเวง จนเกิดอาการไม่เชื่อมั่นกำลังจะกลายเป็นสังคมไร้ขื่อแปเพราะการบังคับใช้กฎหมายไม่โปร่งใส คนรวย คนดัง คนมีอำนาจได้อภิสิทธิ์เหนือกว่าคนต่ำตม 10 ก.พ. 2561 14:32 10 ก.พ. 2561 15:01 ไทยรัฐ