วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ตรุษจีน-วาเลนไทม์คึกคัก! ม.หอการค้าชี้เงินสะพัดทะลุ 5.6 หมื่นล.รอบ 10 ปี

ตรุษจีน-วาเลนไทม์คึกคัก! ม.หอการค้าชี้เงินสะพัดทะลุ 5.6 หมื่นล.รอบ 10 ปี

  • Share:

ม.หอการค้าไทย เผยตรุษจีนคึกเงินสะพัด 5.6 หมื่นล้านบาท สูงสุดนับแต่เริ่มสำรวจเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา ชี้ประชาชนแห่ซื้อของไหว้-ทำบุญเพิ่ม ขณะที่วาเลนไทน์ปีนี้ เงินสะพัดสูงสุดเช่นกัน ด้านกรุงเทพมหานครร่วมกับปศุสัตว์ ลงพื้นที่ตรวจสถานประกอบการผลิตเนื้อสัตว์ปีก สร้างความมั่นใจผู้บริโภคช่วงตรุษจีน ส่วนบิ๊กซีพีเอฟคาดชุดไหว้ตรุษจีนปีนี้โต 10-15%

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงพฤติกรรมการใช้จ่ายผู้บริโภคในช่วงเทศกาลตรุษจีนปีนี้ ที่สำรวจจากกลุ่มตัวอย่าง 1,200 ตัวอย่างทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 30 ม.ค.-6 ก.พ.61 ว่า คาดมีเม็ดเงินสะพัดกว่า 56,860 ล้านบาท สูงสุดนับตั้งแต่เริ่มสำรวจค่าใช้จ่ายช่วงตรุษจีนเมื่อประมาณ 10 ปีที่ผ่านมา หรือเพิ่มขึ้น 3.52% จากปีก่อน เนื่องจากคนแห่ทำบุญ ซื้อของเซ่นไหว้ ให้แต๊ะเอียกันมากขึ้น ประกอบกับประชาชนมั่นใจว่าเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวชัดเจนขึ้นในช่วงไตรมาส 2 จึงใช้จ่ายและท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น

สำหรับมูลค่าการใช้จ่ายช่วงตรุษจีนปีนี้ พบว่า ส่วนใหญ่ซื้อของเซ่นไหว้เฉลี่ย 4,155 บาท ทำบุญ 2,048 บาท ซื้อสินค้าอุปโภคและบริโภค 2,714 บาท ให้แต๊ะเอีย 4,008 บาท ซื้อเสื้อผ้า รองเท้า 1,446 บาท ท่องเที่ยว 25,489 บาท ซื้อสินค้าฟุ่มเฟือย เช่น เครื่องประดับ ทองคำ 18,153 บาท ซื้อสินค้าคงทน เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องเรือน 4,910 บาท เป็นต้น “มูลค่าการใช้จ่ายปีนี้เมื่อเทียบกับปี 60 ผู้ตอบส่วนใหญ่ 57.6% บอกว่า ใช้จ่ายเพิ่มขึ้น เพราะเศรษฐกิจดีขึ้น รายได้เพิ่มขึ้น ราคาสินค้าแพงขึ้น ได้โบนัสมากขึ้น และธุรกิจได้กำไรมากขึ้น ส่วนอีก 23.6% บอกว่า ใช้จ่ายลดลง เพราะลดค่าใช้จ่าย รายได้ลด ภาวะเศรษฐกิจแย่ลง ราคาสินค้าถูกลง และการเมืองยังไม่มีเสถียรภาพ และอีก 18.8% บอกการใช้จ่ายไม่เปลี่ยนแปลงจากปีก่อน ส่วนเงินที่นำมาใช้จ่ายส่วนใหญ่ถึง 37% ใช้เงินเดือน/รายได้ปกติ ส่วนอีก 32.7% มาจากเงินออม และอีก 30.3% มาจากโบนัส/รายได้พิเศษ”

ส่วนสถานที่ที่ประชาชนอยากไปสักการะขอพรมากที่สุด คือ ศาลเจ้าพ่อเสือ กทม., วัดเล่งเน่ยยี่ กทม., วัดไตรมิตร กทม., วัดพนัญเชิงวรวิหาร จ.พระนครศรีอยุธยา, วัดบำเพ็ญจีนพรต กทม. เป็นต้น โดยพรที่ต้องการ คือ อยากร่ำรวยเงินทอง, ประสบความสำเร็จในทุกสิ่งที่ต้องการ, อยากให้ทุกคนในครอบครัวมีสุขภาพแข็งแรง อายุยืน, มีความรัก ความสามัคคีกัน เป็นต้น

นายธนวรรธน์ กล่าวถึงพฤติกรรมการใช้จ่ายเทศกาลวาเลนไทน์วันที่ 14 ก.พ.ปีนี้ว่า คาดจะมีมูลค่าการใช้จ่าย 3,822.27 ล้านบาท สูงสุดนับตั้งแต่มีการสำรวจมาหรือเพิ่มขึ้น 3.10% เพราะราคาสินค้าที่แพงขึ้นทั้งดอกไม้, การ์ดอวยพร, ช็อกโกแลต และของขวัญอื่นๆ ประกอบกับประชาชนเริ่มมีรายได้เพิ่มขึ้น จากภาวะเศรษฐกิจที่เริ่มดีขึ้น จึงใช้จ่ายมากขึ้น ส่วนค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนพบว่า ซื้อดอกไม้ 350 บาท เดินห้าง 1,240 บาท ซื้อของขวัญ 1,123 บาท ท่องเที่ยวในประเทศ 4,440 บาท ซื้อช็อกโกแลต 344 บาท ทานข้าวนอกบ้าน 1,307 บาท ไปดูภาพยนตร์ 495 บาท ซื้อการ์ด 104 บาท ซื้อตุ๊กตา 537 บาท เป็นต้น “นอกจากเงินสะพัดรวมจะสูงสุดเป็นประวัติการณ์แล้ว ยังพบว่าค่าใช้จ่ายเฉพาะซื้อของมอบให้คู่รักเฉลี่ยต่อคนยังสูงสุดด้วย โดยอยู่ที่ 1,490.35 บาทต่อคน จากในปี 60 เฉลี่ยที่ 1,334.29 บาทต่อคน, ปี 59 เฉลี่ย 1,227.67 บาทต่อคน, ปี 58 เฉลี่ย 1,012.08 บาทต่อคน, ปี 57 เฉลี่ย 996.24 บาทต่อคน เป็นต้น”

ด้านนายเฉลิมชัย โรจน์นครินทร์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตมีนบุรี กล่าวว่า ช่วงเทศกาลตรุษจีนผู้ประกอบการในการผลิตเนื้อสัตว์ต่างเร่งผลิต เพื่อรองรับความต้องการบริโภคเนื้อสัตว์ปีกที่มีเพิ่มขึ้น กรุงเทพมหานครจึงมีการตรวจสอบกระบวนการผลิตในช่วงเวลานี้เข้มงวดขึ้น เพื่อดูแลให้สถานประกอบการ และโรงงานแปรรูปอาหารมีกระบวนการผลิตอาหารปลอดภัย ตามโครงการ “กรุงเทพฯ เมืองอาหารปลอดภัย” โดยร่วมกับปศุสัตว์พื้นที่ เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจมากขึ้นในการเลือกซื้อไก่ไปไหว้เทพเจ้า “ผลการตรวจสอบเป็นที่น่าพึงพอใจ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ มีกระบวนการผลิตอาหารสะอาด ถูกหลักอนามัย ได้มาตรฐานสากล”

น.สพ.สุฤทธิ์ ชัชวาลกิจ ปศุสัตว์พื้นที่กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคในช่วงเทศกาลตรุษจีน ปศุสัตว์ในพื้นที่กรุงเทพมหานครจะมีการควบคุมและกำกับดูแลในทุกขั้นตอนการผลิต ตั้งแต่การเลี้ยงสัตว์ตามมาตรฐานฟาร์มของกรมปศุสัตว์ การเชือด ชำแหละในโรงฆ่าที่ถูกกฎหมาย จนถึงการวางจำหน่ายในสถานที่น่าเชื่อถือ ซึ่งแนะนำให้ประชาชนเลือกซื้อเนื้อสัตว์ โดยดูป้ายรับรองความปลอดภัย สัญลักษณ์ “ปศุสัตว์ OK” ด้วย.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้