วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สั่นคลอนความเชื่อมั่น

สถานการณ์การเมืองขณะนี้ ไม่ได้รุ่มร้อนแค่นอกสภา จากการออกมาวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลอย่างเข้มข้นของการเมืองภาคประชาชนหลายกลุ่ม แม้แต่การเมืองในสภาก็ร้อนแรงพอกัน โฆษกคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) แถลงว่า กรธ.กำลังหารือกันว่าร่าง พ.ร.ป.การเลือกตั้ง ส.ส. กับการได้มาซึ่ง ส.ว. มีประเด็นใดบ้างที่ขัดเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ

ประธาน กรธ.เคยชี้แจงว่า ร่าง พ.ร.ป.การได้มาซึ่ง ส.ว. ซึ่งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แก้ไขร่างของ กรธ.อาจมีบางประเด็นที่ขัดต่อเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ จึงอาจต้องตั้งคณะกรรมาธิการ 3 ฝ่ายร่วมพิจารณาประกอบด้วย กรธ., สนช. และ กกต. ไม่ทราบว่าจะต้องใช้เวลานานแค่ไหน จะกระทบต่อกำหนดเลือกตั้ง ซึ่งเลื่อนแล้วเลื่อนอีกหรือไม่

ไม่ได้ข้องใจแค่ร่างกฎหมายเกี่ยวกับ ส.ส. และ ส.ว. ประธาน กรธ.เคยแสดงความข้องใจว่า ร่างกฎหมาย ป.ป.ช. ที่ผ่านความเห็นชอบของ สนช. ก็อาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ เพราะต่ออายุกรรมการ ป.ป.ช. ให้อยู่ต่อไปจนครบวาระ 9 ปี ทั้งที่หลายคนขาดคุณสมบัติ และหลายคนมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญใหม่ ความขัดแย้งนี้จะถึงศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่

นักวิชาการและนักการเมืองหลายคนสงสัยว่าจะเป็นความขัดแย้งจริงหรือไม่ หรือเป็นการเล่นเกมการเมืองเพื่อเลื่อนการเลือกตั้งออกไปเรื่อยๆ จนมองไม่เห็นว่าจะมีการเลือกตั้งในปี 2562 หรือไม่ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ประชาชนขาดความเชื่อมั่นรัฐบาล ไม่เชื่อว่าจะมีการเลือกตั้งหรือไม่ เพราะเลื่อนมา 5 หนแล้ว

การแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับ ส.ว. ไม่ใช่เรื่องใหม่ แม้แต่ กรธ.เองก็เคย “แหกด่าน” รัฐธรรมนูญมาแล้ว บทถาวรของรัฐธรรมนูญให้มี ส.ว. 200 คน มาจากการเลือกกันเองของกลุ่มอาชีพต่างๆ แต่ กรธ.แก้ไขในบทเฉพาะกาล เพิ่ม ส.ว. เป็น 250 คน มาจากแต่งตั้งของ คสช. เพิ่มอำนาจให้เลือกนายกรัฐมนตรี และเปิดช่องให้มีนายกรัฐมนตรีคนนอกที่รู้กันทั่วไป

ทำไมจึงเพิ่ม ส.ว.เป็น 250 คน อาจเป็นเพราะว่าไหนๆก็ไหนๆ ในเมื่อ ส.ว.มีอำนาจเลือกนายกฯ ก็ควรจะเพิ่มจำนวน ส.ว.ให้สัดส่วนเท่ากับ ส.ส. เพื่อไม่ให้เสียเปรียบได้เปรียบมากเกินไป ในการแข่งขันเลือกนายกฯ ส.ส. มี 500 คน ส.ว. จึงควรมีอย่างน้อยครึ่งหนึ่ง คือ 250 คน ซึ่งอาจกลายเป็นพรรคใหญ่ที่สุดในสภา มีโอกาสสูงในการเลือกนายกฯ

การเห็นต่างในสภาอาจเป็นเรื่องจริงหรือเป็นเกมการเมือง แต่ผลกระทบที่สำคัญคือความไม่เชื่อมั่นของประชาชน จะเลือกตั้งเมื่อใดแน่ ปี 2561 ตามสัญญาเดิมต้องตัดทิ้งไป แต่เกมการแก้ไขกฎหมายใหม่ ทำให้ไม่มั่นใจว่าจะมีเลือกตั้งหรือไม่ แม้แต่ในปี 2562 นายกรัฐมนตรียืนยันว่าเป็นไปตามโรดแม็ป แต่เป็นโรดแม็ปที่ยืดได้หดไม่ได้?

สถานการณ์การเมืองขณะนี้ ไม่ได้รุ่มร้อนแค่นอกสภา จากการออกมาวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลอย่างเข้มข้นของการเมืองภาคประชาชนหลายกลุ่ม แม้แต่การเมืองในสภาก็ร้อนแรงพอกัน 5 ก.พ. 2561 08:49 5 ก.พ. 2561 14:15 ไทยรัฐ