วันพุธที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เต็ง “แชมป์” ไทยลีก

กำลังจะเปิดฉากดวลแข้งฤดูกาลใหม่กันแล้ว กับฟุตบอลไทยลีก หรือ “ที 1” ในซีซั่น 2018 โดยโปรแกรมวีกแรกทั้ง 9 คู่ มีดังต่อไปนี้

ประเดิมด้วยเกมคู่เปิดสนามในวันศุกร์ที่ 9 ก.พ. ระหว่างบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในฐานะแชมป์เก่า กับราชบุรี มิตรผล เอฟซี ที่สนามช้าง อารีน่า ในเวลา 19.00 น. ซึ่งทรูโฟร์ยู ช่อง 24 จะถ่ายทอดสดให้ชม

จากนั้นในวันเสาร์ที่ 10 ก.พ. แอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล เอฟซี จะพบกับสุโขทัย เอฟซี เวลา 17.45 น.ที่สนามธูปะเตมีย์ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด พบชลบุรี เอฟซี เริ่ม 18.00 น. ที่สิงห์ สเตเดี้ยม ชัยนาท ฮอร์นบิล เจอกับสุพรรณบุรี เอฟซี 20.00 น. ที่เขาพลอง สเตเดี้ยม

ขณะที่บิ๊กแมตช์ “แข้งเทพ” ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด รับการมาเยือนของ “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ที่สนามทรู สเตเดี้ยม (สนามธรรมศาสตร์ รังสิต) โดยคู่นี้ทรูโฟร์ยูก็จะยิงสดในเวลา 19.00 น.ด้วย

ส่วนในวันอาทิตย์ที่ 11 ก.พ. ก็ยังมีอีก 4 คู่ เริ่ม 18.00 น. นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี พบบางกอกกล๊าส เอฟซี ที่สนามเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ราชนาวีกับอุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด ที่สนามราชนาวี สัตหีบ คู่ 19.00 น. การท่าเรือ เอฟซี เปิดบ้านรอรับแข้ง พัทยา ยูไนเต็ด ที่แพท สเตเดี้ยม (ถ่ายทอดทรูโฟร์ยู) และเวลาเดียวกันน้องใหม่ป้ายแดง

พีที ประจวบ เอฟซี จะเล่นในลีกสูงสุดเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร เจอกับโปลิศ เทโร ที่สามอ่าว สเตเดี้ยม
ดูเหมือนจะเป็นธรรมเนียมไปซะแล้ว สำหรับการทำนายทายทักว่าทีมใดจะเป็นตัวเต็งคั่วตำแหน่งแชมป์ในฤดูกาลนี้ และทีมไหนบ้างที่โดนกะเก็งว่าจะเป็นผู้โชคดีที่ร่วงหล่นชั้นลงไปเล่นที 2 ในปีหน้า

สำหรับทีมที่เป็น “เต็งแชมป์” ที่จะคว้าโทรฟี่ไทยลีกในปีนี้ ผมมองว่ามาตรฐานของทั้งเอสซีจี เมืองทองฯ และแชมป์เก่า บุรีรัมย์ ภาพรวมยังดูเหนือกว่าทีมอื่น และมีโอกาสพอกันที่จะประสบความสำเร็จ

ทั้งสองทีมต่างเสียผู้เล่นตัวหลักไป โดยทีมกิเลนผยองอาจกระทบโครงสร้างมากกว่าเพราะเสียทั้ง “เจ้ามุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา และธีราทร บุญมาทัน ที่ย้ายไปโกยเงินเยนในเจลีก ส่วน “เทพตอง” กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ก็ได้โอกาสทองไปโชว์ความหนึบที่ยุโรป

แถมล่าสุดยังโชคร้ายที่อดิศักดิ์ ไกรษร กองหน้าตัวสำคัญ ดันเดี้ยงจากฟุตบอลประเพณี จุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ ต้องพักยาวกว่าครึ่งปีอีก

ทางฟากทีมปราสาทสายฟ้าเลือกที่จะปล่อยตัวดาวซัลโวสูงสุดของทีมเมื่อฤดูที่แล้ว อย่าง “ชาช่า” แจ็กสัน โคเอลโญ ที่เปลี่ยนสีเสื้อไปใส่สีแดงของเมืองทองแทน

แต่นั่นอาจยังไม่สะเทือนเท่ากับการที่พวกเขาตัดสินใจไม่ต่อสัญญากับโก ซุลกิ ดาวเตะ ชาวโสม ที่เป็นขุมพลังหลักของทีมมาหลายปี และเป็นนักเตะผู้ปิดทองหลังพระในเกมรุกของทีมเซราะกราวอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ยังมีเรื่องของโปรแกรมที่ปีนี้ทีมปราสาทสายฟ้าต้องมีคิวเตะเอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก เข้ามาแทรกอยู่ด้วย ดังนั้น จึงน่าจะส่งผลกระทบต่อผลงานในบอลลีกไม่มากก็น้อย

ส่วนที่เป็นตัวเต็งรองลงมาผมให้ เชียงราย ยูไนเต็ด กับ แบงค็อก ยูไนเต็ด ที่มีการปรับขบวนทัพกันใหม่แทบทั้งหมด
เช่นเดียวกับ บางกอกกล๊าส และ การท่าเรือ ก็มีโอกาสสอดแทรกขึ้นมาเป็น “ม้ามืด” ได้ทุกเวลาเหมือนกัน

จริงๆแล้วว่าจะจับยามสามตาต่อถึงทีมที่เป็น 5 เต็งหามที่จะร่วงหล่นชั้นสู่ลีกพระรอง แต่วันนี้เนื้อที่ไม่อำนวย
เอาไว้รอดูผลงานนัดแรกก่อนแล้วกัน ค่อยมาต่อในตอนหน้า!!!

บี บางปะกง