วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มาดูกับมาดาม: “Fifty Shades Freed” หลีกหนีที่แท้ทรู

อย่าพลาดกับภาคสุดท้ายของภาพยนตร์เซ็กซี่และร้อนแรงแห่งยุค “ฟิฟตี้เชดส์ฟรีด” เมื่อชีวิตแต่งงานไม่ใช่จุดจบแต่เป็นจุดเริ่มต้นของอะไรบางอย่าง...

เชื่อสุดใจว่า “Fifty Shades Freed” หรือ “ฟิฟตี้เชดส์ฟรีด” หนังภาคต่อภาคสุดท้ายของชุด “Fifty Shades” จะต้องเป็นหนังที่ผู้ชม โดยเฉพาะสาวน้อยสาวใหญ่ทั้งหลายรอคอย แม้ว่าแวดวงนักวิจารณ์และคอหนังตัวยงจะไม่ค่อยปลื้ม แต่เชื่อเถอะค่ะว่าหนังต้อง “ปลดล็อก” อะไรบางอย่างแน่ๆ เห็นได้จากยอดวิวสูงลิบภายใน 24 ชั่วโมงของการเปิดตัวบนช่องทางออนไลน์ของภาคสอง “Fifty Shades Darker” ที่ทำลายสถิติหนังดังระดับโลกอย่าง “Star Wars: The Force Awakens”

 

ถ้าใครเคยอ่านหรือคุ้นเคยกับนิยายรักประโลมโลก ไม่ว่าชาติไหน ภาษาอะไร ก็ไม่น่าเซอร์ไพรส์กับความเร่าร้อน และร้อนแรงแบบเหนือจินตนาการของหนังชุด “Fifty Shades” แต่ถ้าใครไม่เคยล่ะก็...อย่าเพิ่งตั้งป้อมค่ะ เพราะหนังไม่ได้โฟกัสที่ความสมจริง (แม้ว่าเวอร์ชั่นนี้หนังจะพยายามอย่างมากให้เข้ากับยุคสมัยมากก็เถอะ) แต่อยากจะพาคุณๆ ไปเพ้อฝันหลุดโลกมากกว่า ก็แหม...เราจะหาสามีแบบ “มิสเตอร์เกรย์” หรือ “คริสเตียน เกรย์” มหาเศรษฐีหล่อมากที่สปอยล์ภรรยาคนสวย “มิสซิสเกรย์” หรือ “แอนัสเตเซีย สตีล” ได้ที่ไหนบนโลก ถ้าไม่ใช่ในนิยายประโลมโลก!!!


กลับมาที่เนื้อเรื่องประโลมโลกของ “Fifty Shades Freed” ต้องบอกก่อนว่า แม้จะมีโอกาสดูตั้งแต่ภาคแรก แต่มาดามก็แทบจำรายละเอียดของเรื่องไม่ค่อยได้ แต่นี่ถือเป็นจุดแข็งของเรื่อง เพราะเราไม่ต้องใช้ความพยายามอะไรมาก เราก็ระลึกเรื่องภาคที่แล้วได้ค่ะ เพราะเหตุการณ์ในเรื่องไม่ได้ซับซ้อน ตัวละครไม่กลมมาก ทำให้เราปะติดปะต่อเรื่องได้ไม่ยาก ส่วนตัวคิดว่าเป็นการพักสมองที่ดี ถือเป็นเรื่อง #ดูเพลินๆ


แต่ไฮไลต์ของ “Fifty Shades Freed” ไม่ใช่แค่ฉากเซ็กซี่เร่าร้อน 20+ ที่ต้องตรวจบัตรก่อนเข้าโรง แต่มันมีคดีพลิก! เพราะนอกจากความเป็นดราม่าโรแมนซ์เหมือนสองภาคก่อนหน้า ภาคนี้แอบมีกลิ่นอายของแอ็กชั่นทริลเลอร์ด้วยค่ะ มีตัวร้ายโรคจิต “แจ็ค ไฮด์” (อีริค จอห์นสัน) มาเปลี่ยนบรรยากาศแบบพอหอมปากหอมคอ แทบไม่สะดุ้งสะเทือน แต่ก็เป็นการแก้เลี่ยนที่ดี พอให้หายหมั่นไส้พระนางที่เอาแต่พ่อแง่แม่งอนใส่กัน แบบไม่ค่อยเข้ากับหน้าตาเท่าไร


ในส่วนของคาแรกเตอร์หลัก “แอนัสเตเซีย สตีล” (ดาโกต้า จอห์นสัน) และ “คริสเตียน เกรย์” (เจมี่ ดอร์แนน) ภาคนี้ต้องเรียกว่าเข้าถึงบทบาทกันมากขึ้น ตามวันเวลาและพัฒนาการความสัมพันธ์แบบก้าวกระโดด จากแฟนเป็นสามีภรรยา ใช่แล้วค่ะ...ภาคนี้เปิดตัวที่ฉากแต่งงานสุดหรูของคู่รักตระกูลเกรย์ ตามมาด้วยบททดสอบการใช้ชีวิตคู่แบบไม่ค่อยเหมือนหนังรักเรื่องไหนที่เราคุ้นเคยนัก เพราะก็อย่างที่บอก...มันไม่ได้เน้นที่ความสมจริง แต่อยากให้เราจิ้นและฟินกระจายกับสภาวะคู่ข้าวใหม่ปลามันที่สาวๆ ทั้งโลกต้องอิจฉา...ฉะนั้นเตรียมตัวเช็ดน้ำหมาก...เอ๊ย...น้ำลายกันไว้ให้ดี


เอาเป็นว่าอย่าคิดมาก หนังพาเราหลีกหนีแบบไร้ตรรกะและเหตุผลใดๆ ซึ่งอาจขัดตาและขัดอารมณ์คอหนังที่คุ้นเคยกับหนังตรรกะแน่นเปรี๊ยะในระยะหลัง ถือว่าพักผ่อนสมอง ดูกล้ามท้อง...เอ๊ย...ดูเพลินๆ ค่ะ อย่าคิดมาก ถือซะว่าดูหนังรักต้อนรับวันวาเลนไทน์สัปดาห์หน้าในแบบเร่าร้อนและเซ็กซี่

จนกว่าจะพบกันใหม่

มาดามอองทัวร์
Twitter: @MadamAutuer

อย่าพลาดกับภาคสุดท้ายของภาพยนตร์เซ็กซี่และร้อนแรงแห่งยุค “ฟิฟตี้เชดส์ฟรีด” เมื่อชีวิตแต่งงานไม่ใช่จุดจบแต่เป็นจุดเริ่มต้นของอะไรบางอย่าง... 8 ก.พ. 2561 11:51 ไทยรัฐ