วันอาทิตย์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หมอแสงยังไม่เห็น ใบรับรองจากสธ. วิงวอนอย่าทะเลาะกันดีกว่า (คลิป)

“หมอแสง” เผยยังไม่เห็นใบรับรองเป็น “หมอพื้นบ้าน” จากกรม การแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก จึงยังพูดอะไรไม่ได้ “ลิ้นไม่มีกระดูก เดี๋ยวกลับกลอกมาอีกเซ็นแล้ว แต่มีใครเห็นบ้าง” พร้อมวอนแพทย์ที่ออกมาวิจารณ์ยาดีจริงหรือไม่ และทำไมต้องลงบันทึกประจำวัน อย่าทะเลาะกันดีกว่า เพราะหมอก่อนผ่าตัดยังต้องให้ญาติเซ็นยินยอม ดังนั้นจำเป็นต้องลงประจำวันเพื่อป้องกันตัวเองด้วย

ขณะที่ญาติผู้ป่วยแห่ลงประจำวันรับยาเพิ่มขึ้น หลังรู้ข่าวหมอแสงได้ขึ้นทะเบียน ญาติผู้ป่วยรายหนึ่งเผยดีใจที่สุดที่หมอแสงได้ขึ้นทะเบียน จะยกให้เป็น “หมอเทวา” เพราะแพทย์หมดทางรักษาแล้ว

หลังกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกออกใบรับรองให้นายแสงชัย แหเลิศตระกูล หรือหมอแสง เป็นหมอพื้นบ้านแล้วตั้งแต่วันที่ 7 ก.พ. ที่ผ่านมา สร้างความหวังให้กับผู้ป่วยโรคร้ายเป็นอย่างมาก เกี่ยวกับเรื่องนี้เมื่อวันที่ 8 ก.พ. นายแสงชัย แหเลิศตระกูล หรือหมอแสง ผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดปราจีนบุรี เผยว่า ตามที่มีข่าวว่า กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ออกใบรับรองให้ตนเป็นหมอพื้นบ้านนั้น ตอนนี้ยังพูดอะไรไม่ได้ เพราะยังไม่เห็น “ลิ้นไม่มีกระดูก เดี๋ยวกลับกลอกมาอีกเซ็นแล้วมีใครเห็นบ้าง ผู้สื่อข่าวเห็นยังเห็นไหม เห็นมาถามกันจังเลย เซ็นแล้วแต่ยังไม่เห็น เห็นก่อนค่อยว่ากันใหม่ เชิงพาณิชย์ ห้ามไม่ห้ามก็เรื่องของเขาอยู่แล้ว ผมก็ทำในจำนวนจำกัด แพทย์แผนไทยก็แบ่งไปทำบ้างสิ มีงบป่าว มีงบก็แบ่ง กันเอาไปทำจะได้แจกกัน ผมจะได้เหนื่อยน้อยลง”

นายแสงชัยกล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่มีกลุ่มนายแพทย์ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ว่ายาสมุนไพรของตนมีคุณภาพจริงหรือไม่ ถ้าไม่จริงทำไมต้องไปแจ้งความ พูดถึงแพทย์รังสี ตนไม่รู้จักว่าแพทย์อะไร รู้จักแต่ “รังสี เสรีชัย” นักร้องจริงๆแล้วสมุนไพรดีหรือไม่ดีอยู่ที่ประชาชนคนกิน เขากินข้าวได้นอนหลับ สุขภาพดี ไปตรวจแล้วค่าเลือดลดลง ต้องถามค่าเลือดที่ลดลง ใครเป็นคนตรวจ ตนไม่ได้เป็นคนตรวจ หมอตรวจต้องไปถามหมอ อย่าไปคิดว่าชาวบ้านคิดไปเอง แล้วที่ถามว่า ทำไมต้องไปลงบันทึกประจำวัน “ถามกลับไปว่า หมอที่ผ่าตัดในโรงพยาบาล ทำไมต้องให้ญาติเซ็นถ้าญาติไม่เซ็นผ่าไหม ของผมถ้าเกิดเขากินแล้วเป็นอะไรไป ทำไงละ ผมต้องป้องกันตัว ตำรวจเขาก็ดูแลความเรียบร้อย รู้ยอดประชาชน” นายแสงชัยกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ทางแพทย์ถามว่าทำไมต้องไปแจ้งความด้วย นายแสงชัยกล่าวว่า ถามว่าหมอตอนนี้เรียนมาสูงๆ อย่ามาทะเลาะกับตนดีกว่า ต้องคิดถึงเรื่องตัวเองก่อน ทำไมผ่าตัดต้องเซ็น อย่ามาโจมตีหมอพื้นบ้านอย่างตนถูกต้องไหม ถ้าคิดว่าคุณดี เก่ง คุณก็รับไป ที่ตนรับคือประชาชนที่หมดทางเลือก โรงพยาบาลไม่รับตนก็ช่วยหลวงช่วยรัฐบาลดูแลเอาไว้ ให้สมุนไพรเขายังไม่ตาย ดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของเขา ถ้าตนไม่ทำใครทำหรือพวกหมอจะรับไปทำ

ส่วนที่ สภ.เมืองปราจีนบุรี วันเดียวกัน มีประชาชนทยอยเดินทางมาลงบันทึกประจำวันเพิ่มมากขึ้น หลังจากเมื่อวันที่ 7 ก.พ. มีประชาชนมาลงประจำวันน้อยผิดปกติ เนื่องจากทราบข่าวว่านายแสงชัยจะเลิกผลิตสมุนไพรรักษาโรคมะเร็ง เพราะกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก แถลงว่ายังไม่รับรองเป็นหมอพื้นบ้าน จนสายมีการแถลงว่า อธิบดีกรมการแพทย์ฯได้ลงนามหนังสือรับรองให้เป็นหมอพื้นบ้านเรียบร้อยแล้ว ทำให้ผู้ป่วย โรคมะเร็งและญาติกลับมามีความหวังอีกครั้งในการรับยาสมุนไพรจากหมอแสง และเริ่มเดินทางมาลง บันทึกประจำวันเพิ่มมากขึ้น จากการตรวจสอบข้อมูล การลงบันทึกประจำวันของตำรวจ พบว่าตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 4 ก.พ.ถึงปัจจุบันมียอดผู้มาลงบันทึกประจำวันรวมทั้งสิ้น 5,000 กว่าราย ยอดน้อยที่สุดคือเมื่อวันที่ 7 ก.พ. ทั้งวันมีเพียง 100 กว่าราย ส่วนวันเดียวกันนี้แค่ช่วงเช้า ปรากฏว่ามียอดผู้ป่วยมาลงบันทึกประจำวันเกือบ 200 รายแล้ว

นางอาทิตย์ ทุมกิ่ง อายุ 54 ปี ญาติผู้ป่วยรายหนึ่ง กล่าวว่า เดินทางมาจาก จ.นครพนม มาหาหมอแสง ความหวังอยู่กับหมอแสง คนป่วยเป็นมะเร็งตับแพทย์รักษาไม่ได้ให้กลับบ้าน ถ้าหมอแสงหยุดจ่ายยารู้สึกเสียใจมาก เสียใจที่สุดเลย ตนขายควายนั่งรถโดยสารมาเพื่อลงประจำวัน “ตอนนี้หมอแสงได้รับอนุญาตเป็นหมอพื้นบ้านแล้ว รู้สึกดีใจที่สุด ความหวังของผู้ป่วยขั้นสุดท้ายเป็นความหวังของประชาชนทั่วไป ฉันจะยกให้หมอแสงเป็นหมอเทวดาเลย เพราะญาติฉันไปเอายาโรงพยาบาลมากินนอนรอคอย ความตาย พอได้ยินข่าวหมอแสงจึงเดินทางมาเพื่อลงประจำวันขอรับยา”