วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคทุบสถิติรอบ 36 เดือน

ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคทุบสถิติรอบ 36 เดือน

  • Share:

นายธวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ที่สำรวจความคิดเห็นประชาชน 2,241 คนว่า เดือน ม.ค.ที่ผ่านมาว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับเพิ่มขึ้นทุกรายการ โดยดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภค เดือน ม.ค. เท่ากับ 80.0 เพิ่มขึ้นจาก 79.2 ในเดือน ธ.ค.2560 ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 และอยู่ในระดับสูงสุดในรอบ 36 เดือน ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคปัจจุบัน อยู่ที่ 54.7 เพิ่มจาก 53.6 ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในอนาคต อยู่ที่ 90.8 เพิ่มจาก 90.2 ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวม อยู่ที่ 67.0 เพิ่มจาก 66.2 ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสในการหางาน อยู่ที่ 74.9 เพิ่มจาก 74.0

“ปัจจัยที่ทำให้ดัชนีความเชื่อมั่นปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง มาจากการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย โดยปีที่ผ่านมา ขยายตัว 4% สูงสุดในรอบ 5 ปี และจะขยายตัวได้ดีต่อเนื่องในปีนี้ ซึ่งสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ได้ปรับประมาณการณ์เศรษฐกิจปีนี้เพิ่มขึ้นเป็น 4.2% ส่วนการส่งออกปีที่ผ่านมาเพิ่มขึ้น 10% ราคาสินค้าเกษตร แม้ทรงตัวในระดับต่ำแต่เริ่มปรับตัวดีขึ้น การขึ้นค่าจ้างแรงงาน 5-22 บาทต่อวัน ที่จะส่งผลดีต่อแรงงาน 6 ล้านคนให้มีรายได้เพิ่มขึ้น”

ขณะที่ปัจจัยลบในเดือน ก.พ. และเดือน มี.ค.นี้ ต้องจับตาดูว่าจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นหรือไม่ คือค่าเงินบาทแข็งค่าที่ขณะนี้หลุดกรอบ 32 บาทต่อเหรียญสหรัฐฯแล้วทำให้คนเริ่มกังวลรายได้ในอนาคต ที่เป็นผลจากการส่งออกได้รับผลกระทบ รวมทั้งการปรับขึ้นค่าแรงงานขั้นต่ำ ทำให้ค่าครองชีพสูงขึ้น และผลกระทบต่อเอสเอ็มอี และดูแลเงินบาทไม่ให้แข็งค่ารวดเร็วเกินไป เพราะภาพขณะนี้คือ เศรษฐกิจภาพรวมดีขึ้น แต่เอสเอ็มอีและรากหญ้ากลับหารายได้ยากขึ้น เป็นจุดที่รัฐบาลต้องแก้ไข

“ต้องติดตามค่าเงินบาทหลังธนาคารแห่งประเทศไทยส่งสัญญาณว่าจะดูแลการเก็งกำไรค่าเงิน อาจทำให้เงินบาทตลอดปีนี้เคลื่อนไหวที่ 31-32 บาทต่อเหรียญสหรัฐฯ แต่อาจมีระยะสั้นๆหลุด 31 บาทต่อเหรียญสหรัฐฯ”

สำหรับมาตรการดูแลเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าแรงงานขั้นต่ำต้องดูว่ามาตรการช่วยเหลือจะช่วยบรรเทาผลกระทบได้หรือไม่ เพราะมีผลทำให้กลุ่มแรงงานมีรายได้เพิ่มขึ้น 2,000 ล้านบาท เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ ช่วยกระตุ้นยอดขายสินค้าให้เอสเอ็มอี ทดแทนต้นทุนค่าจ้างแรงงานที่เพิ่มขึ้น ขณะที่การเลื่อนเลือกตั้งออกไปในเดือน ก.พ.2562 มีผลทางจิตวิทยาของผู้บริโภค ทำให้ดัชนีความคิดเห็นเกี่ยวกับการเมือง เดือน ม.ค. ลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 แต่เป็นปัจจัยลบระยะสั้น เพราะปัจจัยบวกที่มีผลต่อความเชื่อมั่นเศรษฐกิจ ยังมีข่าวดีหลายด้านอยู่.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้