วันอาทิตย์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ครบ10ปี คดีอุ้ม ‘กมล เหล่าโสภาพันธ์’ ไม่คืบ น้องชายกลัว ขอคุ้มครองพยาน

น้องชาย “กมล เหล่าโสภาพันธ์” อดีตนักเคลื่อนไหวต่อต้านคอร์รัปชัน ถูกอุ้มหายจากโรงพักบ้านไผ่ เมื่อปี 2551 ร้องอัยการสูงสุดจี้ดีเอสไอคลี่คลายคดี ชี้ 10 ปี แต่คดีไม่คืบหน้า พร้อมขอคุ้มครองพยาน...

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 7 ก.พ. ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.แจ้งวัฒนะ นายประเสริฐ เหล่าโสภาพันธ์ น้องชายของ นายกมล เหล่าโสภาพันธ์ ซึ่งเป็นบุคคลที่ถูกอุ้มหายไปจากสถานีตำรวจภูธรบ้านไผ่ จ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 7 ก.พ. 2551 เดินทางมายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่ออัยการสูงสุด โดยมี นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เป็นผู้รับหนังสือ

กรณี นายกมล ถูกอุ้มหายหลังพบเห็นการทุจริตการเช่าที่ดินการรถไฟแห่งประเทศไทย ย่านสถานีรถไฟบ้านไผ่ จ.ขอนแก่น เพื่อก่อสร้างอาคารพาณิชย์ จึงแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตดังกล่าว แต่ผู้กำกับการสถานีตำรวจบ้านไผ่ในขณะนั้นกลับเกลี้ยกล่อมไม่ให้แจ้งความ และให้นายกมลหยุดการตรวจสอบทุจริต ทำให้นายกมลแจ้งความดำเนินคดีกับผู้กำกับการในข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ก่อนถูกอุ้มหาย โดยคดีไม่มีความคืบหน้า

นายประเสริฐ เปิดเผยว่า ขณะนี้ครบ 10 ปีแล้วที่พี่ชายของตนถูกอุ้ม ซึ่งทางอัยการสูงสุดได้มีหนังสือแจ้งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ขอให้มีการตั้งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีของพี่ชายตนต่อไปแล้ว แต่ทางดีเอสไอยังไม่ดำเนินการ เป็นการขัดแย้งกับที่อัยการสูงสุดมีบัญชาไว้ ตนจึงมายื่นย้ำเพื่อขอให้ได้รับความเป็นธรรม ทางอัยการสูงสุดซึ่งมีความรู้ทางกฎหมาย ตรวจสอบแล้วคดีมีมูล เชื่อว่ามีการดำเนินการบังคับอุ้มหาย

ในฐานะที่ทั้งสองหน่วยงานเป็นหน่วยราชการต้องประสานความร่วมมือกันเพื่อความเป็นธรรมด้วย พี่ชายของตนนั้นทำงานช่วยเหลือสังคม เป็นจิตอาสาปกป้องผลประโยชน์ของทางราชการตามเจตนารมณ์ของ คสช. ที่ป้องกันและปราบปรามการทุจริต ก่อนที่เขาจะหายไปได้ขอรับการคุ้มครองพยานแล้วแต่กลับถูกอุ้มหายก่อน ทั้งนี้ ยังมีผู้ได้รับผลกระทบอีกรายเช่นเดียวกับตนในพื้นที่เดียวกัน จึงเชื่อได้ว่ามีการกระทำกันเป็นขบวนการ

นายประเสริฐ กล่าวว่า คดีนี้ดีเอสไอได้รับเป็นคดีพิเศษเมื่อปี 2552 ต่อมา เกิดเหตุคนร้ายงัดตู้สำนวนคดีภายในอาคารดีเอสไอ ชั้น 4 เมื่อเดือน ส.ค. 2552 กระทั่งปี 2556 นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอในขณะนั้น ได้สั่งงดการสอบสวน โดยไม่แจ้งเหตุผลให้ญาติทราบ มาทราบเอาปี 2557 เมื่อเปลี่ยนอธิบดีแล้ว และล่าสุดทราบว่าดีเอสไอ ดำเนินการจัดตั้งเพียงชุดพนักงานสืบสวนแสวงหาข้อมูลเท่านั้น ไม่ได้ตั้งพนักงานสอบสวนที่มีอำนาจหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานแจ้งข้อกล่าวหาได้ จึงขอให้อัยการสูงสุดเร่งรัดให้ดีเอสไอสืบสวน และสอบสวนคดีดังกล่าวให้แล้วเสร็จ เพื่อติดตามหาตัวพี่ชายของตน และนำตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดี รวมทั้งขอให้มีการคุ้มครองพยาน คือ ตนเอง และครอบครัว เนื่องจากรู้สึกกลัว หวาดระแวงว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัย จนไม่สามารถเข้าพื้นที่บ้านเกิดที่ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ได้

ด้าน นายโกศลวัฒน์ กล่าวว่า เมื่อเดือน ต.ค. ปี 2559 ผู้เสียหายเคยมายื่นร้องขอความเป็นธรรมแล้วครั้งหนึ่ง ซึ่งทางอัยการสูงสุดพิจารณาแล้วพบว่าอาจมีเหตุจูงใจให้มีผู้กระทำความผิด จึงให้ส่งข้อมูลไปยังอัยการสำนักงานคดีพิเศษ และส่งไปให้ดีเอสไอดำเนินการแล้ว แต่ผู้เสียหายบอกว่าทางดีเอสไอไม่ดำเนินการ หลังจากนี้ก็จะนำเรียนอัยการสูงสุดให้พิจารณาสั่งการว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป โดยทางผู้เสียหายได้ยื่นร้องขอคุ้มครองพยานด้วย ทางเราก็จะประสานงานให้ต่อไป.

น้องชาย “กมล เหล่าโสภาพันธ์” อดีตนักเคลื่อนไหวต่อต้านคอร์รัปชัน ถูกอุ้มหายจากโรงพักบ้านไผ่ เมื่อปี 2551 ร้องอัยการสูงสุดจี้ดีเอสไอคลี่คลายคดี ชี้ 10 ปี แต่คดีไม่คืบหน้า พร้อมขอคุ้มครองพยาน... 7 ก.พ. 2561 19:19 ไทยรัฐ