วันจันทร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ฝ่าฝืนจริยธรรม

ทุจริตคอร์รัปชันเป็น มะเร็งร้ายทำลายชาติบ้านเมือง

แม้แต่ในยุค คสช.ที่อ้างว่าจะมาปราบทุจริต ให้หมดสิ้นจากแผ่นดิน ไทย ก็ยังไม่วายมีข่าวคอร์รัปชันเต็มบ้านเต็มเมือง

ด้วยเหตุนี้ “รัฐธรรมนูญฉบับมีชัย” ที่ตีปี๊บโฆษณาเป็น “รัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง” จึงกำหนดให้มี “มาตรฐานจริยธรรม” เป็นวัคซีนป้องกันโรคทุจริตเพิ่มเข้าไปในมาตรา 219 ของรัฐธรรมนูญ

โดยกำหนดเงื่อนไขให้ประกาศใช้ “มาตรฐานจริยธรรม” เพื่อควบคุมความประพฤติของคณะรัฐมนตรี ส.ส. และ ส.ว. รวมถึงองค์กรอิสระ และศาลรัฐธรรมนูญ

พูดง่ายๆ แม้จับไม่ได้คาหนังคาเขา ว่าคนกลุ่มนี้ทุจริตคำโต

เพียงแค่มีพฤติกรรมฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมข้อหนึ่งข้อใด ก็มีสิทธิโดนสอยตกเก้าอี้ได้ทุกกรณี

“แม่ลูกจันทร์” ขอแจ้งให้ทราบทั่วกันว่าบัดนี้ “มาตรฐานจริยธรรม” ได้ประกาศใช้บังคับอย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันที่ 4 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

จากนี้ไป ถ้าหากพบว่า คณะรัฐมนตรี หรือ ส.ส. หรือ ส.ว. หรือกรรมการองค์กรอิสระ หรือตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนใด? หรือหลายคน? มีพฤติกรรมเข้าข่ายละเมิด “มาตรฐานจริยธรรม” อย่างชัดเจน

จะต้องเชือดไก่ให้ลิงดูเป็นแซมเปิ้ลสักรายสองราย

ส่วนใครจะโดนเช็กบิลข้อหาฝ่าฝืน “มาตรฐานจริยธรรม” เป็นรายแรก โปรดติดตามข่าวคืบหน้าต่อไป

“แม่ลูกจันทร์” สรุปย่อๆว่ามาตรฐานจริยธรรม ที่เริ่มมีผลใช้บังคับคณะรัฐมนตรี ส.ส. ส.ว. กรรมการองค์กรอิสระ และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ รวมทั้งสิ้น 4 หมวด 28 มาตรา

มีรายละเอียดที่น่าสนใจ ควรนำเสนอเรียกน้ำย่อยสัก 7 ประเด็น

1, ต้องไม่ใช้อำนาจหน้าที่แสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบเพื่อตนเอง หรือผู้อื่น

2, ต้องไม่ขอ ไม่เรียก ไม่ยอมรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดที่กระทบ-กระเทือนต่อการปฏิบัติหน้าที่

3, ต้องไม่กระทำการอันเป็นการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนตัวกับประโยชน์ส่วนรวม ทั้งทางอ้อมและทางตรง

4, ต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างซื่อสัตย์ เป็นอิสระ เป็นกลาง และปราศจากอคติ

5, ต้องไม่ปล่อย หรือยินยอมให้คนในครอบครัวเรียก หรือรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากบุคคลอื่น

6, ต้องไม่คบหาสมาคมกับคู่กรณี ผู้ทำผิดกฎหมาย และผู้มีอิทธิพล

7, ต้องไม่เบียดบังเวลาราชการไปประกอบธุรกิจอื่นๆเพื่อประโยชน์ส่วนตัว

นี่คือ 7 ตัวอย่างของ “มาตรฐานจริยธรรม” ที่ใช้ควบคุมความประพฤติคณะรัฐมนตรี ส.ส. ส.ว. องค์กรอิสระ และศาลรัฐธรรมนูญ

“แม่ลูกจันทร์” ย้ำว่าผู้ถูกร้องเรียนว่ามีพฤติกรรม “ล้ำเส้นมาตรฐานจริยธรรม” จะถูก “ป.ป.ช.” ไต่สวนข้อเท็จจริง

ถ้าหากกรรมการ ป.ป.ช.มีมติให้เช็กบิล จะส่งคดีขึ้นฟ้องศาลฎีกา

เมื่อศาลฎีกามีคำสั่งรับฟ้อง ผู้ถูกกล่าวหาต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่โดยทันที!

และถ้าศาลฎีกาตัดสินว่ามีความผิดฐานฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรม

โทษอย่างเบาะๆคือ ต้องพ้นจากตำแหน่งและถูกตัดสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี แถมอีกกระทง

หมายเหตุ “แม่ลูกจันทร์” ดันมีข้อสงสัยอีกแล้วโยม

สงสัยว่าถ้ากรรมการ ป.ป.ช.มีพฤติกรรมฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมเสียเอง??

ใครจะมีอำนาจหน้าที่เช็กบิล ป.ป.ช.??

แล้วใครจะส่งคดี ป.ป.ช.ฟ้องศาลฎีกา??

และถ้าหากศาลฎีกาตัดสินว่า ป.ป.ช.ผิดจริง...คงยุ่งตายชักเลย.

“แม่ลูกจันทร์”

ทุจริตคอร์รัปชันเป็น มะเร็งร้ายทำลายชาติบ้านเมือง แม้แต่ในยุค คสช.ที่อ้างว่าจะมาปราบทุจริต ให้หมดสิ้นจากแผ่นดิน ไทย ก็ยังไม่วายมีข่าวคอร์รัปชันเต็มบ้านเต็มเมือง 5 ก.พ. 2561 08:46 5 ก.พ. 2561 14:15 ไทยรัฐ