วันอาทิตย์ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กรดในมหาสมุทร ทำให้โครงร่างแข็งปะการังอ่อนแอ

ปะการังเป็นสัตว์ทะเลที่ไม่มีกระดูกสันหลัง แต่โครงร่างแข็งของปะการังนั้นเกิดจากการเรียงซ้อนของผลึกแร่อะราโกไนต์ (aragonite) ในรูปแบบของแคลเซียมคาร์บอเนต ที่ทานทนต่อกระแสคลื่นพายุและการถูกกัดกินจากสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก ล่าสุดพบว่าการที่น้ำในมหาสมุทรมีความเป็นกรดเพิ่มขึ้น กำลังคุกคามโครงร่างแข็งปะการังให้อ่อนแอลงและขัดขวางกระบวนการเติบโต เพราะกรดจะไปลดความหนาแน่นของโครงร่างแข็ง ทำให้ปะการังเสี่ยงถูกทำลาย

ค่ากรดในมหาสมุทรที่เพิ่มขึ้น เกิดจากปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในบรรยากาศ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์หรือฟอสซิล โดยน้ำในมหาสมุทรจะดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไป ทำให้เกิดปฏิกิริยาเคมีเชิงกลที่ผลิตไอออนของไบคาร์บอเนตและคาร์บอเนต ปะการังและสัตว์ขนาดเล็กก็จะดูดซับเอาน้ำทะเลที่มีไอออนเหล่านี้รวมทั้งแคลเซียมเข้าไปในโพรงแคบๆระหว่างเซลล์กับพื้นผิวโครงของร่างแข็ง ทีมนักวิทยาศาสตร์นำโดยสถาบันวิจัยทางทะเลวูดโฮล รัฐแมสซาชูเสตส์ สหรัฐอเมริกา จึงได้พัฒนารูปแบบตัวเลขจำลองกลไกการเติบโตของโครงร่างแข็งปะการังและการเปลี่ยนแปลงความเป็นกรดเป็นด่างของน้ำในมหาสมุทรอย่างละเอียด พบว่าการลดลงของการเติบโตของโครงร่างแข็งปะการังจะเกิดขึ้นกับแนวปะการังหลายแห่งทั่วโลก โดยเฉพาะแถบอินโด-แปซิฟิกจะมีการลดลงความหนาแน่นของโครงร่างแข็งปะการังราว 20%

นักวิทยาศาสตร์เผยว่าการเผชิญกับวิกฤติหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นระดับน้ำทะเลที่เพิ่มขึ้น การเปลี่ยนระบบอาหาร และอุณหภูมิของมหาสมุทรที่อุ่นขึ้นเป็นสิ่งที่น่ากังวลอย่างยิ่ง เพราะแนวปะการังเป็นหนึ่งในระบบนิเวศที่มีความหลากหลายมากที่สุดในโลกและคุณค่าทางเศรษฐกิจที่ยิ่งใหญ่.

Credit : Richard Brooks, Lightning Strike Media Productions, Palau

ค่ากรดในมหาสมุทรที่เพิ่มขึ้น เกิดจากปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในบรรยากาศ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์หรือฟอสซิล โดยน้ำในมหาสมุทรจะดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไป 5 ก.พ. 2561 14:04 5 ก.พ. 2561 14:09 ไทยรัฐ