วันอาทิตย์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โผล่แต่ตัวราคายังไม่เปิด มาแล้ว FORD RANGER RAPTOR

รอกันจนเหงือกแห้ง Ford เปิดตัวรถกระบะออฟโรด Ranger Raptor โดยเผยโฉมอย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทย เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ ทีมผู้บริหารของ Ford แถลงว่า Ranger Raptor  ผ่านขั้นตอนการออกแบบ ผลิต และทดสอบจากทีม Ford Performance เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับเซ็กเมนต์ตลาดรถกระบะในฐานะรถกระบะของภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก Ranger Raptor ออกแบบมาเพื่อขับขี่แบบออฟโรด โดยพัฒนาขึ้นมาเพื่อผู้บริโภคในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก นอกจากระดมเชิญสื่อมวลชนทั่วโลกมาชมการเปิดผ้าคลุม Raptor ในประเทศไทย แต่รถโชว์มีแค่คันเดียวทำให้มีสภาพเหมือนแร้งทึ้งไปโดยปริยาย แถมราคาค่าตัวก็ยังไม่ยอมบอกอีกต่างหากปล่อยให้รอกันต่อไป ทำเหมือนตอนเปิดตัว Ford Ranger เมื่อหลายปีก่อนไม่มีผิด 



การออกแบบ
กระจังหน้าใหม่จาก Ford F150 Raptor ซึ่งเป็นรถกระบะออฟโรดสมรรถนะสูงคันแรกจากโรงงาน โลโก้ Ford สะกดด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ภาษาอังกฤษเป็นเอกลักษณ์จัดวางอยู่บนกระจังหน้า ชุดกันชนด้านหน้าซึ่งติดกับเฟรมรถมีความทนทานสำหรับการขับขี่ในทะเลทราย แผงกันชนด้านหน้าติดตั้งไฟตัดหมอกหลอด LED พร้อมช่องรีดอากาศ ช่วยลดการต้านลม

แก้มข้างรถคู่หน้าแบบใหม่ผลิตจากวัสดุคอมโพสิท ทนต่อการบุบและรอยขีดข่วนที่เกิดจากการใช้งานออฟโรด แก้มข้างรถคู่หน้าที่ถูกตีโป่งเพื่อรองรับระยะยุบตัวของโช้คที่เพิ่มมากขึ้น ยางออฟโรดขนาดใหญ่

Raptor มีสีภายนอกให้เลือกหลากหลาย ได้แก่
สีฟ้าไลท์นิ่ง บลู (Lightning Blue)
สีแดงเรซ เรด (Race Red)
สีดำแชโดว์ แบล็ก (Shadow Black)
สีขาวโฟรเซ่น ไวท์ (Frozen White)
สีพิเศษเฉพาะ Raptor สีเทาคองเคอร์ เกรย์ (Conquer Grey) ตัดกับสีเทาไดโน่ เกรย์ (Dyno Grey)

มิติตัวรถยังใหญ่ขึ้น มีความสูง 1,873 มิลลิเมตร กว้าง 2,180 มิลลิเมตร ยาว 5,398 มิลลิเมตร ระยะช่วงล้อหน้าและหลังกว้างขึ้นเป็น 1,710 มิลลิเมตร ความสูงใต้ท้องรถเพิ่มขึ้นเป็น 283 มิลลิเมตร มุมไต่ที่ 32.5 องศา มุมคร่อมที่ 24 องศา และมุมจากที่ 24 องศา 

บันไดข้างรถของ Raptor ออกแบบมาเพื่อป้องกันไม่ให้เศษหินกระแทกกับตัวถังรถด้านหลัง และรูที่ถูกเจาะนั้นถูกออกแบบมาเพื่อให้ระบายทราย โคลน และหิมะได้ โดยผลิตจากอะลูมิเนียมอัลลอยเพื่อเพิ่มความคงทน ผ่านการทดสอบด้วยการกดน้ำหนัก 100 กิโลกรัมถึง 84,000 ครั้ง เพื่อจำลองการใช้งานในสนามทดสอบจริงกว่า 10 ปี มีการเคลือบถึงสองชั้น โดยทำการพ่นสี powder-coated ก่อนพ่น grit-paint ทับอีกชั้น เพื่อทำให้ทนทานต่อรอยขีดข่วนและรอยเปื้อนที่เกิดจากอากาศและสภาพแวดล้อม

กันชนท้ายเพิ่มชุดตะขอเกี่ยวจำนวน 2 ชุด รองรับการลากจูงได้ 3.8 ตัน ส่วนท้ายรถมีกรอบตัวเซนเซอร์ที่เรียบเสมอกับตัวถัง ตัวเชื่อมขอลากที่ได้รับการติดตั้งและออกแบบพิเศษ ส่วนท้ายกระบะขนาด 1,560 x 1,743 มิลลิเมตร

การออกแบบภายใน
Ranger Raptor ดีเอ็นเอของ Ford Performance เบาะที่นั่งรองรับการใช้งานการขับขี่แบบออฟโรดความเร็วสูง เลือกใช้หนังกลับเป็นวัสดุของเบาะนั้น ช่วยให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารยึดกับที่นั่งได้ดี หลังพวงมาลัยมีรายละเอียดบริเวณคอนโซลหน้ารถ เช่น เดินด้ายสีน้ำเงินและการเลือกใช้วัสดุหนัง แผงหน้าปัดแสดงฟีเจอร์ช่วยเหลือผู้ขับขี่แบบต่างๆ พวงมาลัยพร้อมกับแป้น Paddle Shift ผลิตจากแม็กนีเซียมน้ำหนักเบา

ดีเอ็นเอของ Ford Performance มีบทบาทสำคัญในการออกแบบ Raptor แถบบอกตำแหน่งองศาพวงมาลัย On-Centre Marker ที่เป็นแถบสีแดงด้านบนของพวงมาลัย ช่วยให้นักขับออฟโรดทราบถึงตำแหน่งองศาของพวงมาลัยขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูง สลักลายโลโก้ Raptor ลงบนขอบพวงมาลัย

แชสซี ระบบเบรก และช่วงล่าง
แชสซีของ Raptor ได้รับการออกแบบใหม่มาเป็นพิเศษสำหรับการขับขี่ออฟโรดความเร็วสูง และรับแรงกระแทกที่เกิดจากการขับขี่ ระบบกันสะเทือนหลังแบบใหม่รวมถึงระบบวัตต์ลิงค์และสปริงคอยล์โอเวอร์ช็อกทำให้เพลาเคลื่อนที่มั่นคง ช่วยเรื่องการทรงตัวและการควบคุมรถ

แชสซีออกแบบใหม่เพื่อรองรับระบบช่วงล่างที่ใหญ่ขึ้น เพิ่มระยะช่วงล้อคู่หน้าและหลัง และเพิ่มระยะการให้ตัวของล้อ แชสซีผลิตจากเหล็กอัลลอย HSLA (High-Strength Low-Alloy) เกรดต่างๆ เสริมความแข็งแรงด้านข้างของแชสซี (side-rails) เพื่อรองรับแรงกระแทก 

แชสซีด้านหน้าได้มีการเพิ่มความแข็งแรงของจุดยึดหูโช้คที่ถูกขยายความสูงขึ้นมา ระบบกันสะเทือนหลังเป็นแบบคอยล์โอเวอร์ช็อก รวมถึงระบบวัตต์ลิงค์ ช่วยให้เพลาเคลื่อนที่ขึ้น-ลงได้อย่างอิสระ โดยที่มีการขยับตัวในแนวราบน้อย ชุดตะขอเกี่ยว 2 ชุดด้านหน้าและด้านหลังที่รองรับน้ำหนักจากการลากจูงได้ 3.8 ตัน โครงสร้างแท่นยึดยางอะไหล่ที่ถูกเสริมความแข็งแรงเพื่อรองรับยางอะไหล่ขนาด 17 นิ้ว  โช้คแบบ Position Sensitive Damping (PSD) 

โช้คอัพผลิตขึ้นมาเป็นพิเศษโดย Fox Racing Shox ใช้ลูกสูบขนาด 46.6 มิลลิเมตร ทั้งคู่หน้าและหลัง ช่วงล่างถูกออกแบบมาให้มีระยะการให้ตัวของล้อสูงเพื่อความสามารถในการซับแรงกระแทกขณะขับออฟโรด ด้วยระบบบายพาสภายใน (Internal Bypass technology) 

ปีกนกที่ทำจากอะลูมิเนียม โดยปีกนกบนทำด้วยวิธีการฟอร์จและปีกนกล่างใช้วิธีการหล่อ 

ยาง All-terrain BF Goodrich 285/70 R17 ที่พัฒนาขึ้นมาสำหรับ Raptor มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 838 มิลลิเมตร กว้าง 285 มิลลิเมตร แก้มยางแข็งแรงสูง เหมาะในการลุยทุกสภาพพื้นผิว ด้วยดอกยางขนาดใหญ่พิเศษ ใชัลุยพื้นผิวที่เปียกลื่น โคลน พื้นทราย และหิมะ

แผงกันกระแทกด้านล่าง ผลิตจากเหล็กกล้า (High-strength steel) ความหนา 2.3 มิลลิเมตร และมีความทนทาน แผงกันชนหน้าสีเงิน ชุดกันกระแทกด้านล่างที่ป้องกันเครื่องและระบบส่งกำลัง (transfer case) ทั้ง 3 ส่วนนี้ที่ช่วยปกป้องชิ้นส่วนสำคัญต่าง ๆ เช่น หม้อน้ำ ระบบพวงมาลัยไฟฟ้า (Electric Power Assisted Steering - EPAS) ชุดสายพานหน้าเครื่อง (Front End Accessory Drive - FEAD) คานล่างด้านหน้า (Front cross-member) อ่างน้ำมันเครื่อง และชุดเฟืองขับส่วนหน้า


ระบบ Terrain Management System (TMS) สำหรับโหมดการขับขี่ทั้งหมด 6 รูปแบบ สามารถเลือกโหมดจากปุ่มบนพวงมาลัย ซึ่งแต่ละโหมดได้รับการทดสอบและปรับแต่งเพื่อให้เทคโนโลยีทั้งหมดทำงานประสานกัน ประกอบด้วย

โหมดการขับขี่ทางเรียบ
- โหมดปกติ 
- โหมดสปอร์ต 

โหมดการขับขี่ออฟโรด
- โหมดหญ้า/กรวดหิน/หิมะ 
- โหมดโคลน/ทราย
- โหมดหิน – 
- โหมดบาฮา

ระบบส่งกำลังของ Ranger Raptor ปรับประสานเครื่องยนต์ ระบบเกียร์ เพลา พวงมาลัย เบรก และระบบควบคุมพวงมาลัยแบบอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Steering Program) สำหรับการขับขี่แบบออฟโรด เกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ที่ทำงานร่วมกับเครื่องยนต์ดีเซลใหม่แบบ Bi-Turbo (เทอร์โบคู่) ขนาด 2.0 ลิตร กำลังสูงสุด 213 แรงม้า แรงบิด 500 นิวตันเมตร

เทอร์โบแรงดันสูง (HP) ที่เชื่อมต่อกับเทอร์โบแรงดันต่ำ (LP) ที่มีขนาดใหญ่กว่า และถูกควบคุมด้วยวาล์วบายพาสที่ทำหน้าที่ควบคุมลำดับการทำงานของเทอร์โบทั้งสองลูกโดยขึ้นอยู่กับความเร็วของเครื่องยนต์ เมื่อรอบเครื่องยนต์ต่ำ เทอร์โบทั้ง 2 ตัว จะทำงานตามลำดับเพื่อช่วยเพิ่มแรงบิดและการตอบสนอง เมื่อช่วงรอบเครื่องยนต์สูง อากาศจะไม่ไหลผ่านเทอร์โบแรงดันสูง ทำให้เทอร์โบแรงดันต่ำที่ใหญ่กว่าช่วยเพิ่มกำลังเครื่องยนต์ให้สูงขึ้น

เกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด จาก Raptor F-150 ผลิตจากวัสดุเหล็กกล้า อะลูมิเนียมอัลลอยและคอมโพสิทเพื่อให้มีความทนทานและมีน้ำหนักเบา ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์มาพร้อมกับอัลกอริทึมที่เรียนรู้รูปแบบการขับขี่ แป้น Paddle Shift เพื่อควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ด้วยตนเอง

ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (Electronic Stability Program)
ระบบควบคุมการทรงตัวขณะลากจูง (Trailer Sway Control)
ระบบช่วยออกตัวขณะจอดรถบนทางลาดชัน (Hill Launch Assist)
ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางชัน (Hill Descent Control)
ระบบควบคุมการบรรทุก (Load Adaptive Control)

กล้องมองหลังแสดงภาพบนจอแอลซีดีขนาด 8 นิ้ว ซึ่งทำงานร่วมกับสัญญาณเตือนระยะจอดด้านหลัง 

ระบบผ่อนแรงฝากระบะท้าย (EZ Lift Tailgate)
กุญแจรีโมต ปุ่มสตาร์ตรถอัตโนมัติ สตาร์ตรถได้ โดยไม่ต้องใช้กุญแจ 

Ford แจ้งว่า Ranger Raptor จะผลิตที่โรงงานฟอร์ด ไทยแลนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง (เอฟทีเอ็ม) โดยยังคงทำเหมือนกับตอนที่เปิดตัว Ranger ก็คือ ยังไม่มีกำหนดว่าจะแจ้งราคาเมื่อไหร่!!!


อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/



Ford เปิดตัว Ranger Raptor ในไทยเป็นที่แรกของโลก ชูประเด็น DNA Ford Performance ยังทำเหมือนเดิม ไม่บอกราคา!! 7 ก.พ. 2561 22:23 ไทยรัฐ