วันพุธที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รวบหนุ่มใหญ่ ฆ่าเปลือยกิ๊กสาว ลวงพาพลอดรัก แทงยับ-ชิงเงิน

ฆ่าเปลือยสาวใหญ่หมกป่าละเมาะ ถูกแทงร่างพรุนนับ 10 แผล แถมปาดคอเหวอะ 4 แผล ตำรวจแกะรอยจากกล้องวงจรปิดตามลากคอฆาตกรโหดได้ทันควัน เป็นหนุ่มใหญ่ลูกจ้างร้านชำคู่ขา ฆ่าชิงทรัพย์หวังเอาเงินไปรักษาเมียที่ป่วยสารพัดโรค สารภาพรู้จักกันมานานแล้วเพราะผู้ตายมาซื้อของที่ร้านเป็นประจำ เห็นชอบพกเงินสดติดตัวเป็นฟ่อนเลยพูดคุยตีสนิทจนมีสัมพันธ์ลึกซึ้ง วันเกิดเหตุขี่รถ จยย.ไปรับพาเข้าไปจู๋จี๋ในป่าละเมาะ ฉวยจังหวะฝ่ายหญิงถอดเสื้อผ้าคว้ามีดจ้วงกระหน่ำแทงก่อนปาดคอซ้ำแล้วคว้ากระเป๋าสตางค์เผ่นหนีกลับบ้าน ได้เงินเกือบหมื่นบาทเอาไปซ่อนริมรั้ว แต่ยังไม่ทันได้ใช้ถูกตำรวจตามรวบตัวก่อน

พบศพสาวใหญ่ถูกฆ่าเปลือยหมกป่าละเมาะรายนี้ เปิดเผยเมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 6 ก.พ. ร.ต.ท.หญิง กนกวรรณ วุฒิเกษมกิจ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองสุพรรณบุรี ได้รับแจ้งเหตุพบศพผู้หญิงถูกฆ่าเปลือยอยู่ในพงหญ้าริมป่าละเมาะข้างทาง พื้นที่หมู่ 3 ต.ทับตีเหล็ก จึงรายงานให้ พ.ต.ท.เทอดไทย สุขไทย รอง ผกก.สส. นำกำลังฝ่ายสืบสวน พร้อมแพทย์เวร รพ.ศูนย์เจ้าพระยายมราช และเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยเณรแก้วทางหลวงสุพรรณบุรี ไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นป่าละเมาะอยู่ใกล้ที่ทำการ อบต.ทับตีเหล็ก พบศพ น.ส.แดง (นามสมมติ) อายุ 40 ปี บ้านอยู่ ต.โคกโคเฒ่า อ.เมืองสุพรรณบุรี สภาพศพเปลือยกายนอนหงายจมเลือดอยู่บนพื้น ถูกของมีคมปาดลำคอเป็นแผลลึก 4 แผล ถูกแทงตามลำตัวและชายโครงขวาอีกเกือบ 10 แผล คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 5-7 ชม. ข้างศพพบเสื้อผ้า ชุดชั้นใน รองเท้ายางสีเขียว 1 ข้าง วางกองอยู่ ใกล้กันยังพบเคียวเกี่ยวหญ้า ไฟฉายติดศีรษะ ถุงลูกชิ้น และขวดน้ำพลาสติกอยู่บนพื้น คาดว่าเป็นของผู้ตาย ตำรวจเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน นำศพส่ง รพ.ศูนย์เจ้าพระยายมราช ให้แพทย์ตรวจอย่างละเอียดว่ามีร่องรอยถูกข่มขืนหรือไม่

สอบสวนนายดาวเรือง พุ่มพันธ์ อายุ 60 ปี ผู้พบศพ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุมาปักเบ็ดตกปลาใกล้จุดที่พบศพ ได้ยินเสียงนกแสกร้องในป่าละเมาะที่มืดมาก ด้วยความสงสัยเดินไปส่องไฟมองหานกแสกที่ร้องต้องตกใจแทบช็อกเมื่อเหลือบไปเห็นศพผู้หญิงนอนเปลือยอยู่ในพงหญ้า รีบวิ่งกลับไปบอกเพื่อนบ้านและโทรศัพท์แจ้งตำรวจ ต่อมาได้มีนายดำ (นามสมมติ) อายุ 54 ปี พี่ชายผู้ตาย เดินทางมาที่เกิดเหตุ ให้การว่า น้องสาวเป็นโสด ไม่มีครอบครัว อาชีพรับจ้างถางหญ้า เช่าห้องพักอยู่คนเดียว ชอบปั่นจักรยานไปทั่วหมู่บ้านจนชาวบ้านรู้จักกันดี หายตัวไปติดต่อไม่ได้ตั้งแต่ช่วงค่ำวันที่ 5 ก.พ. จนมีชาวบ้านมาพบศพ ไม่คิดว่าจะถูกฆ่าตายอย่างโหดร้ายทารุณแบบนี้

ต่อมาช่วงเช้าวันเดียวกัน พล.ต.ต.กษณะ แจ่มสว่าง ผบก.ภ.จ.สุพรรณบุรี เรียกประชุมชุดคลี่คลายคดี สั่งการฝ่ายสืบสวนไล่ตรวจเช็กภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางละแวกที่เกิดเหตุ กระทั่งพบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณหน้าศูนย์ราชการแห่งที่ 2 ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 1.5 กม. พบผู้ตายขึ้นซ้อนท้ายรถ จยย.ฮอนด้าเวฟ สีแดง ทะเบียน 1 กง 3348 สุพรรณบุรี ไปกับผู้ชายคนหนึ่ง ตรวจสอบพบรถ จยย.เป็นของนายเปล่ง เรือนปานแก้ว อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 19 หมู่ 4 ต.ทับตีเหล็ก อ.เมืองสุพรรณบุรี เป็นลูกจ้างร้านขายของชำแห่งหนึ่งห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 2 กม. จึงไปเชิญตัวมาเค้นสอบสวน ในที่สุดยอมรับสารภาพว่าเป็นคนลงมือสังหารผู้ตายเพื่อชิงทรัพย์

นายเปล่งให้การว่า รู้จักกับผู้ตายมานานแล้วมักจะไปซื้อของที่ร้านชำที่ตนเป็นลูกจ้างอยู่เป็นประจำ เห็นชอบพกเงินในกระเป๋าจำนวนมากจึงพยายามพูดคุยตีสนิทจนมีความสัมพันธ์ลึกซึ้ง วันเกิดเหตุหลังเลิกงานวางแผนชวนผู้ตายไปมีเพศสัมพันธ์กัน ขี่รถ จยย.ไปรับริมถนนหน้าศูนย์ราชการแห่งที่ 2 พาเข้าไปในป่าละเมาะที่เกิดเหตุ หลังจากผู้ตายถอดเสื้อผ้าแล้วลงนอนกับพื้น ตนชักมีดปลายแหลมที่เตรียมมาจ้วงกระหน่ำแทงเข้าที่ลำตัวหลายครั้งจนแน่นิ่งแล้วปาดคอซ้ำอีกหลายครั้งจนมั่นใจว่าไม่รอดแน่แล้ว รีบคว้ากระเป๋าเงินผู้ตายเผ่นหนีกลับบ้าน ระหว่างทางนำมีดและกระเป๋าเงินผู้ตายไปทิ้งริมคลองห่างที่เกิดเหตุประมาณ 1 กม. แล้วกลับบ้านไปอาบน้ำ นำเสื้อผ้าที่สวมใส่ไปเผาทิ้งหลังบ้าน ส่วนเงินที่ได้มาเกือบ 1 หมื่นบาท เอาไปซ่อนริมรั้วข้างบ้าน ก่อนจะกลับไปใช้ชีวิตตามปกติกระทั่งถูกตำรวจตามมาจับกุมตัว ส่วนสาเหตุที่ฆ่าชิงทรัพย์เพราะต้องการเงินไปรักษาภรรยาที่ป่วยเป็นโรค ประจำตัวหลายโรค

หลังสอบสวน พ.ต.อ.อภิชิต สุรพินิจ ผกก.สส.ภ.จ.สุพรรณบุรี นำตัวนายเปล่งไปชี้จุดที่ทิ้งมีดและกระเป๋าเงิน จุดที่เผาเสื้อผ้า และจุดที่ซ่อนเงินบริเวณข้างรั้วบ้านเป็นธนบัตรใบละ 100 บาท 50 บาท และ 20 บาท อยู่ในถุงพลาสติก 1 ถุง และที่ริมคันนาหลังบ้านพบถุงเงินเป็นเหรียญชนิดต่างๆ อีก 2 ถุง รวมทั้งหมดเป็นเงินเกือบ 1 หมื่นบาท พร้อมยึดรถ จยย.ที่ใช้ก่อเหตุซุกซ่อนอยู่ในบ้าน คุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป