วันอังคารที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'รสนา' จี้ 'บิ๊กป้อม' พิสูจน์ตัวเอง แนะไขก๊อกเก้าอี้ เซ่นปมนาฬิกาหรู

"รสนา" จี้นายกฯ ใช้อำนาจปลด "บิ๊กป้อม" ลาออก หลังเกิดเรื่องฉาวปม "นาฬิกาหรู" ชี้แม้จะปั่นกระแสเพิ่มคนสนับสนุน ก็ไม่สามารถกู้ความรู้สึกประชาชนกลับมาได้

เมื่อวันที่ 4 ก.พ. 61 น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวถึงกรณีการกระแสการตรวจสอบเรื่องนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ว่า พล.อ.ประวิตร ควรแสดงความรับผิดชอบ และมารยาททางการเมืองด้วยการลาออก และให้นายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาสั่งการให้ พล.อ.ประวิตร ลาออก เพื่อปล่อยให้กลไกการตรวจสอบเดินหน้าต่อไป และเพื่อไม่ให้เกิดรัฐประหารขึ้นอีก เพราะขณะนี้สังคมกำลังจับตาการใช้อำนาจรัฐอยู่

ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวออกมาว่า มีการปั่นกระแสสนับสนุน พล.อ.ประวิตร จะเป็นความขัดแย้งกับประชาชนกลุ่มที่ไม่สนับสนุนหรือไม่ น.ส.รสนา มองว่าน่ามีะไรไม่ขัดแย้ง แต่ผลสำรวจหลายสำนักก็ออกมาตรงกันว่า ต้องการให้ พล.อ.ประวิตร แสดงความรับผิดชอบ และถึงแม้จะกลบกระแสอย่างไร ก็ไม่สามารถลบล้างความรู้สึกของประชาชนต่อเรื่องนี้ได้

ดังนั้นการปล่อยให้กระแสยังคงเป็นเช่นนี้ จะไม่ส่งผลดีต่อคะแนนนิยมของรัฐบาลด้วยเช่นกัน ดังนั้นในช่วง 1 ปี ก่อนจะมีการเลือกตั้ง นายกรัฐมนตรีควรสะสางก่อนที่จะมีแทรกซ้อนเข้ามาอีก ทั้งนี้ มองว่าปัญหาเรื่องนาฬิกาเป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็ง ซึ่งยังคงมีปัญหาอื่นซ่อนอยู่เป็นจำนวนมาก ดังนั้น พล.อ.ประวิตร ต้องพิสูจน์ตัวเอง

ส่วนตัวการตรวจสอบของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งมีคนใกล้ชิด พล.อ.ประวิตร ร่วมอยู่ด้วยนั้น จะถือเป็นการสร้างความชอบธรรมให้ พล.อ.ประวิตร ได้หรือไม่ น.ส.รสนา กล่าวว่า จะต้องยอมรับว่ารู้สึกในสังคมระบบอุปถัมภ์ และความเกรงใจยังคงมีอยู่ ซึ่งจะทำให้กระแสยืดยาวออกไป ส่วนที่กระแสเรื่องนาฬิกาหรูลุกลามไปถึงการขอความร่วมมือนักศึกษา ไม่ให้นำมาล้อเลียนในงานฟุตบอลประเพณี จุฬา-ธรรมศาสตร์ และการสั่งระงับผลโพลของอธิการบดีนิด้า รวมถึงการแสดงออกของภาคประชาชนนั้น มองว่าจะทำให้เกิดกระแสสะท้อนกลับที่มีความรุนแรงหรือมากกว่า และจะทำให้เกิดการสร้างแนวร่วมที่ต่อต้านมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม น.ส.รสนา จะไปยื่นหนังสือ ที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) หาก สตง.ดำเนินการไม่คืบหน้า ก็จะไปยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีให้ตรวจสอบในเรื่องนี้ด้วย