วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
"มวยไทย" ยังไม่ตาย มรดกไทยสู่มรดกโลก

"มวยไทย" ยังไม่ตาย มรดกไทยสู่มรดกโลก

โดย ซูม
7 ก.พ. 2561 05:04 น.
  • Share:

ผมนั่งเขียนต้นฉบับวันนี้ในช่วงบ่ายๆของวันจันทร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ครับ เป็นวันสุกดิบ ก่อนจะถึง “วันมวยไทย” 6 ก.พ. หนึ่งวัน

ขออนุญาตท่านผู้อ่านเปลี่ยนบรรยากาศจากข่าวการเมือง เรื่อง “นนทก” มาว่ากันถึง เรื่อง “มวยไทย” ของเราสลับฉากบ้าง

เพื่อความสุขใจและอิ่มเอมใจที่มวยไทยของเราซึ่งดูเหมือนจะ “ตาย” อยู่รอมร่อแล้วในความสนใจของคนไทยเราเอง แต่กลับไปเบ่งบานมีชีวิตชีวาอย่างน่าทึ่งในต่างประเทศทั่วโลก

มาเริ่มกันที่ “วันมวยไทย” วันที่ 6 กุมภาพันธ์ เสียก่อนนะครับ ซึ่งมีการจัดงานไปแล้วเมื่อวานนี้ พร้อมกับมอบรางวัลสำคัญๆ ให้แก่ผู้ที่อยู่ในแวดวงมวยไทยต่างๆ หลายๆรางวัล

รวมทั้งรางวัล “ผู้สื่อข่าวกีฬาอาวุโส” ที่ทำข่าวมวยไทยมานานช้า ซึ่งปีนี้เป็นของคุณ จรูญ วานิชชา หรือคุณ “จุ่น บางระจัน” ที่ปรึกษาฝ่ายข่าวกีฬาหนังสือพิมพ์ไทยรัฐเรานี่แหละครับ

“วันมวยไทย” ดังกล่าวนี้จัดมาแล้ว 5 ครั้ง โดยมี การกีฬาแห่งประเทศไทย หรือ กกท.เป็นแกนหลัก

ถือเอาวันขึ้นครองราชย์ของสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 หรือ “พระเจ้าเสือ” ในเรื่อง “พันท้ายนรสิงห์” ที่หลงใหลมวยไทยเป็นชีวิตจิตใจ

ถึงขั้นปลอมพระองค์เป็นสามัญชนไปขึ้นเวทีเปรียบมวยตามงานวัดต่างๆ ในสมัยกรุงศรีอยุธยาหลายครั้งเป็น “วันมวยไทย”

นอกจาก “วันมวยไทย” ที่ว่านี้แล้วยังมีวันสำคัญของวงการมวยไทยอีกวันหนึ่งที่จะเวียนมาถึงในวันที่ 17 มีนาคม 2561 เดือนหน้า

เรียกว่า “วันไหว้ครูมวยไทยโลก” ซึ่งมีการจัดพิธีไหว้ครูมวยไทยครั้งใหญ่ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยามาแล้ว 12 ครั้ง ปีนี้จะเป็นครั้งที่ 13

เพื่อรำลึกถึง “นายขนมต้ม” ยอดมวยไทยที่เคยเป็นเชลยไทย หลังเสียกรุงครั้งที่ 2 ที่ไปปราบนักมวยพม่าได้ถึง 10 คน

คนไทยหรือนักมวยไทยอาจจะเฉยๆ ไม่ค่อยไปร่วมงานไหว้ครูที่อยุธยามากนัก แต่สำหรับชาวต่างชาติ ที่เคยหัดมวยไทย เขาจะให้ความสนใจกันมาก เดินทางมาร่วมพิธีไหว้ครูปีละกว่า 1,000 คนทุกปี

โดยเฉพาะเมื่อปีกลายเดินทางมาถึง 54 ชาติ รวมแล้วกว่า 1,200 คน

ปีนี้ ททท.ก็กำหนดไว้ในปฏิทินการท่องเที่ยว 17 มีนาคม จะมีพิธี “ไหว้ครูมวยไทยโลก” และคาดว่าจะมีชาวต่างชาติที่เคยหัดมวยไทยกับครูไทยเดินทางมาไหว้ครูไม่ต่ำกว่า 1,200 คน อย่างแน่นอน

นี่ละครับที่ผมบอกว่ามวยไทยที่ดูเหมือนจะตายไปแล้วใน “ความรู้สึก” ของคนไทย แต่ยังคงความยิ่งใหญ่อย่างน่าภูมิใจในสายตาชาวโลก

ที่ผมใช้คำว่า “มวยไทย” ตายแล้วในทัศนะของคนไทยก็เพราะ เดี๋ยวนี้คนไทยรุ่นใหม่แทบไม่ดูมวยไทยกันเลย

ไม่เหมือนยุคพวกผมเป็นเด็กๆ ที่ “มวยไทย” คือขวัญใจของเด็กไทยทั่วประเทศ

แต่เดี๋ยวนี้ไปถามเด็กไทยว่านักมวยไทยที่เก่งที่สุดคือใคร จะไม่มีเด็กที่ไหนตอบว่ารู้จักคนโน้นคนนี้แม้แต่คนเดียว

คนดูมวยไทยไม่ว่าราชดำเนินหรือลุมพินีก็น้อยลงอย่างน่าใจหาย เหลือเพียงเซียนพนันมาช่วยอุดหนุนปีละไม่มากนัก

กลายเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เป็นรายได้หลักในการชกทุกนัด

เห็นสถิติแล้วจะรู้สึกใจหาย ยอดรายได้ทั้ง 2 เวที ราชดำเนิน ลุมพินี ปี 2560 ที่ผ่านมา รวมกันทั้งปี 263 ล้านบาทเศษ เป็นรายได้จากนักท่องเที่ยวถึง 114 ล้านบาทเศษ หรือประมาณ 43 เปอร์เซ็นต์ เกือบครึ่งหนึ่งของรายได้ทั้งหมด

เห็นหรือยังละครับว่า ถ้าไม่มีฝรั่งมาดูมวยไทยอะไรจะเกิดขึ้นกับวงการมวยไทย และโปรโมเตอร์ไทยกันบ้าง?

จริงอยู่สาเหตุแห่งความเสื่อมถอยของกีฬามวยไทยมีที่มาที่ไปหลายอย่าง หากจะมาประมวลเอาไว้คงหลายเล่มสมุดไทย ผมขออนุญาตไม่เอ่ยถึงในวันนี้

อยากจะเอ่ยแต่เพียงว่า ต้องขอขอบคุณชาวต่างชาติทั่วโลกที่หลงเสน่ห์มวยไทย มาดูมวยไทย มาหัดมวยไทย และมาไหว้ครูมวยไทย ทำให้ ประเทศไทยมีรายได้จากกีฬามวยไทยปีละไม่น้อย

ต้องขอบคุณฝรั่งต่างชาติ (อย่างน้อยก็ 54 ชาติ ที่มาไหว้ครูมวยไทยแต่ละปี นี่แหละครับ) ที่ทำให้มวยไทยของเรายังไม่ตาย และน่าจะยืนหยัดได้ต่อไปในโลกนี้อีกนานแสนนาน ในขณะที่ความนิยมในบ้านเรานับวันจะค่อยๆถดถอยลง.

“ซูม”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้