วันอังคารที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เปิดตัว 'เซาธ์ ทาวเวอร์ฯ' สุดหรูกลางกรุงลอนดอน ชูจุดขาย โฟกัสนักลงทุนไทย

"อัลลอย เอ็มทีดี" เตรียมเปิดตัว "เซาธ์ ทาวเวอร์ แอท วัน คราวน์ เพลส" เรสซิเดนซ์สุดหรูใจกลางกรุงลอนดอน โฟกัสนักลงทุนไทย ชูจุดขายทำเลมหานครระดับโลก

เมื่อวันที่ 7 ก.พ.61 กลุ่มบริษัทอัลลอย เอ็มทีดี (AlloyMtd) ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับโลก จากประเทศมาเลเซีย เตรียมเปิดขาย "เซาธ์ ทาวเวอร์ แอท วัน คราวน์ เพลส" (The South Tower at One Crown Place) เรสซิเดนซ์สุดหรู ภายในโครงการมิกซ์ยูส "วัน คราวน์ เพลส" ใจกลางลอนดอน เจาะตลาดพร้อมเปิดโอกาสนักลงทุนไทยเป็นแห่งแรกในเอเชีย เปิดขายรอบพิเศษ 10-11 มีนาคมนี้ ณ โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ ผู้สนใจลงทะเบียนและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ CBRE ประเทศไทย

"วัน คราวน์ เพลส" โครงการมิกซ์ยูสสุดหรู ตั้งอยู่บน "ซันสตรีท" (Sun Street) เขตอนุรักษ์ทางประวัติศาสตร์ของกรุงลอนดอน ประกอบด้วย อพาร์ตเมนต์ที่อยู่อาศัย 246 ยูนิต, โรงแรมบูติคระดับ 5 ดาว, พื้นที่อาคารสำนักงานระดับพรีเมียมขนาด 130,900 ตารางเมตร (140,000 ตารางฟุต), พื้นที่ร้านค้า 650 ตารางเมตร (7,000 ตารางฟุต) และระเบียงจอร์เจีย (Georgian Terrace) อันเก่าแก่ที่ได้รับการบูรณะมาอย่างต่อเนื่องและเป็นส่วนหนึ่งของตัวโครงการฯ โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 39 ล้าน 5 แสน บาท หรือ 888,000 ปอนด์ สำหรับห้องชุดประเภท 1 ห้องนอน โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จและสามารถเข้าอยู่ได้ภายในปี 2563

ที คิม เซียว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทอัลลอย เอ็มทีดี เปิดเผยว่า "การเปิดตัวของเซาธ์ ทาวเวอร์ แอท วัน คราวน์ เพลส เป็นช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นสำหรับเรา และแสดงให้เห็นถึงการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของสุดยอดโครงการที่เป็นแลนด์มาร์คแห่งนี้ โครงการนี้นับเป็นมิกซ์ยูสอย่างแท้จริง ซึ่งได้นำเสนอมาตรฐานสูงสุดทั้งด้านที่อยู่อาศัยและไลฟ์สไตล์ ด้วยการออกแบบของนักออกแบบชั้นนำชาวอังกฤษ ที่สร้างสรรค์ให้เป็นศูนย์กลางการทำงานแห่งยุคสมัย และแหล่งเติมเต็มชีวิตในทุกๆ วัน บนทำเลที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของมหานครลอนดอน โดยคนไทยจะเป็นหนึ่งในผู้ลงทุนกลุ่มแรกๆ ที่ได้มีโอกาสจับจองโครงการที่โดดเด่นที่สุดแห่งนี้"

โครงการ "วัน คราวน์ เพลส" ออกแบบโดย Kohn Pedersen Fox Associates (KPF) บริษัทออกแบบเจ้าของรางวัลชนะเลิศด้านสถาปัตยกรรมระดับนานาชาติ ประกอบด้วย อาคารสูงตระหง่าน 2 อาคาร มีชั้นสูงสุดอยู่ที่ชั้นที่ 33 ทั้งสองอาคารโดดเด่นด้วยเอกลักษณ์ของ "ระเบียงจอร์เจีย" ที่สวยงาม ซึ่งเป็นที่สุดท้ายในละแวกนี้ที่ได้รับการบูรณะให้ยังคงความสมบูรณ์ของสถาปัตยกรรมดั้งเดิม ซึ่งจะกลายเป็นคลับเฮาส์ของผู้อยู่อาศัยและโรงแรมบูติคระดับ 5 ดาว มิกซ์ยูสระดับซุปเปอร์ไฮเอนด์แห่งนี้ ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกระดับเวิลด์คลาสสำหรับผู้อยู่อาศัย ภายใต้การดูแลความปลอดภัย 24 ชั่วโมง ให้ความรู้สึกของแหล่งชุมชนที่มีสีสันและในขณะเดียวกันก็ยังคงความเป็นส่วนตัว

โดยสิ่งอำนวยความสะดวก ประกอบด้วย ห้องออกกำลังกายที่ทันสมัย, ห้องรับประทานอาหารแบบส่วนตัว, โรงหนังขนาดเล็ก, ห้องทรีทเมนต์, สตูดิโอ และระเบียงชมวิวกว้างขวาง นอกจากนั้นแต่ละห้องชุดยังเต็มไปด้วยพื้นที่รับแสงธรรมชาติ (Light-Filled Space) ที่อบอุ่นและมีเสน่ห์อีกด้วย ทั้งนี้ พื้นที่ส่วนกลางและภายในอพาร์ตเมนต์ของ "วัน คราวน์ เพลส" ได้รับการออกแบบโดยบริษัทตกแต่งภายในที่มีชื่อเสียงอย่าง Bowler James Brindley ในขณะที่เพนต์เฮาส์ 9 หลัง ถูกออกแบบโดย Sophie Ashby แห่ง Studio Ashby

"วัน คราวน์ เพลส" ตั้งอยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยชื่อดังและใกล้ย่านบริษัทชั้นนำของลอนดอนหลายแห่ง นอกจากนั้น ยังอยู่ในทำเลที่ตั้งของการคมนาคมท้องถิ่นหลายเส้นทาง รวมถึงเส้นทางใหม่ Elizabeth Line Rail (Crossrail) ที่จะเปิดให้บริการในปีนี้ ใช้เวลาเดินทางจากสนามบินฮีทโทรว (Heathrow Airport) เพียง 33 นาที และสามารถเดินทางไปยังแหล่งช็อปปิ้งชั้นนำของโลก อาทิ Bond Street, Broadgate Circle, Old Silicon Roundabout, Spitalfields Market และ Shoreditch ศูนย์กลางการสร้างสรรค์ชื่อดัง เพียง 7 นาทีเท่านั้น

เฮนรี่ โรบินสัน กรรมการบริหารและพัฒนาโครงการ วัน คราวน์ เพลส กล่าวว่า "ลอนดอนคือเมืองระดับโลกที่เป็นที่ต้องการระดับนานาชาติอย่างแท้จริง เรามั่นใจว่าโครงการระดับเวิลด์คลาสแห่งนี้ จะดึงดูดความสนใจจากนักลงทุนทั้งในสหราชอาณาจักรและจากทั่วโลกได้เป็นอย่างดี"

ทั้งนี้กฎหมายของสหราชอาณาจักรทำให้นักลงทุนต่างชาติสามารถลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ได้ง่าย การถือครองกรรมสิทธิ์แบบเช่าซื้อ (Leasehold) ที่มีระยะเวลายาวนานถึง 999 ปี ซึ่งทำให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในสหราชอาณาจักรไม่เพียงแต่ดึงดูดผู้ที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัย แต่ยังดึงดูดผู้ซื้อจากทั่วโลกที่เน้นการลงทุนอีกด้วย

ดังนั้น นักลงทุนไทยจะมีโอกาสได้รับผลกำไรจากการซื้ออสังหาริมทรัพย์ในลอนดอน โดยเฉพาะผู้ที่ส่งบุตรหลานไปศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษ ซึ่งจากผลสำรวจที่ผ่านมา นักเรียนไทยเป็นนักเรียนชาวต่างชาติที่เข้ามาศึกษาในสหราชอาณาจักรมากเป็นอันดับที่ 7 จากทั่วโลก และมักใช้เวลาเรียนอย่างน้อย 4 หรือ 5 ปี ซึ่งกลายเป็นแรงจูงใจในการเลือกซื้อที่อยู่อาศัยซึ่งคุ้มค่ากว่าการเช่าห้องพัก

นอกจากนี้หลังจากสำเร็จการศึกษาแล้วอสังหาริมทรัพย์เหล่านั้นจะยังสามารถได้รับผลตอบแทนจากการเติบโตอย่างยั่งยืนของเงินทุนระยะยาวในตลาดอสังหาริมทรัพย์ในกรุงลอนดอน ผลจากการศึกษาและวิจัยตลาด แสดงให้เห็นว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมามูลค่าของห้องชุดที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทำเลที่ตั้งที่สำคัญ เช่น ศูนย์กลางของกรุงลอนดอน ส่งผลให้มีการเติบโตของเงินทุนที่แข็งแกร่ง ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มขึ้นถึง 16.7% ภายในปี 2564 ตามตัวเลขการวิจัยของ CBRE ซึ่งนับเป็นผลตอบแทนที่สูงกว่าสินทรัพย์อื่นๆ เช่น ทองคำ น้ำมัน และตลาดหุ้น.

"อัลลอย เอ็มทีดี" เตรียมเปิดตัว "เซาธ์ ทาวเวอร์ แอท วัน คราวน์ เพลส" เรสซิเดนซ์สุดหรูใจกลางกรุงลอนดอน โฟกัสนักลงทุนไทย ชูจุดขายทำเลมหานครระดับโลก 7 ก.พ. 2561 13:54 7 ก.พ. 2561 14:18 ไทยรัฐ