วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ตำรวจนอกแถว

ตำรวจนอกแถว

  • Share:

คดี ด.ต.เชิดชาย ผู้ช่วยท้วม อายุ 46 ปี ตำรวจจราจร สน.ลุมพินี และ นายชาคริต ทีหลวย อายุ 37 ปี กระทำความผิดเสียเอง เป็นผู้ก่อคดีร่วมกันพยายาม หน่วงเหนี่ยวกักขัง และยัดยาเสพติด นายแอนดรู เอียน ไบเลย์ อายุ 25 ปี ชาวแคนาดา เหตุเกิดที่อพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง พื้นที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ

เป็นเรื่องที่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติหวิดตกเป็นเหยื่อ แต่อาศัยสายด่วน 1155 แจ้งตำรวจท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติกลายเป็นเหยื่อในเมืองไทย และมีตำรวจไทยทำลายภาพลักษณ์การท่องเที่ยว

หลังทราบเรื่อง พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. ให้ตำรวจท่องเที่ยวร่วมกับ พ.ต.อ.อัครวุฒ ธารีรัตน์ ผกก.สน.ทุ่งมหาเมฆ เร่งรัดสืบสวนจับกุมตัว ด.ต.เชิดชาย และ นายชาคริต ทีหลวย อายุ 37 ปี ผู้ต้องหาที่ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังและยัดยาเสพติด

เป็นจุดเริ่มต้นคดี

ตำรวจนอกแถวร่วมกับเพื่อนใช้รูปถ่ายของหนุ่มคนไทยหน้าตาดี ลงในแชตของกลุ่มชายรักเพศเดียวกัน หลอกลวงนักท่องเที่ยวชาวต่างชาตินัดมาที่ห้องพัก พอเหยื่อนักท่องเที่ยวเห็นหน้าไม่ได้เป็นคนที่คุยกัน จึงพยายามหลบหนีออกมาจากห้องพักที่เช่าไว้หลอกลวงเหยื่อ

ผู้ต้องหาทั้ง 2 คนไม่ยอม มีการฉุดกระชากเข้าห้อง หน่วงเหนี่ยวไว้ พยายามยัดยาเสพติด แต่ผู้เสียหายดิ้นรนหลุดหนีออกไปได้ ต่อมามีพลเมืองดีแจ้งว่า ห้องพักอพาร์ตเมนต์ มีชายร่วมกันมั่วสุมเสพยาเสพติด ตำรวจท่องเที่ยว ร่วมกับตำรวจ สน.ทุ่งมหาเมฆ ไปตรวจสอบที่ห้องพักพบ ด.ต.เชิดชาย และนายชาคริต อยู่ในห้อง

พร้อมของกลาง ไอซ์ อาวุธปืนและกระสุนปืน นำส่งพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งมหาเมฆ แจ้งข้อหาดำเนินคดีและ นายแอนดรู เอียน ไบเลย์ มาชี้ยืนยันผู้ต้องหาทั้ง 2 คือ ผู้ที่ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขัง และยัดยาเสพติด โดยมี ด.ต.เชิดชาย มีส่วนร่วมเป็นผู้ต้องหา

ตำรวจมีประวัติโชกโชน

เคยถูกทำทัณฑ์บนมาหลายครั้ง เกี่ยวข้องกับคดียาเสพติดและชอบยัดข้อหา พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.น. มีคำสั่งให้ดำเนินคดีเด็ดขาด ที่ผ่านมาตำรวจท่องเที่ยวทำงานหนัก สร้างภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทย เพื่อให้นักท่องเที่ยวมีความเชื่อมั่นความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน รวมทั้งไม่ถูกหลอกเอารัดเอาเปรียบ

แต่หนีไม่พ้นต้องได้รับความเสียหาย เพราะ “ตำรวจนอกแถว” เพียงคนเดียว

ทำลายภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทย จะต้องยึดกฎหมายเป็นหลัก ทำแบบตรงไปตรงมา ยิ่งเป็นตำรวจมากระทำความผิดเสียเอง ต้องไม่ปล่อยไว้ให้ลอยหน้าลอยตาอยู่ในสังคม

ยิ่งต้องดำเนินคดีเด็ดขาด.

“เพลิงพยัคฆ์”
pluengpayak@thairath.co.th

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้