วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปศุสัตว์เอาจริง พวกทารุณสัตว์

ใครบางคนเคยว่าไว้ หนึ่งในตัวชี้วัดความหล่อเหลาดูดี...แบบคร่าวๆของผู้ชาย ไม่ต้องอะไรมาก แค่หาเสื้อลายสกอตสักตัว...ให้เขาหยิบไปสวมใส่

...ถ้าใส่แล้วรอด ถือว่าชายคนนั้นหล่อจริง หรืออย่างน้อย มีบุคลิกภาพดูดี เพราะคนหล่อ ทำยังไงมันก็หล่อวันยังค่ำ...แต่เมื่อใดใส่แล้วไปไม่รอด... ผลจะออกมาสวนทางกันสุดเหวี่ยง...เพราะมีเส้นบางๆขวางไว้

ระหว่าง...คนตัดอ้อย กับ นายแบบ!!!

ฉันใดก็ฉันนั้น การจะประเมินคร่าวๆว่า ใครเป็นคนจิตใจดี มีเมตตาหรือไม่...ให้สังเกตง่ายๆดูว่า เขาปฏิบัติ (อย่างเป็นนิสัย)...ต่อสัตว์เลี้ยง และสุภาพสตรีเช่นไร?

เป็นที่น่าจับตาทั้ง 3 กรณีที่ตกเป็นข่าวดังมาก่อนหน้านี้...กรณีแรก นักศึกษาแพทย์ป้อนยาฆ่าสุนัข เพื่อหวังเคลมเงินประกัน จากบริษัทขนส่งสัตว์เลี้ยง

เคสนี้เกิดเมื่อเดือน ก.ย.ปีที่แล้ว รัชภูมิ เขียวสนาม หัวหน้ากลุ่มสุขภาพสัตว์ สำนักงานปศุสัตว์ จังหวัดนครราชสีมา เข้าแจ้งความกับตำรวจ กล่าวโทษนักศึกษาแพทย์รายหนึ่ง ซึ่งเป็นเจ้าของสุนัขที่ป้อนยาเกินขนาด จนเป็นเหตุให้สุนัขตาย

โดยเห็นว่า การกระทำของนักศึกษาแพทย์รายนี้ เข้าข่ายกระทำผิด ข้อหาทารุณกรรมสัตว์ โดยไม่มีเหตุอันควร ตามมาตรา 20 ของ พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรม และการจัดสวัสดิภาพสัตว์ ปี 2557 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ ต้องการให้ตำรวจสืบสวนและสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ทั้งหมด ตั้งแต่นักศึกษาแพทย์ผู้เป็นเจ้าของสุนัข สัตวแพทย์ผู้ผ่าพิสูจน์ซากสุนัข คนขับรถของบริษัทจัดส่งสัตว์เลี้ยง รวมทั้งพยานหลักฐานแวดล้อมทุกชิ้น ล่าสุดผลความคืบหน้าของคดีขณะนี้ อยู่ในชั้นพนักงานอัยการ

อีกกรณี เป็นเรื่องราวของ เพ็ทส์ คาเฟ่ (Petscafe) หรือแหล่งรวมสำหรับคนรักสัตว์เลี้ยงแห่งหนึ่ง ที่เจ้าของคาเฟ่ฯดังกล่าว ขาดความรับผิดชอบ ปล่อยปละให้สัตว์เลี้ยงในความดูแลป่วยและตาย...ซ้ำซาก

ยกตัวอย่าง ภายในเดือนเดียว ปล่อยให้สุนัขตายไป 7-8 ตัว จากสาเหตุการติดเชื้อ แม้หลายคนจะเตือนแล้วเตือนอีกว่าควรแยกสัตว์ที่ป่วยออก และพาไปหาสัตวแพทย์ แต่เจ้าของเพ็ทส์ คาเฟ่แห่งนั้นก็ไม่นำพา

แถมยังนำลูกแมวที่เพิ่งคลอด ซึ่งยังเด็กมาก ไปให้คนอุ้มเล่น จนลูกแมวตาย ซึ่งล่าสุดทางเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์รายงานความคืบหน้าว่า เพ็ทส์ คาเฟ่ดังกล่าว ถูกสั่งปิดกิจการไปเรียบร้อย

ยังมีกรณีของควาญช้าง 3 ราย ที่นำช้างพลายวัย 5 ปี ไปเดินเร่ร่อนเพื่อให้คนซื้อกล้วย อ้อยเลี้ยงเป็นอาหาร แถวริมถนนบางนา-ตราด จังหวัดสมุทรปราการ ถูกตำรวจจับกุมดำเนินคดีหลายข้อหา

ทั้งข้อหาเคลื่อนย้ายสัตว์โดยไม่ได้รับอนุญาตตาม พ.ร.บ.เคลื่อนย้ายสัตว์ ปี 2495 ทารุณกรรมสัตว์ ใช้งานสัตว์เกินสมควร ตาม กฎหมายอาญา มาตรา 381 และ 382 นำสัตว์ไปเลี้ยงตามไหล่ทาง ตามมาตรา 46 พ.ร.บ.ทางหลวง และตามมาตรา 20 ของพ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรม และการจัดสวัสดิภาพสัตว์ ปี 2557

ล่าสุด ผลของคดีนี้ ทีมควาญช้างถูกศาลสั่ง ลงโทษจำคุก 2 เดือน ปรับ 2,000 บาท โดยโทษจำฯให้รอลงอาญาเป็นเวลา 1 ปี

กรณีศึกษาทั้ง 3 ตัวอย่างข้างต้น นอกจากเรียกไม่ได้ว่าเข้าข่ายเป็นผู้มีจิตใจดี หรือมีเมตตาต่อสัตว์เลี้ยง ยังเป็นข้อคิดสะกิดใจให้ผู้ที่เข้าไปข้องเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงทั้งหลาย ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม...พึงระวัง!!!

เพราะวันก่อน จีระศักดิ์ พิพัฒนพงศ์โสภณ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ ประธานในการซักซ้อมบุคลากรของกรมฯ ซึ่งมีหน้าที่บังคับใช้กฎหมายตาม พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมฯ จัดติวเข้มที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ โดยกรมปศุสัตว์ร่วมกับภาคเอกชน หวังจะแก้ไขปัญหาสัตว์เลี้ยงที่ถูกทำทารุณกรรมอย่างจริงจัง

เขาบอกว่า นโยบายป้องกันการทารุณกรรมและสวัสดิภาพสัตว์ ยังเป็นเรื่องใหม่สำหรับเมืองไทย เพราะเพิ่งมีกฎหมายบังคับใช้มาได้แค่ 3 ปีเศษ จึงยังมีอีกบางประเด็นที่ต้องเร่งขับเคลื่อน

เช่น การออกกฎหมายลำดับรอง อย่างประกาศของกระทรวงเกษตรฯ กรณีการจัดสวัสดิภาพสัตว์ เพื่อให้กฎหมายมีหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และแนวในการปฏิบัติที่ละเอียดมากขึ้น จะได้ไม่เกิดช่องโหว่ ช่องว่าง และการตีความที่ไม่ตรงกัน ซึ่งล่าสุดการออกกฎหมายนี้มีความคืบหน้า ใกล้จะแล้วเสร็จ

ถัดมาเป็นเรื่องการเปิดโอกาสให้ประชาชน สามารถไปขึ้นทะเบียนเป็น องค์กรจัดสวัสดิภาพสัตว์ และ สถานสงเคราะห์สัตว์ ซึ่งที่ผ่านมามีผู้ไปขอขึ้นทะเบียนและผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติไปแล้วหลายราย นอกจากทำให้กรมปศุสัตว์มีข้อมูล และจัดทำโครงการต่างๆเพื่อเพิ่มสวัสดิภาพให้แก่สัตว์อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ยังทำให้ง่ายต่อการบริหารจัดการอีกหลายเรื่อง

ในแง่การบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง นอกจากมีการแต่งตั้งให้เจ้าหน้าที่ของกรมปศุสัตว์ เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการบังคับใช้กฎหมาย ยังมี กองสารวัตรและกักกัน เป็นหน่วยงานหลักดำเนินการกับผู้กระทำผิด ประสานงานกับตำรวจ และองค์กรต่างๆอย่างใกล้ชิด

เช่น มูลนิธิเพื่อสัตว์ (ไทย) มูลนิธิเดอะวอยซ์ มูลนิธิเพื่อสุนัขไทยในซอย (Soi Dog) มูลนิธิเพื่อนสัตว์ป่า เป็นต้น

“ที่ผ่านมา ทางกองสารวัตรและกักกัน ได้รับแจ้งเบาะแส และเข้าไปร่วมตรวจสอบกรณีต้องสงสัยว่ามีการละเมิดกฎหมายหลายแห่ง หลายครั้ง เช่น กรณีที่นักศึกษาแพทย์ป้อนยาฆ่าสุนัข หวังเอาเงินประกัน หรือเพ็ทส์ คาเฟ่ ย่านสยามสแควร์ ปล่อยปละสัตว์ที่เลี้ยง ทำให้สังคมเริ่มสนใจในวงกว้าง และมีความคืบหน้าทางคดี”

จีระศักดิ์บอกว่า กรมปศุสัตว์มีหน้าที่ดูแลสัตว์เลี้ยงเป็นหลัก เช่น แมว สุนัข กระต่าย ฯลฯ ส่วนช้าง ทางกรมฯจะดูแลเฉพาะช้างเลี้ยงเท่านั้น เช่น ช้างที่ใช้ในการแสดง หรือให้บริการแก่นักท่องเที่ยว ถ้าเป็นช้างป่าที่อาศัยในธรรมชาติ เป็นหน้าที่ของกรมอุทยานฯ

“ความรักสัตว์ มีหลายแบบ บางคนรักจริง แต่ปล่อยปละ หรือว่ารักแบบรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ไม่เข้าใจธรรมชาติของสัตว์ที่ตัวเองเลี้ยง สัตว์บางชนิดควรได้อยู่ร่วมกัน ไม่ควรถูกจับแยก บางชนิดแม้จะเป็นสัตว์ประเภทเดียวกัน ก็ไม่ควรปล่อยให้ตัวที่เชื่องอยู่รวมกับตัวที่ดุ เป็นต้น”

“หรือการให้อาหารที่บูดเน่าแก่สัตว์ ภาชนะใส่อาหารสกปรก มีเศษอาหารในคอกเต็มไปหมด ปล่อยให้สัตว์ตากแดด ตากฝน ไม่มีร่มเงา ปล่อยให้มีปฏิกูลใต้กรงสัตว์เหม็นคลุ้ง ปล่อยให้สัตว์ที่เลี้ยงอดอยาก หรือเมื่อเลี้ยงแล้วเบื่อ เอาไปปล่อยทิ้งไว้ตามวัด ริมถนน หรือบนทางด่วน ไม่สนว่าสัตว์จะมีชะตากรรมอย่างไร”

จีระศักดิ์บอกว่า อะไรก็ตามที่ทำให้สัตว์เลี้ยงต้องได้รับความทุกข์ทรมาน เจ็บป่วย ทุพพลภาพ หรือตาย แม้แต่การใช้สัตว์ประกอบกามกิจ หรือทำงานเกินสมควร โปรดทราบไว้ ล้วนเข้าข่ายทารุณกรรมสัตว์ทั้งสิ้น

“จำง่ายๆครับ การรักสัตว์ อย่างมีเมตตา และมีเหตุผลเท่านั้น คือ ความรักที่สมบูรณ์แบบ ไม่ต้องเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดี ท่านใดพบเห็นการทารุณสัตว์ สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน 1170” รองอธิบดีฯ ทิ้งท้าย.

ใครบางคนเคยว่าไว้ หนึ่งในตัวชี้วัดความหล่อเหลาดูดี...แบบคร่าวๆของผู้ชาย ไม่ต้องอะไรมาก แค่หาเสื้อลายสกอตสักตัว...ให้เขาหยิบไปสวมใส่... 6 ก.พ. 2561 10:18 6 ก.พ. 2561 10:21 ไทยรัฐ