วันอังคารที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคทุบสถิติรอบ 36 เดือน

นายธวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ที่สำรวจความคิดเห็นประชาชน 2,241 คนว่า เดือน ม.ค.ที่ผ่านมาว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับเพิ่มขึ้นทุกรายการ โดยดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภค เดือน ม.ค. เท่ากับ 80.0 เพิ่มขึ้นจาก 79.2 ในเดือน ธ.ค.2560 ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 และอยู่ในระดับสูงสุดในรอบ 36 เดือน ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคปัจจุบัน อยู่ที่ 54.7 เพิ่มจาก 53.6 ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในอนาคต อยู่ที่ 90.8 เพิ่มจาก 90.2 ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวม อยู่ที่ 67.0 เพิ่มจาก 66.2 ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสในการหางาน อยู่ที่ 74.9 เพิ่มจาก 74.0

“ปัจจัยที่ทำให้ดัชนีความเชื่อมั่นปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง มาจากการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย โดยปีที่ผ่านมา ขยายตัว 4% สูงสุดในรอบ 5 ปี และจะขยายตัวได้ดีต่อเนื่องในปีนี้ ซึ่งสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ได้ปรับประมาณการณ์เศรษฐกิจปีนี้เพิ่มขึ้นเป็น 4.2% ส่วนการส่งออกปีที่ผ่านมาเพิ่มขึ้น 10% ราคาสินค้าเกษตร แม้ทรงตัวในระดับต่ำแต่เริ่มปรับตัวดีขึ้น การขึ้นค่าจ้างแรงงาน 5-22 บาทต่อวัน ที่จะส่งผลดีต่อแรงงาน 6 ล้านคนให้มีรายได้เพิ่มขึ้น”

ขณะที่ปัจจัยลบในเดือน ก.พ. และเดือน มี.ค.นี้ ต้องจับตาดูว่าจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นหรือไม่ คือค่าเงินบาทแข็งค่าที่ขณะนี้หลุดกรอบ 32 บาทต่อเหรียญสหรัฐฯแล้วทำให้คนเริ่มกังวลรายได้ในอนาคต ที่เป็นผลจากการส่งออกได้รับผลกระทบ รวมทั้งการปรับขึ้นค่าแรงงานขั้นต่ำ ทำให้ค่าครองชีพสูงขึ้น และผลกระทบต่อเอสเอ็มอี และดูแลเงินบาทไม่ให้แข็งค่ารวดเร็วเกินไป เพราะภาพขณะนี้คือ เศรษฐกิจภาพรวมดีขึ้น แต่เอสเอ็มอีและรากหญ้ากลับหารายได้ยากขึ้น เป็นจุดที่รัฐบาลต้องแก้ไข

“ต้องติดตามค่าเงินบาทหลังธนาคารแห่งประเทศไทยส่งสัญญาณว่าจะดูแลการเก็งกำไรค่าเงิน อาจทำให้เงินบาทตลอดปีนี้เคลื่อนไหวที่ 31-32 บาทต่อเหรียญสหรัฐฯ แต่อาจมีระยะสั้นๆหลุด 31 บาทต่อเหรียญสหรัฐฯ”

สำหรับมาตรการดูแลเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าแรงงานขั้นต่ำต้องดูว่ามาตรการช่วยเหลือจะช่วยบรรเทาผลกระทบได้หรือไม่ เพราะมีผลทำให้กลุ่มแรงงานมีรายได้เพิ่มขึ้น 2,000 ล้านบาท เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ ช่วยกระตุ้นยอดขายสินค้าให้เอสเอ็มอี ทดแทนต้นทุนค่าจ้างแรงงานที่เพิ่มขึ้น ขณะที่การเลื่อนเลือกตั้งออกไปในเดือน ก.พ.2562 มีผลทางจิตวิทยาของผู้บริโภค ทำให้ดัชนีความคิดเห็นเกี่ยวกับการเมือง เดือน ม.ค. ลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 แต่เป็นปัจจัยลบระยะสั้น เพราะปัจจัยบวกที่มีผลต่อความเชื่อมั่นเศรษฐกิจ ยังมีข่าวดีหลายด้านอยู่.

นายธวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ที่สำรวจความคิดเห็นประชาชน 2,241 คน... 6 ก.พ. 2561 08:54 ไทยรัฐ