วันอังคารที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ครม.จันทบุรีตั้ง“มหานครผลไม้”

ออกตัวแรง!ครองเบอร์ 1 ตลาด-กุมกลไกการค้าโลก

ครม.สัญจรเมืองจันทบุรี ไฟเขียวโครงการระเบียงผลไม้ภาคตะวันออก ปั้นไทยสู่ “มหานครผลไม้โลก” วาดฝันครองสัดส่วนตลาดมากสุดในโลก แถมคุมกลไกราคาได้ด้วย ประสานเอสซีจีปั้นผลไม้ไทยเกรดพรีเมียม สร้างหมอนทองสู้ “ทุเรียนแบรนด์ไทย” ลบภาพทุเรียนอ่อน

นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ หรือ ครม.สัญจร จ.จันทบุรี เห็นชอบในหลักการโครงการจัดตั้งระเบียงผลไม้ภาคตะวันออก (Eastern Fruit Corridor : EFC) โดยมีเป้าหมายให้ภาคตะวันออกเป็นตลาดกลางประมูลผลไม้คุณภาพสูง เบื้องต้นจะตั้งอยู่ที่นิคมสมาร์ทพาร์ค จ.ระยอง คาดว่าจะเปิดดำเนินการเต็มระบบได้ใน 2-3 ปี โดยระยะ 6 เดือนแรกจะทำการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ ซึ่งตามโครงการจะสร้างห้องเย็นสำหรับจัดเก็บผลไม้ โดยใช้แนวทางประชารัฐให้เอกชนมีส่วนร่วม

ขณะที่นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ครม.ครั้งนี้ยังได้เห็นชอบแผนยุทธศาสตร์การค้าผลไม้ครบวงจรด้วย พร้อมให้กระทรวงพาณิชย์ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การค้าผลไม้ครบวงจร เพื่อผลักดันให้ประเทศไทย ซึ่งมีผลไม้เมืองร้อนจำนวนมากก้าวขึ้นเป็นมหานครผลไม้ของโลก ตั้งเป้าหมาย 4 ด้านคือ 1.เป็นผู้นำการผลิตผลไม้เมืองร้อน ทั้งผลไม้สดและแปรรูป 2.ถือครองส่วนแบ่งตลาดหรือมาร์เก็ตแชร์ผลไม้เมืองร้อนของโลกมากที่สุด 3.สามารถคุมกลไกการค้าผลไม้เมืองร้อนได้ และ 4.สร้างแบรนด์ประเทศไทยกับผลไม้ให้ชาวต่างชาติมีภาพจำของผลไม้ไทยว่าเป็นผลไม้ที่มีคุณภาพเกรดพรีเมียม

ทั้งนี้ ตามยุทธศาสตร์การค้าผลไม้ครบวงจร ได้กำหนดแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตผลไม้เมืองร้อนให้มีคุณภาพมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ประกอบด้วย 1.กำหนดและส่งเสริมมาตรฐานการผลิตและการค้าผลไม้เกรดพรีเมียม ทั้ง Q-GAP, Thai GAP, Thailnd Trust Mark ยกระดับสัดส่วนสินค้าเกรดพรีเมียมจากปัจจุบันอยู่ที่ 10% ของผลผลิตรวมเพิ่มเป็น 20% 2.ส่งเสริมการทำการตลาดผลไม้เกรดรอง เพิ่มมูลค่าด้วยการแปรรูป เช่น ผลที่รูปทรงไม่สวย เช่น แกะออกมาใส่แพ็กเกจพร้อมรับประทาน 3.การสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยการแปรรูป 4.การนำนวัตกรรมและงานวิจัยมาใช้พัฒนาผลิตภัณฑ์ผลไม้ โดยเฉพาะผลไม้ตกเกรด ขณะที่การครองส่วนแบ่งการตลาดผลไม้เมืองร้อนมากที่สุดนั้น จะต้องสร้างตลาดกลางเพื่อกำหนดมาตรฐานราคาที่มีความน่าเชื่อถือได้ บุกตลาดเป้าหมายผลไม้เมืองร้อน เช่น จีน รวมถึงการพัฒนาโลจิสติกส์ควบคู่กันไป ขณะเดียวกัน การสร้างคลังสินค้าจะนำระบบห้องเย็นขนาดใหญ่มาใช้ โดยนำงบประมาณเดิมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาใช้ก่อน และตั้งงบประมาณเพิ่มได้หากจำเป็น

“กระทรวงพาณิชย์จะสร้างแบรนด์ผลไม้ของประเทศไทยให้เป็นเกรดพรีเมียมที่ยอมรับในเรื่องคุณภาพและมาตรฐาน จะเริ่มต้นที่ผลไม้ 3 ชนิด คือ ทุเรียน ลำไย และมังคุด เริ่มต้นปีแรกที่ทุเรียนก่อน ต่อไปทุเรียนพันธุ์หมอนทองจะไม่เรียกว่าทุเรียนหมอนทอง แต่จะเป็นทุเรียนแบรนด์ประเทศไทย ซึ่งบริษัทเอสซีจี เทรดดิ้ง จำกัด กำลังดำเนินการทำแบรนด์ทุเรียนประเทศไทยอยู่ ต่อไปชาวต่างชาติจะคิดถึงทุเรียนไทยในภาพของทุเรียนคุณภาพ ไม่ใช่ทุเรียนอ่อน และมีความแตกต่างจากทุเรียนของประเทศอื่น ซึ่งปีนี้คาดว่าจะมีผลผลิตทุเรียนจำนวน 900,000 ตัน จะคัดทุเรียนที่ผลิตได้เกรดพรีเมียมออกมา 1% หรือประมาณ 9,100 ตัน นำมาใช้สร้างทุเรียนแบรนด์ประเทศไทย คาดว่าจะประชาสัมพันธ์ให้ต่างชาติทราบว่าถ้าต้องการทุเรียนคุณภาพดีต้องเป็นทุเรียนของประเทศไทยได้ในเดือน เม.ย.นี้”

ด้านนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายก-รัฐมนตรี กล่าวว่า การประชุม ครม.ครั้งนี้ เป็นการยืนยันว่าโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) เป็นรูปธรรมแล้ว และในวันที่ 8 ก.พ.นี้ ร่าง พ.ร.บ.อีอีซีที่พิจารณาเสร็จสิ้นจากส่วนราชการจะเข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และเมื่อกฎหมายออกมาทุกอย่างก็จะเดินต่อไปข้างหน้าจากที่การลงทุนได้เริ่มขึ้นแล้ว ขณะที่การพัฒนาอีอีซีจะเชื่อมโยงถึงจังหวัดรอบข้างและจะมีการเชื่อมโยงทั้งด้านอุตสาหกรรม การเกษตรและการท่องเที่ยว เช่น นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม ได้ยืนยันในที่ประชุมว่าจะมีรถไฟรางคู่ มาถึง จ.จันทบุรี และ จ.ตราด อย่างแน่นอน สามารถรองรับทั้งภาคการเกษตรที่จะเป็นมหานครแห่งผลไม้และการท่องเที่ยวสู่เมืองรองและชุมชนได้

นายสมคิด กล่าวต่อถึงประเด็นการสร้างห้องเย็นขนาดใหญ่ว่า ทำเพื่อรองรับสินค้า การจัดเก็บและยืดอายุให้กับเกษตรจำนวนมาก จากที่สมัยก่อนไม่มีห้องเย็นรองรับ โดยโครงการนี้จะมีบริษัทขนาดใหญ่ร่วมด้วย อย่าง ปตท.ที่มีสารหล่อเย็นเหลือใช้จากกระบวนการขนส่งก๊าซแอลเอ็นจีจำนวนมากสามารถต่อท่อนำมาใช้ประโยชน์ในห้องเย็นได้ และกลุ่มบริษัทปูนซิเมนต์ไทย (เอสซีจี) ดำเนินการหาพื้นที่ที่เหมาะสมในจะจัดทำห้องเย็นขนาดใหญ่ ซึ่งจะเลือกพื้นที่ที่สามารถขนส่งสินค้าไปยังสนามบินอู่ตะเภาและสนามบินสุวรรณภูมิได้สะดวก.

ครม.สัญจรเมืองจันทบุรี ไฟเขียวโครงการระเบียงผลไม้ภาคตะวันออก ปั้นไทยสู่ “มหานครผลไม้โลก” วาดฝันครองสัดส่วนตลาดมากสุดในโลก แถมคุมกลไกราคาได้ด้วย 7 ก.พ. 2561 10:17 ไทยรัฐ