วันพฤหัสบดีที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ศิวิไลซ์แบบไทย ปชต.ยุคศรีอาริยะ

คนโบราณฝันถึงยุคพระศรีอาริย์...มีความเป็นศรีอาริยะดีงามพร้อมทุกประการ คำกลอนพยากรณ์รัชกาลต่างๆก็ว่า...ถัดจากยุค “ถิ่นกาขาว” จะถึงยุค “ชาวศิวิไลซ์” ศิวิไลซ์ก็คือศรีอาริยะนั่นเอง

อาจารย์หมอประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส บอกว่า คนไทยควรจะตั้งเป้าหมายประเทศว่าเราจะไปให้ถึงยุคศรีอาริยะ และการจะไปให้ถึงยุคที่มีความเจริญพร้อม เราจะต้องทำเรื่องใหญ่ๆอะไรบ้าง

เรื่องสำคัญหนึ่งคือ...ทำให้มีพรรคการเมืองที่เข้มแข็งในระบอบประชาธิปไตย

“การมีพรรคการเมืองที่เข้มแข็งในระบอบประชาธิปไตย จะทำให้บ้านเมืองสงบ...มีสมรรถนะในการบริหารนโยบายที่ดีอันเป็นประโยชน์ต่อคนส่วนใหญ่ของประเทศ ตัวอย่างรัฐบาลที่มีสมรรถนะในการบริหารนโยบายที่เข้มแข็งที่สุดขณะนี้คือรัฐบาลจีน แต่เขาไม่เป็นประชาธิปไตย...”

ตัวอย่างของรัฐบาลในระบอบประชาธิปไตยแต่มีสมรรถนะในการบริหารนโยบายน้อยคือสหรัฐอเมริกา...จากตัวอย่างทั้งสองข้างต้นจะเข้าใจว่าทำไมจึงตั้งโจทย์ข้อแรกนี้

คราวนี้เราลองมาช่วยกันดูว่ามีปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้พรรคการเมืองเข้มแข็งในระบอบประชาธิปไตย...เริ่มด้วยเป็นเครื่องมือทางการเมืองของประชาชน ไม่ใช่ของนายทุน หรือนายทัพ หรือกลุ่มแก๊งก๊วนใดๆ ได้รับการสนับสนุนจากประชาชนโดยกว้างขวางและต่อเนื่อง

ถัดมา...มีความเป็นสถาบัน มีความรู้ มีความดี มีคุณค่าเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของปวงชน ทำหน้าที่คัดสรรคนดีๆเข้ามาเป็นสมาชิก กรรมการพรรค...หากผู้นำพรรคมีบุคลิกเด่นในทางสมถะ เสียสละ ทำนองโฮจิมินห์ คานธี หรือเหมาเจ๋อตุง จะผนึกศรัทธาของคนในชาติพากันก้าวไปไกลแสนไกล

“น่าเสียดาย...โอกาสที่อดีตนายกรัฐมนตรีที่เข้มแข็งผู้หนึ่งขาดบุคลิกทำนองนี้”

เรื่องที่สาม...สรรหากรรมการพรรคที่พิสูจน์ด้วยการปฏิบัติว่ามีสมรรถนะ ซื่อสัตย์ สุจริต...ที่ประเทศจีนกว่าจะได้รับการคัดเลือกมาเป็นผู้นำพรรค ต้องพิสูจน์ด้วยการปฏิบัติงานในท้องถิ่นมานับสิบปี และพิสูจน์แล้วว่ามีความสามารถสูง เช่น เจียงเจ๋อหมิน หูจินเทา สี จิ้นผิง ของสหรัฐอเมริกาประธานาธิบดีมักเคยบริหารท้องถิ่นมาก่อน เช่น จิมมี คาร์เตอร์ โรนัลด์ เรแกน บิลล์ คลินตัน

“ของเราบ่อยๆครั้งคนมาเป็นรัฐมนตรีไม่มีที่มาที่ไปอาจเป็นคนที่ให้เงินพรรคจำนวนมาก...ตอบแทนบุญคุณส่วนตัว เราต้องนึกถึงตอบแทนบุญคุณชาติมากกว่าตอบแทนส่วนตัวหรือพรรค”

เรื่องที่สี่...ต้องเชื่อมกับฐานของประเทศ โครงสร้างใดๆจะมั่นคง ฐานต้องแข็งแรง ที่ผ่านมาเราพัฒนาประเทศไทยประดุจสร้างพระเจดีย์จากยอดรวมทั้งการเมืองด้วย สังคมข้างบนเต็มไปด้วยมายาคติขณะที่ข้างล่างอยู่กับความเป็นจริง ชุมชนท้องถิ่นเป็นฐานของประเทศ ในชุมชนท้องถิ่นมีผู้นำตามธรรมชาติจำนวนมากเป็นแสนๆคน ที่เป็นคนเก่งและคนดี ถ้าการเมืองระดับชาติมีฐานอยู่ในผู้นำตามธรรมชาติในชุมชนท้องถิ่น พรรคจะแข็งแรงและมีฐานคุณภาพที่กว้างขวางมาก

เรื่องที่ห้า...พลังพลเมืองที่เป็นกัมมันตะคือปัจจัยชี้ขาดให้เศรษฐกิจดี การเมืองดี ศีลธรรมดี พลังพลเมืองเกิดจากบุคคลเกิดสำนึกในศักดิ์ศรีและศักยภาพแห่งความเป็นมนุษย์ของตนเอง แล้วลงมือทำเรื่องดีๆ รวมตัวร่วมคิด ร่วมทำในกิจสาธารณะอย่างหลากหลาย...เชื่อมโยงเป็นเครือข่าย เกิดเป็นสังคมภาพรวม

“ถ้าพรรคการเมือง...ทุกฝ่ายในสังคมส่งเสริมสนับสนุน มีส่วนร่วมในการสร้างพลังพลเมือง เราจะไม่ต้องวนเวียนอยู่กับรัฐประหารกันอีกต่อไป แต่จะมุ่งสู่ยุคศรีอาริยะทีเดียว”

หก...ความสามารถในการสังเคราะห์นโยบายสาธารณะที่ดีและนำไปสู่การปฏิบัติให้สัมฤทธิผล การเมืองที่เข้มแข็งต้องมีกลไกทางสมองที่สามารถสังเคราะห์นโยบายสาธารณะที่ดี และมีสัมฤทธิศาสตร์ที่จะบริหารจัดการไปสู่ความสำเร็จ ต้องส่งเสริมให้มหาวิทยาลัยทั้งปวงสามารถสังเคราะห์นโยบายสาธารณะเป็นพลังพลเมืองที่กัมมันตะดังกล่าวในข้อ 5...ติดอาวุธทางปัญญาตรวจสอบ สนับสนุน...พาชาติออกจากวิกฤติ

เจ็ด...เปลี่ยนวิธีคิดจากการคิดแบบตายตัวแยกส่วน เป็นการคิดแบบเชื่อมโยงเป็นพลวัตตามวิถีพุทธ การเมืองที่แบ่งเป็นฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้านแบบแยกส่วนแบบตะวันตกนั้น มาจากฐานวิธีคิดแบบตายตัวของชาวยุโรปในครั้งโบราณ ซึ่งคิดแบบแยกข้างแยกขั้ว เป็นเขาเป็นเรา วิถีคิดแบบพุทธเป็นไปตามความจริงตามธรรมชาติที่ว่าสรรพสิ่งล้วนเปลี่ยนแปลงเป็นพลวัตตามเหตุปัจจัยที่หนุนเนื่องไม่แยกข้างแยกขั้ว

“การคิดแบบตายตัวแยกส่วนอย่างยุโรปนำไปสู่ความเป็นปฏิปักษ์...ความขัดแย้ง ความรุนแรง การเมืองแบบแยกข้างแยกขั้วนำไปสู่การบ่อนทำลายซึ่งกันและกัน เกิดการแบ่งขั้วทางการเมือง ในยามที่เผชิญปัญหาที่ซับซ้อนและยาก จึงไม่มีพลังสร้างสรรค์พอที่จะฝ่าความยากไปได้ ติดอยู่ในสภาวะวิกฤติไปตามๆกัน”

แปด...ประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม (Participatory democracy) ประชาธิปไตยแบบตัวแทนนั้นเกิดขึ้นในครั้งโบราณที่การคมนาคมยังไม่สะดวก ประชาชนต้องเลือกตัวแทนขี่ม้าขี่เกวียนเข้าไปประชุมในเมืองหลวง แต่ในปัจจุบันสถานการณ์เปลี่ยนไป สามารถเดินทางได้ทั่วประเทศโดยรวดเร็ว การสื่อสารรวดเร็วทั่วถึง ประชาชนมีความรู้ มีข้อมูลข่าวสารและความสนใจในกิจการบ้านเมือง

ฉะนั้น นอกเหนือจากการเลือกตัวแทนแล้ว ประชาชนทั่วประเทศควรมีส่วนร่วมอย่างหลากหลาย ควรจัดให้มี “สุนทรียสนทนาพัฒนาประเทศไทย” ทั้งในพื้นที่ในระดับชาติทางโทรทัศน์ โดยมีการรับฟัง การใช้ข้อมูลความรู้ เหตุผล สุนทรียสนทนาจะนำไปสู่ความเห็นพ้องในนโยบายที่สำคัญๆได้ เป็นกระบวนการที่เรียกว่า ประชาธิปไตยแบบโยนิโสมนสิการ...ไม่ใช่ประชาธิปไตยแบบรวบรัดหรือประชาธิปไตยแบบหักดิบ

พรรคการเมืองควรส่งเสริมการมีส่วนร่วมและรับข้อมติจากเวทีสุนทรียสนทนาต่างๆ จะทำให้ประชาธิปไตยมีคุณภาพโดยประชาชนทั้งประเทศมีส่วนร่วม พรรคการเมืองก็จะมั่นคงเพราะมีฐานอยู่ในมวลชนโดยสาระ นอกจากนั้นรัฐบาลควรส่งเสริม “ประชาธิปไตยโดยการสื่อสาร” ...จัดให้มีระบบรวบรวมการสื่อสารโดยประชาชน สังเคราะห์เป็นหมวดหมู่ เช่น ร้องทุกข์การกระทำมิชอบของเจ้าหน้าที่ของรัฐ วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล เล่าประสบการณ์ของตนเอง เสนอข้อคิดเห็นในกิจการบ้านเมือง แล้วนำการสื่อสารโดยประชาชนแต่ละวันไปใช้ให้เหมาะสมตามประเภทของสารที่สื่อ โดยวิธีนี้อาจถือว่าเป็นการปฏิวัติประชาธิปไตยก็ได้

เก้า...ในยุคศรีอาริยะประชาชนปกครองตนเองมากที่สุด การปกครองโดยรวมศูนย์อำนาจเป็นเรื่องโบราณล้าสมัย เป็นต้นตอของปัญหาเกือบทุกชนิด...ทำให้บ้านเมืองติดขัด ต้องกระจายอำนาจไปให้ประชาชนปกครองตนเองมากที่สุด ในรูปการจัดการตนเองของชุมชนท้องถิ่น และองค์กรในพื้นที่

เรื่องที่สิบ...ทุกภาคส่วนส่งเสริมให้มีพรรคการเมืองและระบบการเมืองที่ดี การเมืองไม่ใช่เรื่องของพรรคการเมืองเท่านั้น แต่เป็นเรื่องของคนไทยทุกคน เนื่องจากพรรคการเมืองที่ดีเป็นเครื่องมือทางการเมืองของประชาชน ทุกภาคส่วนจึงควรส่งเสริมพรรคการเมือง ไม่ใช่การทอดทิ้งให้ดิ้นรนต่อสู้ตามยถากรรม

ในยุคศรีอาริยะ คนไทยทุกคน องค์กร และสถาบันทุกชนิด ต้องมีจิตสำนึกใหม่และสร้างสัมพันธ์ใหม่ เป็นจิตสำนึกใหญ่ที่คำนึงถึงองค์รวม ...เป็นสัมพันธภาพด้วยความเสมอภาค ภราดรภาพ การเรียนรู้ร่วมกันในการปฏิบัติ เกิดเป็นสังคมเครือข่ายคล้ายสมอง ซึ่งเป็นสังคมอุดมปัญญา สังคมอุดมสุข อยู่ร่วมกันอย่างสมดุล

อาจารย์หมอประเวศฝากทิ้งท้ายว่า “เซลล์มะเร็ง” เป็นตัวอย่างของเซลล์ที่สูญสำนึกแห่งองค์รวม ทำให้องค์รวมดำรงอยู่ไม่ได้ ศักยภาพสูงสุดของความเป็นมนุษย์คือการเกิดจิตสำนึกใหม่...เป็นจิตสำนึกแห่งองค์รวมต้องบังเกิดขึ้น เพื่อให้องค์รวมหรือประเทศชาติธำรงบูรณภาพและดุลยภาพได้.

คนโบราณฝันถึงยุคพระศรีอาริย์...มีความเป็นศรีอาริยะดีงามพร้อมทุกประการ คำกลอนพยากรณ์รัชกาลต่างๆก็ว่า...ถัดจากยุค “ถิ่นกาขาว” จะถึงยุค “ชาวศิวิไลซ์” ศิวิไลซ์ก็คือศรีอาริยะนั่นเอง 7 ก.พ. 2561 12:46