วันอังคารที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จับปธ.อิตาเลียน ฆ่าเสือดำ กลางป่า ‘ทุ่งใหญ่’

‘เปรมชัย กรรณสูต’ กับพวกอีก3 ยึดซากถูกถลกหนังหั่นเป็นชิ้น เจอ9ข้อหาหนัก-ศาลให้ประกัน

รวบตัวบิ๊กบอสบริษัทชื่อดัง “เปรมชัย กรรณสูต” ประธานบริหารบริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) กับพวกรวม 4 คน ขณะลักลอบเข้าไป ตั้งแคมป์ล่าสัตว์ป่าสงวนในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันตก จ.กาญจนบุรี ยึดของกลางทั้งทูตสังหารปืนไรเฟิลพร้อมกระสุน ซากเสือดำที่ถูกชำแหละกับซากไก่ฟ้า ถูกตั้ง 9 ข้อหาหนัก แต่ให้การปฏิเสธ หลังฝากขังศาลให้ประกันตัวทั้งหมดคนละ 1.5 แสนบาท สำหรับบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทรับเหมาที่ครองเบอร์ 1 ของประเทศไทย และต่างประเทศจำนวนมาก

กลายเป็นที่ฮือฮาของวงการมหาเศรษฐีเมืองไทย เมื่อเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันตก พื้นที่ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี บุกรวบตัวนายเปรมชัย กรรณสูต อายุ 63 ปี อยู่บ้านเลขที่ 12/3 ซอยศูนย์วิจัย 3 แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กทม. ตำแหน่งประธานบริหารบริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) กับพวกรวม 4 คน พร้อมของกลางซากสัตว์หายาก

จับบิ๊กอิตาเลียนไทยคาของกลาง

รวบประธานบริหารบริษัทชื่อดังครั้งนี้ เปิดเผยเมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 6 ก.พ. นายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันตก พื้นที่ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี พร้อมกำลังคุมตัว 1.นายเปรมชัย กรรณสูต อายุ 63 ปี อยู่บ้านเลขที่ 12/3 ซอยศูนย์วิจัย 3 แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กทม. ตำแหน่งประธานบริหารบริษัทอิตาเลียน-ไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) 2.นายยงค์ โดดเครือ อายุ 65 ปี อยู่บ้านเลขที่ 84 หมู่ 8 ต.คุ้งพะยอม อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี 3.นางนที เรียมแสน อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 102 หมู่ 1 ต.ทุ่งสว่าง อ.ประทาย จ.นครราชสีมา และ 4.นายธานี ทุมมาศ อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 47 หมู่ 3 ต.ช่องสะเดา อ.เมืองกาญจนบุรี พร้อมของกลางซากสัตว์ป่า ปืนและเครื่องกระสุนปืน ส่งให้ พ.ต.อ.วุฒิพงษ์ เย็นจิตต์ ผกก.สภ.ทองผาภูมิ ดำเนินคดี 5 ข้อหา

ระดมสอบสวนเครียดทั้งวัน

ต่อมาเวลา 13.30 น. พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล ผบก.ภ.จ.กาญจนบุรี พล.ต.ต.สมชาย รักเสนาะ ผบก.สส.ภ.7 พ.ต.อ.ชาตรี ศรีบุญ ผกก. (สอบสวน) ภ.จ.กาญจนบุรี พร้อมคณะ พนักงานสอบสวน และ พ.ต.อ.สมหมาย โชติกะนาวิน นวท. (สบ 4) พร้อม เจ้าหน้าที่วิทยาการ ภ.จ.กาญจนบุรี เดินทางมาตรวจสอบของกลางที่ สภ.ทองผาภูมิ พร้อมสอบสวนกลุ่มผู้ต้องหาอย่างเคร่งเครียด โดยมี พ.ต.อ.วุฒิพงษ์ เย็นจิตต์ ผกก.สภ.ทองผาภูมิ และ ร.ต.ท.สุมิตร บุญยะนิจ รอง สว. (สอบสวน) สภ.ทองผาภูมิ ร่วม สอบสวนด้วย

ถูกดำเนินคดี 9 ข้อหาหนัก

ขณะเดียวกัน นายธรรมรัช วงษ์โสภา ผอ.ส่วนอุทยานแห่งชาติ รักษาราชการ ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) จ.ราชบุรี นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าชุดเฉพาะกิจพญาเสือ กรมอุทยานฯ และนิติกร สอบ.3 เดินทางมาสมทบกับนายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก เพื่อตรวจสอบการบันทึกจับกุมและพยานหลักฐาน หลังตรวจสอบเสร็จแล้ว นายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์ สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษนายเปรมชัยกับพวกรวม 8 ข้อหา

ประกอบด้วย 1.ร่วมกันล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ 2.ร่วมกันล่าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยมิได้รับอนุญาต 3.ร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งซากของสัตว์ป่าคุ้มครองโดยมิได้รับอนุญาต 4.นำเครื่องมือสำหรับใช้ในการล่าสัตว์ป่า หรือจับสัตว์ หรืออาวุธใดๆ เข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต 5.ร่วมกันเก็บหาของป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติโดยมิได้รับอนุญาต 6.ร่วมกันพยายามล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต 7.ร่วมกันเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์ 8.ข้อหาร่วมกันซ่อนเร้นช่วยพาเอาไปเสียซึ่งซากของสัตว์ และพนักงานสอบสวน เพิ่มอีก 1 ข้อหา คือ พ.ร.บ.อาวุธปืน รวมเป็น 9 ข้อหา แต่ผู้ต้องหาทั้ง 4 คนให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

ให้ประกันตัวคนละ 1.5 แสน

จากนั้น พ.ต.อ.วุฒิพงษ์ เย็นจิตต์ ผกก.สภ.ทองผาภูมิ และ ร.ต.ท.สุมิตร บุญยะนิจ รอง สว. (สอบสวน) สภ.ทองผาภูมิ พร้อมกำลังนำตัวนายเปรมชัย พร้อมพวกรวม 4 คน ขึ้นรถตู้เดินทางไปฝากขังต่อศาลจังหวัดทองผาภูมิทันที โดยทนายยื่นประกันหลักทรัพย์คนละ 150,000 บาท ศาลพิเคราะห์แล้วอนุญาตให้ประกันตัวชั่วคราว จากนั้นเดินทางกลับไปยัง สภ.ทองผาภูมิ เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติมโดยนายเปรมชัยและทนายเปิดเผยว่าการที่นายเปรมชัยกับพวกเข้าไปในป่าเพราะต้องการพักผ่อนและขออนุญาตเจ้าหน้าที่เรียบร้อยแล้ว ผู้สื่อข่าวถามว่าทำไมตั้งแคมป์ในจุดห้าม ทนายตอบแทนว่า ตอนนั้นเป็นกลางคืนอีกทั้งนายเปรมชัยไม่ชำนาญเส้นทางเลยตั้งแคมป์พักผ่อน พอสอบถามเรื่องปืนว่าใครเป็นเจ้าของอ้างกำลังตรวจสอบ จากนั้นทั้งหมดเดินทางกลับกรุงเทพฯทันที

ขณะที่ พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล ผบก.ภ.จ.กาญจนบุรีกล่าวว่า คดีนี้เป็นที่สนใจของประชาชนจึงมาดูสำนวนสอบสวนให้เป็นไปตามระเบียบอย่างเคร่งครัด ส่วน พล.ต.ท.กิตติพงษ์ เงามุข ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.กฤษณะ ทรัพย์เดช รอง ผบช.ภ.7 เดินทางมา สภ.ทองผาภูมิ ร่วมประชุมกับ พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล ผบก.ภ.จ.กาญจนบุรี พล.ต.ต.สมชาย รักเสนาะ ผบก.สส.ภ.7 พ.ต.อ.ชาตรี ศรีบุญ ผกก. (สอบสวน) ภ.จ.กาญจนบุรี พ.ต.อ.สมหมาย โชติกะนาวิน นวท. (สบ.4) และเจ้าหน้าที่วิทยาการ ภ.จ.กาญจนบุรี

เผยเบื้องหลังการจับกุมคนดัง

สำหรับรายละเอียดการจับกุมบิ๊กอิตาเลียนไทยกับพวกในผืนป่ามรดกโลกทุ่งใหญ่นเรศวรครั้งนี้มีขึ้นเมื่อบ่ายสองวันที่ 4 ก.พ. เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันตกพื้นที่ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี จับกุมตัวนายเปรมชัย กรรณสูต อายุ 63 ปี อยู่บ้านเลขที่ 12/3 ซอยศูนย์วิจัย 3 แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กทม. ตำแหน่งประธานบริหารบริษัทอิตาเลียนไทยดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) นายยงค์ โดดเครือ อายุ 65 ปี อยู่บ้านเลขที่ 84 หมู่ 8 ต.คุ้งพะยอม อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี นางนที เรียมแสน อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 102 หมู่ 1 ต.ทุ่งสว่าง อ.ประทาย จ.นครราชสีมา และนายธานี ทุมมาศ อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 47 หมู่ 3 ต.ช่องสะเดา อ.เมืองกาญจนบุรี

ตะลึงในเต็นท์พบซากเสือดำ

ตรวจค้นภายในเต็นท์พบปืนลูกกรวดติดลำกล้องขนาด 30-06 จำนวน 1 กระบอก ปืนไรเฟิลติดลำกล้องขนาด .22 มม. จำนวน 1 กระบอก ปืนลูกซองแฝดเบอร์ 20 จำนวน 1 กระบอก เครื่องกระสุนปืนขนาด 30.06 จำนวน 7 นัด กระสุนปืน ขนาด .22 มม.หัวทองแดง จำนวน 53 นัด กระสุนปืน ขนาด .22 หัวตะกั่ว 61 นัด กระสุนปืนลูกซอง เบอร์ 20 จำนวน 21 นัด เข็มขัดบรรจุกระสุนปืนลูกซองแบบคาดเอว 1 เส้น น้ำมันล้างปืน 1 ขวด นอกจากนี้ยังพบซากเสือดำถูกชำแหละแล้ว 1 ตัว หนัก 10.6 กิโลกรัม แต่ไม่มีหนังความยาวหัวถึงสะโพก 83 เซนติเมตร และหนังเสือดำที่ถูกชำแหละแล้ว 1 ผืน หนัก 2.6 กิโลกรัม ความยาวหัวถึงหาง 148 เซนติเมตร ชิ้นส่วนของเสือดำถูกสับแยกร่างบรรจุในถุงดำ นอกจากนี้ ยังพบซากไก่ฟ้าหลังเทา 1 ตัว น้ำหนัก 0.6 กิโลกรัม ซึ่งสัตว์ป่าทั้งสองชนิดเป็นสัตว์ป่าประเภทสัตว์ป่าคุ้มครองเจ้าหน้าที่จึงยึดไว้เป็นหลักฐาน

ขอไปเที่ยวแต่แอบตั้งแคมป์

จากรายงานระบุด้วยว่า นายเปรมชัยกับพวกรวม 4 คน เข้าไปท่องเที่ยวพื้นที่ดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 3 ก.พ.โดยใช้เส้นทางผ่านสำนักงานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก-หน่วยพิทักษ์ป่าทิคอง -หน่วยพิทักษ์ป่ามหาราชมีโปรแกรมการท่องเที่ยวป่าเป็นเวลา 2 วัน 1 คืน ซึ่งเส้นทางดังกล่าวเป็นเส้นทางเปิดให้ท่องเที่ยวผ่านได้โดยใช้ชื่อว่า “ทินวย-ทิคอง-มหาราช” รวมระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตร ต่อมาวันที่ 4 ก.พ. เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ทุ่งใหญ่นเรศวรรับแจ้งจากเจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ป่ามหาราชว่าพบคณะของนายเปรมชัย ลักลอบตั้งแคมป์ในป่าห้วยปะชิ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตกท้องที่ ต.ชะแล อ.ทองผาภูมิ เป็นพื้นที่ทับซ้อนป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาน้ำโจน ค่าพิกัดภูมิศาสตร์ (GPS) ในระบบ WGS84 คือ 47 P 485821 E 1678956 N ซึ่งบริเวณดังกล่าวเป็นจุดที่เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันสัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตกไม่อนุญาตให้ผู้ใดเข้าไปตั้งแคมป์อย่างเด็ดขาด

แอบซ่อนของกลางบริเวณแคมป์

หลังรับแจ้งนายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธ์ุสัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตกได้ส่งกำลังเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบพบของกลางเป็นปืนหลายกระบอกและซากสัตว์ดังกล่าวจึงควบคุมตัวนายเปรมชัยกับพวกไปสอบสวนที่สำนักงานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก โดยนำตัวพร้อมของกลางออกจากจุดที่จับกุมมาถึงสำนักงานเขตฯ ในเวลาประมาณ 02.40 น. วันที่ 5 ก.พ. เพื่อสอบปากคำเบื้องต้น จากนั้นตอนสายวันที่ 5 ก.พ.นายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตฯได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบจุดที่จับกุมเพิ่มเติมอีกครั้ง ผลปรากฏพบซากเสือดำถูกชำแหละเนื้อและหนังแล้วกับเครื่องกระสุน ปืนอีกจำนวนมากถูกซุกซ่อนไว้บริเวณที่แคมป์พักโดยมีใบไม้คลุมไว้จึงยึดไว้ประกอบสำนวนการจับกุม

เบื้องต้นดำเนินคดี 5 ข้อหา

กระทั่งเช้าวันที่ 6 ก.พ. นายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตฯ พร้อมกำลังคุมตัวนายเปรมชัยกับพวกพร้อมของกลางซากสัตว์ป่า อาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนส่งให้ พ.ต.อ.วุฒิพงษ์ เย็นจิตต์ ผกก.สภ.ทองผาภูมิ เพื่อดำเนินคดีเบื้องต้น 5 ข้อหา แต่ภายหลังถูกเพิ่มเป็น 9 ข้อหา ขณะที่ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยถึงคดีจับกุมนายเปรมชัยกับพวกว่า สภ.ทองผาภูมิ รับมอบตัวผู้ต้องหา 4 คน ในเบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งหมดได้ให้การปฏิเสธพร้อมกันนี้ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อมูลของผู้ใช้งานในโซเชียลมีเดียที่เผยแพร่ หรือแชร์ข้อความในลักษณะบิดเบือนข้อเท็จจริงดังกล่าวแล้ว ส่วน พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า เมื่อมีการกระทำผิดต้องบังคับใช้กฎหมายตามขั้นตอน ต้องนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน เรื่องนี้ไม่มีอะไรกังวล ถ้ามีเหตุระเบิดซิน่ากังวลกว่า ส่วนผู้ต้องหาจะมีหน้าที่การงานใหญ่โตแค่ไหนไม่เกี่ยวกัน กฎหมายไม่ได้บอกว่าใครใหญ่ใครไม่ใหญ่ ต้องบังคับใช้กฎหมายไป

“บิ๊กตู่” ลั่นทำผิดต้องรับโทษ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงการจับกุมนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารและกรรมการ บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องการทำผิดกฎหมายซึ่งไม่ว่าใครที่ทำผิดกฎหมายต้องถูกลงโทษ ถ้ามีการ พิจารณาคดีแล้วว่าผิดต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ซึ่งการเข้าสู่กระบวนการต้องมีผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษและนำเข้าสู่การพิจารณาตัดสินโดยศาลหรือกระบวนการยุติธรรม ตนไม่มีอำนาจไปก้าวล่วงอะไรตรงนี้ ทุกเรื่องเป็นเรื่องของกลไก ให้ทุกฝ่ายดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา อย่ามาอ้างตนหรืออ้างใครเอื้อประโยชน์ใครไม่ได้ทั้งนั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า พล.อ.ประยุทธ์ออกอาการไม่พอใจเมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า จากอาวุธหนักที่ยึดได้หลายรายการ เจ้าตัวยังให้การปฏิเสธ แต่น่าสงสัยว่าการติดอาวุธหนักเข้าไปได้ อาจมีเจ้าหน้าที่รัฐไฟเขียว โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “เป็นเรื่องของผู้กระทำความผิดที่เขาไม่รับผิด แล้วมาเกี่ยวอะไรกับเจ้าหน้าที่รัฐ ผมไม่เข้าใจ คำถามแบบนี้ไม่สร้างสรรค์”

รมว.ย้ำไม่น่าเกิดเรื่องใน พ.ศ.นี้

พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า เรื่องนี้ไม่ต้องไปสงสัยประเด็นอื่นมีคนแอบเข้าไปล่าสัตว์แล้วเจ้าหน้าที่จับได้ กรณีนี้เขาขอเข้าไปแต่เมื่อเข้าไปแล้วเขาไม่ออกตามเวลาที่ได้รับอนุญาต กลับไปกางเต็นท์ข้างในถือว่าขัดต่อระเบียบเจ้าหน้าที่จึงเข้าไปจับกุม พอเข้าไปเจออาวุธปืนและซากเสือดำ ถือเป็นเรื่องใหญ่ เมื่อเป็นคดีความเจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการเหมือนคดีทั่วไป ต้องสอบสวนว่าเขาทำแบบนี้เพื่ออะไร ผิดเป็นผิดไม่ต้องกังวล ปกตินักท่องเที่ยวที่ได้รับอนุญาตให้เข้าเขตอุทยานเจ้าหน้าที่จะไม่ค้นรถเพราะคนที่เข้าไปเที่ยวอุทยานฯ เขารักธรรมชาติโดยพื้นฐานแต่เมื่อเกิดเหตุการณ์อย่างนี้เราก็เสียใจ ไม่น่าเกิดขึ้นใน พ.ศ.นี้

ไม่ใช่เป็นแขกพิเศษของใคร

พล.อ.สุรศักดิ์กล่าวอีกว่า รายละเอียดต้องไปดูในพื้นที่เพราะปกติจะมีคนขออนุญาตเข้าไปท่องเที่ยวแล้วก็กลับออกมาตามที่ขออนุญาต ที่ผ่านมา เราเข้มงวดในเรื่องเหล่านี้มาตลอด แต่คาดไม่ถึงว่าจะมีคนที่ทำพฤติกรรมอย่างนี้ ยืนยันว่านายเปรมชัย ไม่ได้เป็นแขกพิเศษของเจ้าหน้าที่แต่อย่างใด ตนยังไม่รู้จัก แต่ถ้าใครเกี่ยวข้อง หรือเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องต้องดำเนินการเช่นกัน ทั้งนี้จะให้อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชไปดูที่เกิดเหตุอีกที

ไม่กังวลจับนักธุรกิจระดับสูง

ขณะที่นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชกล่าวว่า เบื้องต้นนายเปรมชัยยังให้การปฏิเสธแต่ต้องว่าไปตามพยานหลักฐาน ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกคน ส่วนข้อมูลที่นำไปสู่การจับกุมในครั้งนี้มาจากเจ้าหน้าที่ได้ไปตรวจพบซากเสือดำ อาวุธปืนแต่เจ้าหน้าที่ไม่ได้เห็นในตอนยิง ดังนั้น ทุกอย่างต้องว่าไปตามกระบวนการ เท่าที่ได้รับรายงานขณะนี้ยังไม่พบว่ามีเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องแต่กลุ่มของนายเปรมชัย ขออนุญาตเข้าพื้นที่ไปจุดหนึ่งแต่กลับลักลอบไปอีกจุดหนึ่ง

ผู้สื่อข่าวถามว่า กังวลหรือไม่ เพราะนายเปรมชัย เป็นถึงนักธุรกิจระดับสูง นายธัญญากล่าวว่า ไม่ได้กังวล เพราะถือว่าเจ้าหน้าที่ทำดีที่สุด ปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ต้องให้ขวัญและกำลังใจเจ้าหน้าที่ เนื่องจากไม่ได้เลือกปฏิบัติ ใครผิดว่าไปตามผิด แต่ต้องอยู่ที่พยานหลักฐานว่าเป็นอย่างไร เมื่อถามว่า นักท่องเที่ยวหรือบุคคลทั่วไปสามารถพกพาอาวุธปืนเข้าไปในพื้นที่ป่าสงวนหรืออุทยานแห่งชาติได้หรือไม่ นายธัญญากล่าวว่า ไม่ให้เอาเข้า ไปอยู่แล้ว แต่โดยปกติเจ้าหน้าที่ไม่มีโอกาสตรวจค้นว่าใครจะนำอะไรเข้าไปในพื้นที่บ้าง

อ้างขอนุญาตเข้าศึกษาธรรมชาติ

ที่กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช น.ส.กาญจนา นิตยะ ผอ.สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรม อุทยานฯ แถลงว่าเขตรักษาพันธุ์ทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันตกอยู่ในเขตมรดกโลกเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร-ห้วยขาแข้ง เป็นพื้นที่ที่มีสัตว์ป่ามากมายหลายชนิด เช่น เสือดำ เสือโคร่ง เสือดาว เลียงผา และสมเสร็จ เป็นต้น ซึ่งการเข้าพื้นที่เขตรักษาพันธุ์ฯ กรมอุทยานฯกำหนดแนวทางและหลักปฏิบัติไว้ชัดเจน กรณีของนายเปรมชัย กรรมสูต ขออนุญาตเข้าไปศึกษาธรรมชาติ พักการเต็นท์ ดังนั้นขออนุญาต ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่เกี่ยวข้องในกรณีนี้คือ ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง)

ไม่รู้จัก “เปรมชัย” เป็นการส่วนตัว

น.ส.กาญจนากล่าวว่า กรณีการขอเข้าพื้นที่ของนายเปรมชัย ตนได้รับโทรศัพท์จากบุคคลที่ระบุว่า เป็นผู้ประสานงานของนายเปรมชัย กรรณสูตร ประธานบริหารบริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ว่าจะขอเข้าพื้นที่ดังกล่าวซึ่งตนได้แจ้งให้ไปประสานกับทางสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ได้เลย เพราะเป็นการขอเข้าพักกางเต็นท์เพื่อศึกษาธรรมชาติ ยืนยันว่าไม่ได้รู้จักกับนายเปรมชัยเป็นการส่วนตัว ส่วนที่มีการระบุว่านายเปรมชัยเป็นแขกของตนนั้น ไม่มีความจริง ต้องตอบว่า นักท่องเที่ยวหรือผู้ที่ต้องการศึกษาธรรมชาติในเขตรับผิดชอบของกรมอุทยานฯเป็นแขกของเจ้าหน้าที่ทุกคน และปฏิบัติกับทุกคนที่มาติดต่อเช่นเดียวกันและเท่าเทียมกันหมด ทั้งนี้ การขอให้ อำนวยความสะดวกในการเข้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯ นั้น ไม่ค่อยเกิดขึ้นอยู่แล้ว เพราะไม่ใช่พื้นที่ที่มีความ สะดวกสบายมากนัก ส่วนมากจะเป็นการขอเข้าพื้นที่อุทยานฯมากกว่า

ไม่คิดคนระดับนี้จะก่อเหตุ

เมื่อถามว่าเจ้าหน้าที่ได้มีการตรวจค้นอาวุธก่อน กล่มบุคคลดังกล่าวเข้าพื้นที่หรือไม่ น.ส.กาญจนา กล่าวว่า มีการสุ่มตรวจตามปกติ แต่ไม่มีใครคาดคิดว่าคนระดับนี้จะกระทำการแบบนี้ เพราะขอเข้าไปศึกษาธรรมชาติ ซึ่งปกติก็มีการตรวจสอบสิ่งของที่นำเข้าไปและนำออกมาอยู่แล้ว เมื่อถามว่าถือว่าเจ้าหน้าที่ประมาท หรือไม่ น.ส.กาญจนากล่าวว่า เชื่อว่าเจ้าหน้าที่ก็ทำงานอย่างเต็มที่อยู่แล้ว ถือว่าเป็นโชคดีที่เจ้าหน้าที่ตรวจพบการกระทำดังกล่าว แต่โชคร้ายที่เราสูญเสียสัตว์ป่าไปหลายตัวโดยเฉพาะเสือดำ ซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ขนาดใหญ่ หายาก ขณะนี้ในพื้นที่เหลืออยู่ไม่เกิน 130 ตัวเท่านั้น ยืนยันว่ากรมอุทยานฯจะเร่งติดตามคดีให้ถึงที่สุด โดยได้ส่งเจ้าหน้าที่ส่วนกลางเข้าไปช่วยทำสำนวนเพื่อให้เกิดความรัดกุมและสามารถเอาผิดผู้ที่เกี่ยวข้องได้ เรื่องนี้นายเปรมชัยต้องมีส่วนรับผิดชอบ เพราะอยู่ร่วมในเหตุการณ์ และจะอ้างว่าเป็นลูกน้องดำเนินการ แต่ไม่ห้ามปรามไม่ได้

ถ้าไม่ขออนุญาตต้องเพิ่มข้อหา

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายธรรมรัฐ วงศ์โสภา รักษา การ ผอ.สำนักพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) ระบุว่าคณะของนายเปรมชัย ไม่ได้ขออนุญาตก่อนเข้าพื้นที่ น.ส.กาญจนากล่าวว่า ถือว่าเป็นความผิดอีกฐานหนึ่งคือเข้าพื้นที่ก่อนได้รับอนุญาต ทั้งนี้ทราบว่ากลุ่มดังกล่าวจะขอเข้าพื้นที่ระหว่างวันที่ 3-5 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ว่าช่วงเย็นวันที่ 3 ก.พ.พบกลุ่มบุคคลดังกล่าวไม่ได้อยู่ในจุดที่อนุญาตให้พักแรมได้ และได้แจ้งให้กลับไปอยู่ในจุดที่เจ้าหน้าที่กำหนด ส่วนเจ้าหน้าที่ได้ยินเสียงปืนหรือพบความผิดปกติอื่นหรือไม่นั้น น.ส.กาญจนากล่าวว่า เดิมในจุดดังกล่าวมีเจ้าหน้าที่อยู่ 4 นาย ระหว่างลาดตระเวนได้ยินเสียงปืนดังขึ้น จึงได้ขอกำลังมาสมทบเพิ่มและได้เข้าไปตรวจในบริเวณรอบๆเต็นท์ของผู้ต้องหา พบกระสุนปืนตกอยู่ 1 ปลอก จึงผิดสังเกตและได้เข้าตรวจค้นจนพบซากสัตว์ดังกล่าว

เรียกร้องรัฐบาลดำเนินคดีถึงที่สุด

วันเดียวกัน นายศศิน เฉลิมลาภ ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ออกแถลงการณ์กรณีล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตกระบุว่าการที่คนมีสถานภาพทางสังคมเข้าไปล่าสัตว์ป่า ในพื้นที่อนุรักษ์แสดงให้เห็นถึงการไม่เคารพกฎหมายและผลงานการอนุรักษ์ของสังคมไทยแถมยังอ้างตัวรู้จักข้าราชการในระดับบริหารขอเข้าไปยังพื้นที่โดยให้เจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกในการท่องเที่ยวพักผ่อน แต่กลับเข้าไปล่าสัตว์ป่าจนถูกจับกุมนับเป็นการกระทำที่ปราศจากความละอายใจและย่ามใจว่าเจ้าหน้าที่คงไม่กล้าดำเนินการตรวจสอบ ขอชื่นชมและเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตกในความกล้าหาญในการปฏิบัติหน้าที่ครั้งนี้และขอให้กรมอุทยานฯและรัฐบาล อย่าได้เกรงกลัวต่ออิทธิพลและสถานะให้ทางธุรกิจอันใหญ่โตของผู้ต้องหา ขอให้สืบสวนและดำเนินการตามกฎหมายอย่างถึงที่สุดเพื่อเป็นบรรทัดฐานที่ดีตลอดไป

ต้องชี้แจงคณะกรรมการบริษัท

นายบัญฑิต นิจถาวร กรรมการผู้อำนวยการ สถาบันกรรมการบริษัท (IOD) ซึ่งเป็นองค์กรที่ส่งเสริม การกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัทเอกชนไทย กล่าวว่า น่าจะเป็นพฤติกรรมส่วนตัวของนายเปรมชัยที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ในส่วนนี้คงต้องรับผิดชอบไปตามกระบวนการยุติธรรม ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับบริษัทจดทะเบียนในฐานะที่เป็นกรรมการผู้จัดการคงต้องชี้แจงเรื่องนี้ให้คณะกรรมการของบริษัททราบเพื่อให้คณะกรรมการบริษัทพิจารณาดำเนินการตามนโยบายการกำกับดูแลกิจการของบริษัทและข้อกำหนดจรรยาบรรณผู้บริหารและพนักงานของบริษัทส่วนนายปริย เตชะมวลไววิทย์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรและส่งเสริมความรู้ผู้ลงทุน สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า กรณีที่เกิดขึ้นถือเป็นเรื่องส่วนตัวที่ยังต้องมีกระบวนการในการพิจารณาตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และจากการสอบถามไปยังบริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD เจ้าหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์แจ้งว่ายังไม่มีการชี้แจงใดๆจากบริษัทในขณะนี้ ส่วนราคาหุ้น ITD เมื่อวันที่ 6 ก.พ.ปรับตัวลง 0.14 บาท มาปิดที่ 3.72 บาท หรือลดลง 3.63% มูลค่าการซื้อขาย 326 ล้านบาท เป็นการปรับตัวลงตามตลาดในภาพรวมที่ลดลง 21.89 จุด ปิดที่ 1,788.43 จุด ขณะที่ระหว่างวันลดลงไปมากถึง 52 จุด

บิ๊กบอสรับเหมาใหญ่ที่สุด

สำหรับบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ที่มีนายเปรมชัย กรรณสูต เป็นประธานกรรมการบริหารนั้น ถือได้ว่าเป็นบริษัทรับเหมาที่ครองเบอร์ 1 ของประเทศไทย โดยโครงการขนาดใหญ่ที่รัฐบาล ได้เปิดประมูลออกมาตั้งแต่ปี 60 และที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าอิตาเลียนไทยได้งานทั้งในและต่างประเทศจำนวนมาก เฉพาะปี 60 ที่ผ่านมาอิตาเลียนไทย ได้ประมูลงานของรัฐรวมกว่า 100,000 ล้านบาท นับว่าสูงสุดในประวัติการณ์ โดยโครงการรถไฟทางคู่ที่การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดประมูลรถไฟทางคู่ 9 สัญญา พบอิตาเลียนไทยคว้างานมากสุดกว่า 3 สัญญา วงเงินรวม 22,600 ล้านบาท รวมถึง งานก่อสร้างโครงสร้างและงานระบบหลัก ขยายขีดความสามารถสนามบินสุวรรณภูมิ ระยะที่ 2 มูลค่า 12,000 ล้านบาท งานก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ช่วงหัวลำโพง-บางแค และบางซื่อ-ท่าพระ มูลค่า 11,441 ล้านบาท

ยึดงานก่อสร้างรถไฟฟ้าหลายสี

นอกจากนี้ ยังมีงานก่อสร้างรถไฟฟ้าสาย สีแดง สัญญา 2 ช่วงบางซื่อ-รังสิต มูลค่า 23,925 ล้านบาท โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว สัญญาที่ 1 ช่วงสะพานใหม่-คูคต มูลค่า 15,000 ล้านบาท โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี สัญญา 3 โครงสร้างใต้ดิน ช่วงหัวหมาก-คลองบางม้า มูลค่า 18,589 ล้านบาท โครงการระบบขนส่งมวลชนขนาดรอง (โมโนเรล) ระยะที่ 1 สถานี รถไฟฟ้ากรุงธนบุรี-สำนักงานเขตคลองสาน มูลค่า 2,500 ล้านบาท สำหรับโครงการทางน้ำนั้นอิตาเลียนไทยได้รับงานโครงการผูกพันตั้งแต่ปี 57-61 จำนวน 2 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 1,405 ล้านบาท ประกอบด้วย โครงการสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งแม่น้ำป่าสัก ปีงบประมาณ 58-61 มูลค่า 976 ล้านบาท และโครงการเสริมทรายชายหาดพัทยา มูลค่า 429 ล้านบาท

โครงการหลายแสนล้านที่ ตปท.

ส่วนโครงการงานก่อสร้างที่ต่างประเทศ อิตาเลียนไทยได้งานมาแล้ว 2 โครงการ คือ ทางด่วนยกระดับ มูลค่า 50,000 ล้านบาท ซึ่งมีความคืบหน้าก่อสร้างไปแล้วกว่า 8% กับโครงการสร้างรถไฟฟ้ายกระดับ มูลค่ากว่า 30,000 ล้านบาท ที่เมืองดักการ์ ประเทศบังกลาเทศ นอกจากนั้น ยังได้เข้าร่วมประมูลงานก่อสร้างสนามบินอีก 30,000 ล้านบาท และมอเตอร์เวย์อีก 100,000 ล้านบาท ที่บังกลาเทศ รวมทั้งก่อสร้างรถไฟใต้ดิน มูลค่า 30,000 ล้านบาท

กินรวบทางบางปะอิน–โคราช

ส่วนโครงการของกรมทางหลวงในปี 60 มี 7 โครงการหลักๆ มูลค่ารวมกว่า 5,824 ล้านบาท ประกอบไปด้วย โครงการทางหลวงเชื่อมผืนป่า ทล.304 กบินทร์บุรี-ปักธงชัย งบประมาณ 1,319 ล้านบาท โครงการอุโมงค์ทางลอดทางหลวงหมายเลข 402 ตัดกับ 4026 (ทางแยกเข้าสนามบิน) จ.ภูเก็ต งบประมาณ 478 ล้านบาท โครงการ ทล.304 กบินทร์บุรี-ปักธงชัย ตอน 3 ส่วนที่ 1 งบประมาณ 794 ล้านบาท จ.นครราชสีมา-ปราจีนบุรี และโครงการ ทล.202 บ้านใหม่ไทยพจน์-อ.พุทไธสง กม.92-107 งบประมาณ 535 ล้านบาท และโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 6 บางปะอิน-นครราชสีมา ตอน 7 งบประมาณ 1,509 ล้านบาท ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 6 บางปะอิน-นครราชสีมา ตอน 8 งบประมาณ 1,050 ล้านบาท และทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 6 บางปะอิน-นครราชสีมา ตอน 9 งบประมาณ 933 ล้านบาท

ปี 61 กะฟันกว่า 3 แสนล้าน

สำหรับในปี 61 ในส่วนของโครงสร้างพื้นฐานทางรางนั้นอิตาเลียนไทยได้เตรียมที่จะเข้าร่วมประมูลรถไฟทางคู่ 9 เส้นทาง มูลค่า 400,000 ล้านบาท รถไฟไทย-จีน, รถไฟฟ้าสายสีม่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะและสีส้ม ศูนย์วัฒนธรรม-บางขุนนนท์มูลค่ากว่า 200,000 ล้านบาท ส่วนทางน้ำนั้นที่จะเปิดประมูลโดยเฉพาะโครงการสร้างท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 มูลค่ากว่า 57,000 ล้านบาท และโครงการบริหารจัดการทางน้ำ ซึ่งอิตาเลียนไทยคาดว่าจะได้งานในปี 61 รวมไม่น้อยกว่า 300,000 ล้านบาท

สื่อต่างประเทศตีปี๊บไปทั่วโลก

ขณะเดียวกัน สำนักข่าวต่างประเทศ ทั้ง เอเอฟพี รอยเตอร์ และอีกหลายเว็บไซต์ข่าวต่างประเทศรายงานข่าวการจับกุมนายเปรมชัย กรรณสูตพร้อมพวกอีก 3 คน หลังเข้าไปล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ตะวันตก จ.กาญจนบุรี พร้อมยังยึดปืนไรเฟิล 3 กระบอก กระสุน 143 นัดและอุปกรณ์การล่าสัตว์อื่นๆ และถูกตั้งข้อหาหนักด้วย

ประวัติ “เปรมชัย กรรณสูต”

สำหรับประวัติของนายเปรมชัย กรรณสูต เกิดเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2497 เป็นบุตรคนสุดท้องจากพี่น้อง 5 คน ของ นพ.ชัยยุทธ กรรณสูต ผู้ก่อตั้งกลุ่มบริษัทอิตัลไทย จบการศึกษาคณะวิศวกรรมเหมืองแร่จากรัฐโคโรลาโด สหรัฐอเมริกาและสำเร็จการศึกษาปริญญาโทด้าน MBA จากมหาวิทยาลัยเซาท์เธิร์นแคลิฟอร์เนีย เริ่มทำงานตั้งแต่ปี พ.ศ.2522 ด้วยอายุ 22 ปี โดยได้รับช่วงบริหารต่อจากบิดา ถือหุ้นสูงสุด 14.88% ทำงานภายใต้แรงกดดัน และความคาดหวังจากในและนอกองค์กร กระทั่งปี 2537 ได้นำพาอิตาเลียนไทยเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และเมื่อปี 2547 นายเปรมชัยเคยติดอันดับที่ 5 ของเศรษฐีหุ้นไทยโดยการถือครองหุ้นมูลค่ารวม 7,584 ล้านบาท ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานบริหารและกรรมการ บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด นอกจากนี้ ยังเป็นผู้ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยว เดินป่า และดำน้ำอีกด้วย

รวบตัวบิ๊กบอสบริษัทชื่อดัง “เปรมชัย กรรณสูต” ประธานบริหารบริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) กับพวกรวม 4 คน ขณะลักลอบเข้าไป ตั้งแคมป์ล่าสัตว์ป่าสงวนในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันตก จ.กาญจนบุรี 7 ก.พ. 2561 01:39 ไทยรัฐ