วันอาทิตย์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปลุก "โอทอป" ไทยบุกตลาดโลก

ยกระดับมาตรฐานการผลิตอาหารของชุมชนสู่ความ "มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน"

ประเทศไทย 4.0

“มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน” ความมุ่งมั่นของรัฐบาลยุค พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ต้องการเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจ ไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม โดยหัวใจสำคัญที่ต้องพัฒนาคือ ฐานรากอย่าง “ชุมชน” ที่ต้องมีการสร้างชุมชนให้มีความเข้มแข็ง สามารถพึ่งพาตัวเองได้ ด้วยการสร้างโอกาส สร้างรายได้ให้ชุมชน ทั้งจากผลิตภัณฑ์ด้านอาหารและการเกษตร

ขณะที่ผืนแผ่นดินของประเทศไทยก็ถือเป็นแผ่นดินทอง เพราะเป็นเมืองอู่ข้าวอู่น้ำ มีความพร้อมทางด้านอาหารและการเกษตร ซึ่งน่าจะเป็นข้อได้เปรียบในการสร้างรายได้ให้กับชุมชน และสามารถดึงเงินจากต่างชาติได้ แต่การมีวัตถุดิบเพียงอย่างเดียวคงยังไม่สามารถดึงดูดความสนใจและสร้างความน่าเชื่อถือได้ เนื่องจากสิ่งสำคัญที่ถือเป็นหัวใจไม่แพ้วัตถุดิบคือคุณภาพมาตรฐาน โดยเฉพาะเรื่องความสะอาด

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หนึ่งหน่วยงานที่ รับหน้าเสื่อดูแลให้กลุ่มเกษตรกรสามารถผลิต ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพได้มาตรฐานไพรมารีจีเอ็มพี (Primary GMP) หรือ มาตรฐานการผลิตที่ดีขั้นพื้นฐาน น่าจะเป็นคำตอบสำหรับโจทย์ในการสร้างความน่าเชื่อถือ ทั้งจากภายในประเทศและต่างประเทศ เพราะมาตรฐานไพรมารีจีเอ็มพีถือเป็นเสมือนสัญลักษณ์การันตีความสะอาด และถือเป็นใบเบิกทางที่จะช่วยสร้างความมั่นใจให้ผลิตภัณฑ์ต่างๆได้ รวมถึงการให้คำปรึกษากับกลุ่มผู้ผลิตทั้งรายใหญ่และรายย่อย อาทิ กลุ่มโอทอป เป็นต้น

นพ.วันชัย สัตยาวุฒิพงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (เลขาธิการ อย.) ขยายภาพการขับเคลื่อนประเทศไทย 4.0 ว่า อย.มีการส่งเสริมและยกระดับมาตรฐานการผลิตอาหารในชุมชนให้ได้มาตรฐาน Primary GMP และ GMP รวมถึงเพิ่มศักยภาพให้ชุมชนคิดค้นนวัตกรรมด้านต่างๆ เพื่อเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์โดยเน้นผลิตภัณฑ์อาหารในท้องถิ่น ซึ่งเป็นสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ หรือสินค้าโอทอป ที่มีส่วนสำคัญในการผลักดันการพัฒนาเศรษฐกิจของชุมชนและประเทศให้มีความเข้มแข็ง ปัจจุบันมีสถานประกอบการได้รับอนุญาตสถานที่ผลิตตามเกณฑ์ Primary GMP จำนวน 5,319 แห่ง สำหรับในปี 2560 อย.ได้พัฒนาต้นแบบสถานประกอบการแม่ข่าย 54 แห่ง จาก 50 จังหวัด เพื่อเป็นต้นแบบศูนย์เรียนรู้ตัวอย่างที่ดี นับเป็นการสนับสนุนนโยบายรัฐบาลในการส่งเสริมผลิตภัณฑ์ชุมชนให้ก้าวไกลสู่ครัวโลก ขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจของประเทศพัฒนาไปสู่ Thailand 4.0 เกิดความ “มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน”

เลขาธิการ อย. กล่าวด้วยว่า จากการลงพื้นที่ภาคใต้เพื่อดูกระบวนการผลิตอาหารพื้นเมืองที่ผ่านมาตรฐาน Primary GMP ของ “กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านปริง” จ.พังงา ซึ่งเป็นกลุ่มแม่บ้านต้นแบบ Primary GMP ที่ได้นำวัตถุดิบจากทะเลมาแปรรูปเป็นอาหาร อาทิ น้ำพริกกุ้งเสียบ น้ำพริกปลาเค็ม และต่อยอดมาขายขนม อาทิ ขนมดอกพิงงา ซึ่งเป็นขนมที่เป็นเอกลักษณ์หนึ่งเดียวใน จ.พังงา ทั้งเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคช่วยสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน นอกจากนี้ ยังได้เยี่ยมชมการผลิตอาหารชุมชนกลุ่มน้ำพริก เจ๊น้อง จ.พังงา ซึ่งได้รับรางวัล “Primary GMP Award 2017” รางวัลต้นแบบสถานประกอบการแม่ข่ายดีเด่นผลิตภัณฑ์อาหารชุมชนไทย ผลิตผลิตภัณฑ์อาหารที่ได้คุณภาพมาตรฐานและรักษาคุณภาพอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังเป็นต้นแบบศูนย์เรียนรู้ที่เป็นตัวอย่างที่ดี และได้พัฒนายกระดับสถานที่ผลิตจนผ่านมาตรฐาน GMP เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ให้เป็นที่ยอมรับในตลาดต่างประเทศและพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการเดินเข้าสู่สังคม 4.0

“ภายหลังจากได้มาตรฐานไพรมารีจีเอ็มพีและฮาลาล ยอดขายของน้ำพริกและขนมก็สูงขึ้นมาก จากที่เคยได้เดือนละ 2–3 หมื่นบาท ก็เพิ่มเป็นเดือนละ 8–9 แสนบาท เพราะผู้บริโภคมีความมั่นใจและเชื่อมั่นในคุณภาพและความสะอาดของผลิตภัณฑ์ แม้แต่โรงแรมในพื้นที่เองก็มีความมั่นใจและมาสั่งขนมจากทางร้านไปให้แขกที่มาพักได้รับประทานเป็นอาหารช่วงพักจากการสัมมนาต่างๆ ช่วยสร้างรายได้ให้กับกลุ่มแม่บ้านเป็นอย่างมาก ทั้งในอนาคตตั้งใจว่าจะผลักดันให้ผลิตภัณฑ์ทั้งน้ำพริกและขนมสามารถส่งไปขายยังต่างประเทศได้ โดยประเทศที่สนใจคือ ประเทศมาเลเซีย” นางขวัญใจ แสงไทย ประธานกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านปริง จ.พังงา เล่าถึงประโยชน์ที่ได้จากการขอไพรมารีจีเอ็มพี

ขณะเดียวกัน นางวารุณี สงวนนาม กรรมการผู้จัดการน้ำพริกเจ๊น้อง จ.พังงา กล่าวว่า “การได้รับการรับรองจาก อย. ถือเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าเป็นอย่างมาก เพราะหลังจากได้มาตรฐานจาก อย. ก็ทำให้มียอดขายเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว ส่วนขั้นตอนการขอรับรองมาตรฐานไพรมารีจีเอ็มพี จาก อย.ไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่เราต้องจัดเตรียมห้องให้เป็นระเบียบ มีกระบวนการผลิตที่แยกส่วนกันชัดเจน เพื่อทำให้ผลิตภัณฑ์สะอาดได้มาตรฐาน ทั้งนี้ สิ่งที่ทางร้านตั้งเป้าคือ ช่วยสร้างรายได้ให้กับชุมชน และที่สำคัญคือ การได้อนุรักษ์ทรัพยากรของบ้านเกิดทั้งยังอยากให้ทุกคนกล้าที่จะลงทุน เพราะแม้ทุกการลงทุนมีความเสี่ยง แต่ถ้าเราไม่กล้าเสี่ยงเราก็จะไม่เติบโต”

ทีมข่าวสาธารณสุข มองว่า การผลักดันและส่งเสริมให้ผลิตภัณฑ์ชุมชนมีคุณภาพมาตรฐาน ไพรมารีจีเอ็มพี จะส่งผลให้เกิดความน่าเชื่อถือในผลิตภัณฑ์โอทอปถึงขั้นสามารถแข่งขันกับตลาดต่างชาติได้

แต่สิ่งหนึ่งที่เราอยากฝากคือ นอกเหนือจากการเอาจริงเอาจัง และมีการส่งเสริมอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการคุมเข้มมาตรฐานจากหน่วยงาน หรือองค์กรที่น่าเชื่อถือแล้ว สิ่งที่ขาดไม่ได้และถือเป็นหัวใจสำคัญคือผู้ผลิตเอง ที่จะต้องรักษาคุณภาพมาตรฐานให้เท่าเดิมหรือดียิ่งกว่าเดิมเพื่อก้าวเข้าสู่ประเทศไทย 4.0 อย่างมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน เพราะความผิดพลาดเพียงครั้งเดียว อาจหมายถึงการตัดอนาคตและความน่าเชื่อถือในผลิตภัณฑ์ได้ทันที

โอกาสที่ดี...มีไว้ให้กับผู้ที่มีความพร้อมเสมอเท่านั้น.

ทีมข่าวสาธารณสุข