วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หลากหลายวิธีปกป้องผิวจากแสงแดด

ประเทศไทยตั้งอยู่ในเขตร้อนใกล้เส้นศูนย์สูตร ทำให้ภูมิอากาศของประเทศมีลักษณะเป็นแบบร้อนชื้นหรือภูมิอากาศแบบทุ่งหญ้าสะวันนา โดยมีทั้งหมด 3 ฤดู คือ ฤดูร้อน ฤดูฝน และฤดูหนาว แต่โดยส่วนมากจะค่อนข้างร้อน ซึ่งฤดูร้อนนั้นเริ่มประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์ไปจนถึงกลางเดือนพฤษภาคม จึงเป็นช่วงเวลาที่เราต้องหันมาใส่ใจสุขภาพผิวมากขึ้น เพราะหากได้รับแสงแดดมากๆ ก็จะส่งผลให้ผิวคล้ำเสีย หม่นหมอง และมีอันตรายอื่นๆ กับผิวตามมาอีก

รู้เรื่องแสงแดด

แสงแดดที่ส่องมายังพื้นโลกประกอบด้วยแสงสำคัญ 3 ส่วน คือ

1) แสงที่ให้ความสว่าง (Visible Light) มีปริมาณมากที่สุดคือ 50% เป็นแสงที่มีพลังงานต่ำ แต่หากได้รับเป็นเวลานานก็สามารถทำให้ผิวคล้ำเสียได้เช่นกัน


2) แสงอินฟราเรด (Infrared) หรือแสงที่ให้ความร้อน มีปริมาณ 45% ของแสงแดดทั้งหมด และมีพลังงานต่ำกว่าแสงที่ให้ความสว่าง ดังนั้นจึงมีพลังงานต่ำที่สุด สามารถทำให้เกิดผิวคล้ำและผิวเสื่อมจากแดดเนื่องจากสามารถกระตุ้นให้เกิดอนุมูลอิสระได้ แต่ต้องได้รับปริมาณที่สูงมาก ปัจจุบันยังไม่มีวิธีป้องกันแสงอินฟราเรดที่มีประสิทธิภาพนอกจากการหลีกเลี่ยงการสัมผัส

3) แสงยูวี (UV) เป็นแสงที่มองไม่เห็น แม้จะมีปริมาณเพียง 5% ของแสงแดดทั้งหมด แต่มีพลังงานสูง และเป็นสาเหตุสำคัญของผิวไหม้แดง ผิวคล้ำ มะเร็งผิวหนัง และผิวชราจากแดด

แสงยูวียังแบ่งย่อยออกเป็น 3 ส่วนตามความยาวคลื่น คือ ยูวีเอ (UVA), บี (B) และซี (C) ซึ่งแสงยูวีซี (UVC) มีความยาวคลื่นสั้นที่สุด จึงมีพลังงานสูงสุด และมีอันตรายที่สุด แต่โชคดีที่ชั้นโอโซนสามารถกรองแสงนี้ไว้ได้ จึงไม่ส่องมาถึงพื้นโลก รองลงมาคือรังสียูวีบี ซึ่งมีอยู่ 5% และสุดท้ายคือรังสียูวีเอ ที่อันตรายน้อยที่สุดในกลุ่มยูวี แต่มีมากที่สุดคือ 95%

ชนิดของครีมกันแดด



ครีมกันแดดที่ผลิตมาในระยะแรกนั้นผลิตมาเพื่อป้องกันรังสียูวีบี (UVB) เท่านั้น เนื่องจากการได้รับรังสียูวีบี เป็นสาเหตุของมะเร็งผิวหนัง และทำให้ผิวไหม้ สามารถดูความสามารถในการปกป้องแสงแดดได้จากค่า SPF ซึ่งจะมีตั้งแต่ 30 40 และ 50

หลังจากปี ค.ศ.2010 เป็นต้นมา พบว่าครีมกันแดดสามารถป้องกันรังสียูวีบี (UVB)ได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว แต่ก็ยังพบว่ามีปัญหาด้านผิวหนังอยู่ เนื่องจากสามารถการตากแดดได้นานขึ้นไม่เกิดผิวไหม้จากรังสียูวีบี (UVB) จึงมีการศึกษาเพิ่มเติมและพบว่าการได้รับรังสียูวีเอ (UVA) ในปริมาณมากๆ ก็จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของผิวหนังเช่นเดียวกับการได้รับรังสียูวีบี (UVB) แต่ต้องใช้ปริมาณมากถึง 1,000 เท่าจึงจะเกิดการเปลี่ยนแปลง เช่น ผิวไหม้ ผิวเหี่ยวย่น

ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2010 มาจึงมีการคิดค้นผลิตภัณฑ์ที่ป้องกันรังสียูวีเอ (UVA) เพิ่มขึ้น โดยที่ฉลากจะมีคำว่า PA++ ถ้ามีเครื่องหมาย + มากถึง 4+ หมายความว่าสามารถป้องกันแสงยูวีเอได้มากถึง 16 เท่า

วิธีป้องกันแสงแดด

1. หลีกเลี่ยงการเผชิญกับแสงแดดจัดๆ ตั้งแต่เวลา 10.00-15.00 น.

2.ร่ม แว่นกันแดด สวมหมวก และสวมเสื้อผ้าเนื้อแน่น สีเข้ม หนา นอกจากจะช่วยป้องกันแสงยูวี (UV) ได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ยังสามารถปกป้องผิวจากแสงสว่างและความร้อนได้ ซึ่งเป็นแสงที่ครีมกันแดดไม่สามารถปกป้องได้


3. หากต้องอยู่กลางแจ้ง หรือมีกิจกรรมภาคสนาม เช่น ว่ายน้ำ เล่นกีฬากลางแจ้ง ไปทะเล ฯลฯ ควรเลือกใช้ครีมกันแดดที่สามารถป้องกันได้ทั้งรังสียูวีเอ (UVA) และยูวีบี (UVB) ได้อย่างน้อย 15 เท่า โดยใช้ในปริมาณเหมาะสม ทา 2 ชั้น หนาประมาณ 2 มก./ ตารางซม. ทาก่อนออกมาเผชิญกับแสงแดด 15 นาที

4. ถ้าไม่มีกิจกรรมที่ต้องอยู่กลางแดดจ้า ก็พิจารณาว่าควรใช้ครีมกันแดดประเภทไหน เพราะรังสียูวีบี (UVB) จะมีกลางแจ้งตั้งแต่เวลา 10.00-15.00 น.และไม่สามารถผ่านกระจกได้ ส่วนยูวีเอนั้นมีตลอดทั้งวัน ผ่านกระจกได้ ซึ่งถ้าคุณทำงานอยู่ในออฟฟิศทั้งวัน ไม่ได้เผชิญกับแสงแดดเลย ครีมกันแดดกันแสง UVB สูงๆ จึงไม่จำเป็น แต่ถ้ามีกิจกรรมกลางแจ้งตอนกลางวัน ก็ต้องใช้ครีมกันแดดที่ป้องกันได้ทั้งรังสียูวีเอและยูวีบี

แม้ว่าแสงแดดจะมีอันตรายต่อผิวของเรา แต่เป็นแหล่งกำเนิดของวิตามินดีที่สำคัญที่สุด ดังนั้นหากป้องกันแสงแดดมากมีความจำเป็นต้องรับประทานวิตามินดีร่วมด้วย การป้องกันควรพิจารณาจากกิจวัตรประจำวันในแต่ละวันที่ต้องพบเจอกับแสงแดดและปฏิบัติตามคำแนะนำที่กล่าวมาข้างต้น ก็ทำให้เราปลอดภัยจากแสงแดดได้แล้ว



----------------------------------------------------------------------

แหล่งข้อมูล

รศ.พญ.ณัฏฐา รัชตะนาวิน สาขาวิชาโรคผิวหนัง ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

ขอขอบคุณ : ภาพประกอบจาก https://pixabay.com/

แสงแดดที่ส่องมายังพื้นโลกประกอบด้วยแสงสำคัญ 3 ส่วน คือ 1) แสงที่ให้ความสว่าง (Visible Light) 2) แสงอินฟราเรด (Infrared) และ 3) แสงยูวี (UV) 6 ก.พ. 2561 11:11 8 ก.พ. 2561 17:37 ไทยรัฐ