วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หุ้นดาวโจนส์ตกสวรรค์

ดัชนีหุ้นดาวโจนส์ ที่โจนขึ้นไปอย่างต่อเนื่องไม่หยุด ตั้งแต่วิกฤติ แฮมเบอร์เกอร์ ปี 2008 จนถึงปัจจุบัน นักวิเคราะห์ทุกสำนักต่างก็ตั้งท่ารอ เมื่อไหร่ดาวโจนส์จะปรับฐานเสียที แต่กลัวไปก็ซื้อไป ในที่สุด ดัชนีหุ้นดาวโจนส์ก็ตกสวรรค์ไปเรียบร้อย ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ดัชนีหุ้นดาวโจนส์ร่วงไปกว่า 665 จุด เปิดตลาดวันจันทร์ ดัชนีหุ้นดาวโจนส์ร่วงลงไปอีกกว่า 1,175 จุด ลงตํ่ากว่า 25,000 จุดเป็นครั้งแรก

ส่งผลให้ดัชนีราคาหุ้นทั่วเอเชียเช้าวันอังคาร ร่วงตามดาวโจนส์ไปหนักมาก ช่วงบ่ายตลาดหุ้นยุโรปเปิด ก็ร่วงลงไปหนักมากเช่นเดียวกัน

ช่วงการซื้อขายของตลาดหุ้นเอเชียในเช้าวันอังคาร ดัชนีหุ้นดาวโจนส์ฟิวเจอร์ ซึ่งเป็นดัชนีชี้อนาคตของดัชนีหุ้นดาวโจนส์ในวันรุ่งขึ้น ก็ร่วงลงต่อเนื่องอย่างหนักลงไปติดลบกว่า 850 จุด ส่งผลให้ดัชนี ราคาหุ้นนิเคอิญี่ปุ่นร่วงลงไปกว่า 6% ก่อนจะขยับขึ้นมาปิดที่ ติดลบกว่า 1,071 จุด แต่ที่ร่วงลงไปหนักมากที่สุดคือตลาดหุ้นฮ่องกง ดัชนีราคาหุ้นฮั่งเส็งปิดตลาดร่วงลงไปกว่า 1,649 จุด ติดลบกว่า 5%

ช่วงบ่ายวันอังคารที่ผมกำลังนั่งปั่นต้นฉบับอยู่นี้ ดัชนีราคาหุ้นดาวโจนส์ฟิวเจอร์ ไต่ขึ้นจาก –850 กว่าจุดมาเป็นบวกนิดหน่อยแล้ว ส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยค่อยโล่งขึ้นมาหน่อย

ช่วงเช้าวันอังคาร ดัชนีราคาหุ้นไทย ก็ร่วงลงหนักมากเช่นกัน ติดลบไปกว่า 52 จุด ก่อนจะตีตื้นขึ้นมาตามดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ จนปิดตลาดที่ 1,788.43 จุด ลบไป 21.89 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายกว่า 124,492 ล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์อีกครั้ง

ดาวโจนส์ตกสวรรค์ครั้งนี้ ไม่เพียงนักลงทุนในตลาดหุ้นทั่วโลกจะบาดเจ็บ แม้แต่มหาเศรษฐีโลกอย่าง บิล เกตส์, วอร์เร็น บัฟเฟตต์, เจฟฟ์ เบซอส หรือ มาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก ก็เลือดไหลเหมือนกัน ความมั่งคั่งหลายแสนล้านบาทหายวับไปในพริบตา

การร่วงอย่างหนักของ ดัชนีหุ้นดาวโจนส์ ครั้งนี้ ถือว่าไม่เหนือความคาดหมาย เพราะนักวิเคราะห์ต่างก็ตั้งตาคอย เมื่อไหร่จะปรับฐานใหญ่เสียที ราคาหุ้นขึ้นไปมากแล้ว เมื่อ ธนาคารกลางสหรัฐฯ ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยชัดเจน นักลงทุนเลยถือโอกาสปล่อยของกันใหญ่ ใครปล่อยไม่ทันหรือปล่อยช้ากว่าคนอื่น ก็ต้องบาดเจ็บกันไป

ใครที่เล่น เงินดิจิทัล โดยเฉพาะ บิทคอยน์ คงต้องเจ็บหนักกว่าคนเล่นหุ้น เพราะไม่มีทรัพย์สินหรือฐานธุรกิจอะไรรองรับ มีแต่รหัสคอมพิวเตอร์ที่กินไม่ได้ขายไม่ได้ ราคาบิทคอยน์เมื่อเช้าวันอังคาร ร่วงลงไปอยู่ที่ 5,947 ดอลลาร์ต่อ 1 บิทคอยน์ จากที่เคยขึ้นไปสูงสุดเกือบ 20,000 ดอลลาร์ต่อ 1 บิทคอยน์ เมื่อกลางเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ใครซื้อไว้ตอนนั้นเดือนกว่าขาดทุนไปแล้วกว่า 14,000 ดอลลาร์ หรือ 449,000 บาทต่อ 1 บิทคอยน์

ใครที่คิดจะเล่นเงินดิจิทัลก็จงจำราคาบิทคอยน์ไว้เป็นอุทาหรณ์

กลับมาที่ตลาดหุ้นดีกว่า แม้ดัชนีหุ้นดาวโจนส์จะร่วงแรงนำตลาดโลก แต่โดยพื้นฐานของเศรษฐกิจโลกในอนาคต กลับไม่ได้เลวร้ายลงแต่อย่างใด มีแต่ดีขึ้นเรื่อยๆ เศรษฐกิจยุโรปก็ฟื้นตัว เศรษฐกิจจีนก็ฟื้นตัว เศรษฐกิจสหรัฐฯก็ฟื้นตัว ส่งผลให้สำนักวิจัยต่างๆคาดกันว่า จีดีพีโลกปีนี้จะเติบโตขึ้นถึง 3.4% แม้ สหรัฐฯ ยุโรป ญี่ปุ่น จะทยอย ลดวงเงินคิวอีที่อัดฉีดกระตุ้นเศรษฐกิจก็ตาม

สำหรับ เศรษฐกิจไทยปี 61 ทุกสำนักฟันธงว่ากำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น แกรนท์ ธอนตัน ประเทศไทย บริษัทที่ปรึกษาธุรกิจ ก็เพิ่งเปิดเผยผลสำรวจความเชื่อมั่นของนักธุรกิจในประเทศไทย เมื่อวานนี้พบว่า ปรับตัวสูงขึ้นจาก 8% เป็น 10% ในไตรมาส 4 ปีที่แล้ว และคาดว่า จีดีพี ไทยปีนี้มีแนวโน้มสูงถึง 4% ดีกว่าปี 60 ที่ผ่านมา

จึงไม่แปลกที่ ดัชนีราคาหุ้นไทย จะดีดตัวขึ้นมาจากติดลบกว่า 52 จุด ในช่วงเช้าจนขึ้นมาเหลือติดลบเพียง 21.89 จุด หรือติดลบไปเพียง 1.21% ดีกว่าทุกตลาดในภูมิภาคเอเชีย ช่วงนี้กำลังเป็นช่วงเก็บหุ้นปันผลเสียด้วย ราคาลงมาผมว่าน่าซื้อเก็บ ถ้าราคาหุ้นดีดขึ้นเมื่อไหร่ ก็ได้กำไรสองเด้งทันที.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

ดัชนีหุ้นดาวโจนส์ ที่โจนขึ้นไปอย่างต่อเนื่องไม่หยุด ตั้งแต่วิกฤติ แฮมเบอร์เกอร์ ปี 2008 จนถึงปัจจุบัน นักวิเคราะห์ทุกสำนักต่างก็ตั้งท่ารอ เมื่อไหร่ดาวโจนส์จะปรับฐานเสียที 7 ก.พ. 2561 12:43 ไทยรัฐ