วันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'ดีเอสไอ' ร่อนเอกสารชี้แจง คดีอุ้มนักต้านคอร์รัปชัน หายจากโรงพักปี 51

"ดีเอสไอ" แจงกรณีญาติเหยื่อคดีอุ้มหายจากโรงพักบ้านไผ่ เมื่อปี 51 ร้องอัยการสูงสุด หลังรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานทั้งจากผู้ร้องและพยานหลักฐาน ไม่พบตัวผู้กระทำความผิด จึงสรุปสำนวนงดการสอบสวนส่งพนักงานอัยการ

เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 8 ก.พ. 61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ออกแถลงการณ์ชี้แจงถึงสื่อมวลชน โดยระบุว่า ตามที่ปรากฏข่าวกรณี นายประเสริฐ เหล่าโสภาพันธ์ น้องชายของนายกมล เหล่าโสภาพันธ์ อดีตนักเคลื่อนไหวภาคประชาชน สมาชิกเครือข่ายภาคประชาชนต่อต้านคอร์รัปชัน ชาว อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ที่พบเห็นการทุจริตการเช่าที่ดินของหน่วยงานรัฐแห่งหนึ่งในพื้นที่ พร้อมแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้อง ก่อนถูกอุ้มหายไปจากสถานีตำรวจภูธรบ้านไผ่ จ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 7 ก.พ. 2551 

โดยกรณีดังกล่าวมีการโอนคดีจากพื้นที่มาเป็นคดีพิเศษในความรับผิดชอบของดีเอสไอ แต่คดีไม่มีความคืบหน้า กระทั่ง นายประเสริฐ มายื่นหนังสือร้องขอความ เป็นธรรมต่ออัยการสูงสุด (อสส.) ให้เร่งรัดการสอบสวนคดีพิเศษ ในเรื่องที่พี่ชายหายไป เมื่อ 7 ก.พ. 61

คณะโฆษกดีเอสไอชี้แจงว่า กรณีดังกล่าวคณะกรรมการคดีพิเศษมีมติรับคดีการหายตัวไปของ นายกมล เหล่าโสภาพันธ์ เป็นคดีพิเศษที่ 70/2552 และดำเนินการสืบสวนสอบสวน รวมทั้งรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน ทั้งจากผู้ร้องและพยานหลักฐานอื่นตลอดมา แต่ไม่ทราบตัวผู้กระทำความผิด จึงสรุปสำนวนให้งดการสอบสวน ส่งพนักงานอัยการ แต่ยังดำเนินการสืบสวนเพื่อหาตัวผู้กระทำผิดต่อไป ซึ่งสอดคล้องกับคำสั่งพนักงานอัยการให้งดการสอบสวน หากพบพยานหลักฐานว่าผู้ใดเป็นผู้กระทำผิดก็ให้สอบสวนต่อไป

ส่วนผู้ร้องประสงค์ขอรับการคุ้มครองพยานนั้น แต่ไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ตามกฎหมาย จึงไม่อาจให้ความคุ้มครองได้ อย่างไรก็ตาม หากผู้ร้องประสงค์เห็นว่ามีภัยคุกคาม และจะยื่นเรื่องขอให้พิจารณาใหม่ ก็สามารถยื่นเรื่องพร้อมข้อเท็จจริงและหลักฐานใหม่ ดีเอสไอ พร้อมอำนวยความยุติธรรมตามกฎหมาย จึงชี้แจงมาเพื่อทราบ.

"ดีเอสไอ" แจงกรณีญาติเหยื่อคดีอุ้มหายจากโรงพักบ้านไผ่ เมื่อปี 51 ร้องอัยการสูงสุด หลังรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานทั้งจากผู้ร้องและพยานหลักฐาน ไม่พบตัวผู้กระทำความผิด จึงสรุปสำนวนงดการสอบสวนส่งพนักงานอัยการ 8 ก.พ. 2561 19:02 ไทยรัฐ