วันพฤหัสบดีที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'ชีวิตตำรวจ แลกด้วยอะไรก็ไม่คุ้ม' อาลัยผู้กองอิส ยิงตัดขั้วหัวใจ ตายในหน้าที่

ทุกวันนี้..นอกจากเจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องเข้าระงับเหตุ ด้วยความระมัดระวังจากการสูญเสียซึ่งชีวิตและทรัพย์สินของตนเองแล้ว การขึ้นโรงขึ้นศาล ถูกฟ้องร้องดำเนินคดี หรือ พลาดพลั้งถูกตั้งกรรมการสอบจากการปฏิบัติหน้าที่ จึงเป็นเรื่องควรระมัดระวังอย่างยิ่งยวด 

..เหตุการณ์เฉพาะหน้าที่ไม่คาดฝันว่าจะต้องเกิดขึ้น ผู้ประสบเหตุปราศจากการตั้งรับอย่างมีสติ อย่างกรณีของ ร.ต.อ.อิสระพงษ์ กุลจินดา หรือ ผู้กองอิส รอง สวป.สภ.หนองขาม จ.ชลบุรี ถูกยิงกระสุนตัดขั้วหัวใจเสียชีวิต ขณะเข้าระงับเหตุ นายนิรุต จิตหมั่น อายุ 39 ปี เมาสุราแล้วคลุ้มคลั่งมีอาวุธปืน ทิ้งความโศกเศร้าไว้ให้ภรรยาและลูกผู้อยู่เบื้องหลัง ส่วนคนที่รู้สึกกระทบกระเทือนใจไม่แพ้กัน เพราะเหตุการณ์ตรงหน้า กลายเป็นฝันร้ายของเพื่อนตำรวจร่วมงาน ที่เฝ้ารอวันเลือนรางจางหาย ซึ่งก็ไม่รู้เมื่อไหร่จะลืมลง 

ร.ต.อ.อิสระพงษ์ กุลจินดา รอง สวป.สภ.หนองขาม จ.ชลบุรี  นักเรียนพลตำรวจรุ่นที่ 27 ชลบุรี(เขาน้อย 27 ร้อย 6) ก่อนสมัครสอบเป็นตำรวจชั้นสัญญาบัตร บรรจุเข้ารับราชการครั้งแรก ที่ สภ.บ้านค่าย ก่อนย้ายมารับราชการที่ สภ.หนองขาม ได้เพียง 4 ปี จนกระทั่งถูกยิงเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ ต่อมา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปูนบำเหน็จให้ 5 ขั้น 4 ชั้นยศ เป็น "พล.ต.ต.อิสระพงษ์ กุลจินดา" พร้อมเงินเยียวยาเบื้องต้น 2 ล้านบาท รับสิทธิ์ทายาท ซึ่งเป็นลูกชาย วัย 8 ขวบ เข้ารับราชการตำรวจได้ทันที หลังเรียนจบการศึกษาระดับชั้นปริญญาตรี  

สิ่งที่ได้มา กับสิ่งที่สูญเสียไป คุ้มมั้ย? ไม่รู้... แต่ที่รู้ๆ การตายระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ลงเอยด้วยผลตอบแทนแบบนี้มาโดยตลอด...การจากไปของเพื่อนร่วมอาชีพ ยังคงสร้างความเศร้าสลดเสียขวัญกำลังใจ เพราะตำรวจทุกนายต่างก็ไม่รู้ชะตาชีวิตของตัวเอง วันไหน เมื่อไหร่ เหตุการณ์ใด อาจเป็นคราวเคราะห์ร้ายของตัวเขาเอง  

ลูกน้องทำดีที่สุดแล้ว

"ผมมารับตำแหน่งอยู่ที่นี่ได้แค่ 2 ปี การจากไปของผู้ใต้บังคับบัญชา 1 นาย ยอมรับว่ามันคือการสูญเสียที่กระทบขวัญกำลังใจตำรวจอีกหลายๆ นายในโรงพัก โดยเฉพาะ ร.ต.อ.อิสระพงษ์ กุลจินดา ซึ่งเป็นคนขยันตั้งใจทำงาน มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงาน ปีที่ผ่านมาผมให้เค้า 2 ขั้นนะ ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มีคนวิพากษ์ วิจารณ์กันว่าทำไมตำรวจถึงไม่ยิงคนร้ายก่อน ทำไมไม่อย่างนั้นแบบนี้ ผมเชื่อว่า ณ ขณะนั้นลูกน้องทำดีที่สุดแล้ว ด้วยความเป็นตำรวจ จับคนร้ายที่กระทำผิดมาเข้ากระบวนการ บางนายยังถูกร้องเรียนจนตั้งกรรมการสอบ ดังนั้น การยิงต่อสู้กับคนร้ายและเกิดพลาดพลั้งจนคนร้ายตาย มันอาจจะมีอะไรบานปลายก็ได้ นี่คือสิ่งที่เค้าน่าจะคิดอยู่" พ.ต.อ.ชนพัฒน์ นวลักษณ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรหนองขาม ถ่ายทอดให้เราฟัง 

ตำรวจดีๆ ต้องมาตาย เพราะคนเมาพกปืน 

"ภาพที่เกิดเหตุยังฉายชัด ขณะ ร.ต.อ.อิสระพงษ์ เดินทางมาถึงในที่เกิดเหตุบริเวณบ้านเลขที่ 207/275 หมู่ 11 ต.หนองขาม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 6 ก.พ.ที่ผ่านมา ก็พยายามเข้าไประงับเหตุ แต่กลับถูกคนร้ายยิงสวนออกมาโดยไม่ทันตั้งตัว จนเสียชีวิตในที่สุด รู้สึกเสียใจมากที่ไม่สามารถช่วยผู้กองไว้ได้ เขาเป็นคนดีมากๆนะ รักลูกน้องทุกคน ขยัน เก่งพร้อมลุยงานเสมอ ไม่เคยบ่นว่าเหนื่อยสักคำตั้งแต่ผมทำงานมา รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องเสียตำรวจดีๆ ไปเพราะคนเมาที่พกอาวุธปืน " ส.ต.ต.วงศ์หิรัญ อำนาจเจริญ ตำรวจชุดปราบปรามพิเศษ กล่าว 

คนยิงเคยเป็นตำรวจอาสาที่รู้จักกัน ไม่มีใครคิดว่าเขาจะกล้ายิง

ด.ต.สมยศ จำปาหอม ผู้บังคับหมู่งานจราจร จ.ชลบุรี เพื่อสนิทผู้เสียชีวิต รู้สึกสลดหดหู่ และยอมรับว่าเสียขวัญกำลังใจอย่างมาก ผู้ตายเป็นคนมีนิสัยร่าเริง ใจกว้าง เป็นที่รักของลูกน้อง ส่วนเจ้านายใครได้ร่วมงานก็เป็นต้องรัก สมัยเรียนหนังสือร่วมกัน เขาเป็นคนเรียนเก่งมาก เป็นที่พึ่งของเพื่อนๆ รักครอบครัวภรรยาและลูก การจากสูญเสียครั้งนี้ไม่มีใครอยากให้เกิด แต่เมื่อมันเกิดขึ้นแล้วต้องทำใจยอมรับมันให้ได้ 

"คนยิงเคยเป็นตำรวจอาสามาก่อน รู้จักกับผู้ตายด้วย จึงไม่มีใครคาดคิดหรอกว่าเขาจะกล้ายิง มันเป็นเรื่องไม่คาดฝัน ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่ถ้าถามผมว่า เพื่อนเสียชีวิตแล้วได้ 5 ขั้น 4 ชั้นยศ แต่งตั้งเป็น "พล.ต.ต." คุ้มมั้ย? ไม่คุ้มหรอกครับ ครอบครัวเขาอยากได้เสาหลักคืนมามากกว่า ตัวผมเองผมก็ต้องการอยู่ทำงาน และใช้ชีวิตกับครอบครัว ถามใครๆ ก็ต้องบอกว่าไม่คุ้ม แต่ทั้งหมดที่ได้มา ถือเป็นสิ่งที่ผู้บังคับบัญชาตั้งใจตอบแทนให้ผู้ที่เสียสละชีวิตในหน้าที่ เยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิต และแสดงความรับผิดชอบต่อผู้ใต้บังคับบัญชา ถือเป็นเรื่องที่ดีครับ" 

อยากให้ลูกชายเป็นตำรวจ 

"จนถึงวันนี้ก็ยังรู้สึกช็อก ตื่นมาทุกเช้าเหมือนฝันไปว่าสามีได้จากเราไปแล้ว มันรวดเร็วจนตั้งตัวไม่ทัน เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และยังทำใจไม่ได้ ก่อนเกิดยังได้โทรศัพท์คุยกัน สามีบอกว่าจะไประงับเหตุทะเลาะวิวาท ถ้าเสร็จงานแล้วจะกลับไปกินข้าวด้วย จนมารู้ข่าวอีกทีว่าสามีถูกยิงเสียชีวิตแล้ว"

น.ส.นงค์รักษ์ จันทรง อายุ 44 ปี ภรรยาของ ร.ต.อ.อิสระพงศ์ กุลจินดา บอกกับเราว่า สามีตนเป็นคนดี ชอบช่วยเหลือผู้อื่น และลูกน้อง เวลาเกิดเหตุที่ใดมักจะออกไปก่อนเสมอ ไม่ว่าในเวลานั้นเค้าจะทำอะไรก็ตาม หลังจากนี้ทางครอบครัวก็คงต้องลำบาก เพราะขาดเสาหลักของครอบครัวไป รวมทั้งการเลี้ยงดูลูกชาย วัย 8 ขวบ เพราะปกติแล้วสามีตน จะเป็นคนคอยสอนหนังสือ เพื่อผลักดันให้เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ เหมือนตัวเอง

"ไม่มีใครอยากสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไป เขาเป็นทั้งสามีที่ดี เป็นทั้งพ่อของลูก ความเสียใจที่เกิดขึ้นไม่รู้จะสิ้นสุดเมื่อไหร่ แต่เมื่อขาดเสาหลักอย่างเขาไปแล้ว เราก็ต้องเป็นทั้งพ่อและแม่ให้กับลูก เลี้ยงลูกให้มีคุณภาพ ผลักดันให้ลูกได้เป็นตำรวจที่ดีตามรอยพ่อ ถ้าถามว่าสิ่งที่ได้มากับสิ่งที่เสียไปมันคุ้มค่ากันหรือเปล่า ครอบครัวดิฉันอยากได้สามีคืนมามากกว่า แต่เมื่อเขาต้องมาเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ ที่เขารัก เราก็ได้แต่ทำใจ เพราะนั่นคือวิถีชีวิตที่เขากำหนดเอง" น.ส.นงค์รักษ์ ภรรยาผู้ตาย กล่าวทิ้งท้าย 

***อย่างที่เกริ่นไปตั้งแต่ต้น การปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ มีข้อจำกับและเหตุผลหลายๆ อย่าง ใช่ว่าเป็นตำรวจพกปืน จะชักขึ้นมาจ่อยิงคนร้ายได้ง่ายๆ ทุกกรณีไป เพราะที่ผ่านมาบั้นปลายชีวิตตำรวจต้องติดคุกเพราะตัดสินใจผิดพลาด "จากการปฏิบัติหน้าที่ที่ถูกต้อง" ก็มีมากโข .... จนถึงวันนี้ ก็ยังไม่รู้เลยว่า อาชีพตำรวจ มีชีวิตที่ต้องผูกติดกับอะไร แต่สำหรับคนในครอบครัว คงตอบเป็นเสียงเดียวกัน "ชีวิตตำรวจ แลกกับอะไรก็ไม่คุ้ม" เพราะนอกเหนือภาระหน้าที่ดูแลปกป้องพี่น้องประชาชน ตำรวจยังต้องรับบทบาทเป็นเสาหลัก หัวหน้าครอบครัว รับภาระ ส่งเสียดูแลทายาทให้เจริญเติบโตต่อไปในภายภาคหน้า 

Police Community 

ทุกวันนี้..นอกจากเจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องเข้าระงับเหตุ ด้วยความระมัดระวังจากการสูญเสียซึ่งชีวิตและทรัพย์สินของตนเองแล้ว การขึ้นโรงขึ้นศาล ถูกฟ้องร้องดำเนินคดี หรือ พลาดพลั้งถูกตั้งกรรมการสอบจากการปฏิบัติหน้าที่ จึงเป็นเรื่องควร