วันพุธที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ความท้าทายใหม่ เจ้าหญิงดีไซเนอร์ ปลุกแบรนด์ SIRIVANNAVARI กระหึ่มโลกอีกครั้ง

ก็เพราะเป็นคนไม่หยุดนิ่งอยู่เฉยๆไม่ได้ และจะมีความสุขมากเมื่อได้ทำสิ่งใหม่ๆที่ท้าทายความสามารถ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา “พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์” จึงมีอะไรแปลกใหม่ออกมาเซอร์ไพรส์แฟนๆอย่างต่อเนื่อง

เพื่อตอกย้ำความเป็น เจ้าหญิงดีไซเนอร์ผู้มุ่งมั่น และ ศิลปินผู้เปี่ยมไปด้วยความคิดลึกล้ำยากหยั่งถึง ซึ่งปรากฏให้เห็นผ่านการเติบโตของแบรนด์ “SIRIVANNAVARI” นิตยสารโว้กประเทศไทย ภายใต้การนำของ “กุลวิทย์ เลาสุขศรี” ได้ขอประทานสัมภาษณ์ “พระองค์หญิงสิริวัณณวรีฯ” ในวาระสุดพิเศษเฉลิมฉลองครบรอบครึ่งทศวรรษความสำเร็จของนิตยสารแฟชั่นระดับโลก

ปีนี้เป็นปีที่ 15 ของ SIRIVANNAVARI พระองค์หญิงทรงหาแรงบันดาลใจอย่างไร

ขั้นแรกก็ต้องหาว่าอะไรคือความประทับใจแรกสุด สิ่งนี้จะเกิดขึ้นได้ต้องมีการพิจารณาด้วยตัวเองก่อนว่าจะเอาอันนี้ จะเอาอันนั้น แล้วก็ต้องไตร่ตรองนิดหนึ่งว่ามันจะเอนเอียงไปทางไหน หลังจากนั้นเราจะรู้แล้วว่าจะมาทางนี้ ก็เริ่มดึงความรู้สึกต่างๆออกมาเพื่อกลั่นกรองอีกทีว่าเจ้าสิ่งที่เราจะทำนี้จะลงลึกเป็นรายละเอียดได้แค่ไหน แล้วเราก็ลองค้นคว้าด้วยตัวเองขึ้นมาก่อน จากนั้นจึงสร้างสแครปบุ๊กเป็นรูปภาพ จะได้ทราบว่าใช่...ไม่ใช่ เช่นเดียวกับการทำมูลาจ (ผ้าต้นแบบ) ที่ต้องลองเดรปขึ้นมาก่อนว่าใช่... ไม่ใช่ จากนั้นจึงขยายความออกไปเป็นทอดๆ ใช้ธรรมชาติ ใช้สิ่งแวดล้อม บวกกับฤดูกาลจริงๆ แล้วจึงนำทั้งหมดมาประกอบเป็นแรงบันดาลใจ ทุกอย่างเริ่มจากจุดเล็กๆของตัวเองก่อน แล้วค่อยขยายความจนได้ภาพที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เรามักจะเริ่มคุยกับทีมงาน ออกเดินทาง ดึงสีสัน จุดสุดท้ายในการทำคอลเลกชั่นก็คือตอนที่เราพิจารณา ว่าจะดึงอะไรออกดี ต้องเชื่อในสัญชาตญาณ แรกของตัวเอง เชื่อในความรู้สึกของตัวเอง แล้วตีโจทย์ไปข้างหน้าให้ได้ ต้องทำให้หนักแน่นและเต็มไปด้วยคาแรกเตอร์

5-6 ปีที่ผ่านมา พระองค์หญิง ทรงสรรหาแรงบันดาลใจจากอารมณ์เป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์รัก เกรี้ยว กราด โกรธ หรือแม้แต่ความผิดหวัง ทรงปรับอารมณ์อย่างไร

เราต้องเข้าใจอารมณ์ในตอนนั้นๆของตัวเองก่อน ท่านหญิงชอบอะไรที่ขัดแย้งสุดขั้ว ไม่ค่อยชอบอะไรครึ่งๆกลางๆ ตำแหน่งตรงกลางของท่านหญิงคือการผสมผสาน คล้ายๆการผสมสีให้เข้ากัน เวลาเกิดอะไรขึ้นเราจะเก็บอารมณ์ชั่วขณะนั้นไว้กับเราเพื่อสร้างงาน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็จะไม่เล่นกับอารมณ์จริงๆทั้งหมดในตอนนั้นแบบตรงไปตรงมา เพราะเราไม่ควรเอาอารมณ์จริงๆที่เป็นอารมณ์ส่วนตัวมาปะปนกับงาน ในทางกลับกัน เราเลือกที่จะถ่ายทอดออกมาผ่านเรื่องของรูปแบบ โทนสี รวมทั้งสารหลักของคอลเลกชั่น

คอลเลกชั่นล่าสุดที่จะทรงเผยโฉมในเดือนมีนาคมนี้เป็น เรื่องราวเกี่ยวกับอะไร

คอลเลกชั่นที่แล้วเป็นครั้งแรกที่แต่งนิยาย บทกวี รวมถึงแต่งเพลงประกอบด้วย ตอนจบของเรื่องก็ตีความได้ 2 อย่าง คือตัวละครไม่มีวันได้เจอกันอีก ไม่ได้จบอย่างมีความสุข หรือจบอย่างมีความสุขแต่เมื่อไรไม่รู้ได้ ปล่อยให้คนเกิดคำถามกันต่อไป ซึ่งทุกคนที่มีโอกาสได้ชมพูดเหมือนกันหมดว่าเศร้ามาก ก็จะออกมาในแนวแฟนตาซี รอบนี้อยากเขียนนวนิยายของตัวเองบ้าง เป็นแนวทางผสมผสานระหว่างนิยายกับภาพยนตร์ โดยสัญญากับตัวเองว่าจะมีตอนจบที่สมหวัง แต่ก่อนจบอาจจะติดทนทุกข์ทรมานหน่อยๆ

เรียกได้ว่าพระองค์หญิงจะทรงพระนิพนธ์ผ่านงาน ออกแบบเสื้อผ้า โดยตัวอักษรในบทกวีจะปรากฏอยู่ตามลายปัก?

การเขียนหนังสือบางครั้งไม่จำเป็นต้องอยู่ในบริบทของการบรรยายด้วยตัวอักษร เช่นเดียวกับการที่ตัวอักษรไม่จำเป็นจะต้องอยู่ในหนังสือแท็บเล็ต โซเชียลมีเดีย แฟ้มข้อมูลที่แบรนด์แจกให้เสมอไป เพราะสุดท้ายแล้วเวลาเราไปงานแฟชั่นโชว์ บางคนก็อ่าน บางคนก็ไม่อ่าน ทิ้งๆขว้างๆบ้างก็มี สู้เรา เขียนอะไรสั้นๆ ง่ายๆให้ได้ใจความแล้วมาตีกรอบการใช้กลุ่มคำเหล่านี้ดีกว่า

พระองค์หญิงจะทรงนำดนตรีมาผสมผสานกับแฟชั่นในปีนี้ด้วยหรือไม่

เป็นครั้งที่สามที่เราทำดนตรีประกอบแฟชั่นโชว์ ปีนี้วงจะเล็กลงแต่ยากขึ้น บทประพันธ์ก็ยากขึ้นด้วย สิ่งที่พิเศษอีกอย่างคือเราจะทำเพลงโฆษณาเผยแพร่ตามอินสตาแกรม เฟซบุ๊ก ยูทูบ นี่เป็นปีสุดท้ายที่จะแต่งเพลงสำหรับคอลเลกชั่น หลังจากนี้จะไปทำเพลงในมุมอื่นๆที่ท้าทายตัวเอง เพราะชอบทำอะไรที่ยากขึ้นเรื่อยๆ

พระองค์หญิงพอพระทัยกับการเจริญเติบโตของแบรนด์ไหม

ก็พอใจนะ แต่เราจะไม่ชะล่าใจ จะไม่นิ่งนอนใจ เราขอมุ่งไปข้างหน้าอย่างเดียว ตอนนี้เรามีเป้าหมาย ที่ชัดเจนว่าเราต้องการไปทิศทางไหน ซิลูเอตอะไรที่เป็น SIRIVANNAVARI เรามีโอกาสร่วมงานกับแบรนด์ในต่างประเทศหลายแบรนด์ ซึ่งเป็นแบรนด์ระดับโลก ตอนนี้อาจจะยังเปิดเผยไม่ได้ เมื่อถึงช่วงแฟชั่นโชว์น่าจะสามารถให้ข้อมูลได้ แน่นอนว่าเป็นการร่วมงานกับสุดยอดองค์กรที่ขึ้นชื่อเรื่องสร้างสรรค์งานฝีมือจริงๆ แล้วพูดได้ว่าตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์จะมีโอกาสร่วมงานกับหลากหลายแบรนด์ ทั้งจากฝรั่งเศส อิตาลี ปลายปีจะเป็นแบรนด์ญี่ปุ่น ปีนี้เป็นปีที่ SIRIVANNAVARI มุ่งหน้าสู่ต่างประเทศ แม้จะยังไปไม่ถึงเป้าหมายที่เราวางไว้ นั่นคือปารีสแฟชั่นวีค แต่ก็นับว่าเป็นก้าวที่ดี เราไปร่วมงานแฟร์ระดับโลกถึง 2 แห่ง มีลูกค้าทักว่าทำไมแบรนด์เราแพงจัง ต้องบอกว่าเราใช้เทคนิคสร้างสรรค์งานของฝรั่งเศส อิตาลี และญี่ปุ่น ซึ่งนำมาผสมผสานกับขั้นตอนการผลิตในไทยจริงๆ แล้วรายละเอียดเยอะมาก ไม่งั้นคนจะเข้าใจผิดว่าบ้านเราไม่มีฝีมือ ความจริงแล้วบ้านเราเก่งนะ แต่บางเทคนิคยังไม่ชำนาญเท่าต้นทางเขา ในแง่กลวิธีเฉพาะบางอย่างบ้านเรายังช้ากว่าเมืองนอก แล้วบางอย่างก็ไม่มีการนำเข้า รวมถึงเรายังไม่มีระบบการจัดการควบคุมงานเป็นอาเตลิเยร์แบบฝรั่ง

ทุกครั้งหลังการแสดงแฟชั่นโชว์ มักตรัสถึงจุดโหว่ และทรง แนะให้หาทางอุดจุดโหว่ โดยทรงพยายามตั้งคำถามว่าทำอะไรพลาดไปในโชว์ สำหรับการเตรียมงานครั้งนี้เป็นอย่างไร

สำหรับคอลเลกชั่น 2019 เรารู้ชัดเลยว่าเราอยากทำอะไร การเตรียมงานหรือขั้นตอนการทำงานจึงวางแผนกันล่วงหน้านานมาก ทีมงานของเราทุกคนคือกำลังสำคัญของแบรนด์ และเรารู้ว่าพวกเขาเหนื่อยกันมากเพื่อเขยิบเข้าใกล้ความสมบูรณ์แบบให้มากที่สุด

ทุกปีจะมีเทคนิคใหม่ๆ และไม่ทรงหยุดนิ่ง พระองค์หญิง ทรงเรียนรู้สิ่งต่างๆเหล่านี้จากที่ใด

หลายครั้งเราไปดูงานต่างประเทศ เราก็ต้องบอกเขาไปเลยว่าเราอยากดูอะไร ซึ่งเขาก็บอกบ้างไม่บอกบ้าง เราต้องใช้ตาของเราในการเอกซเรย์ให้ถี่ถ้วนที่สุดเท่าที่จะเยอะได้ แล้วใช้สมองคิดไปพร้อมๆกันด้วย เราก็บอกเขาตรงๆว่าบ้านเราไม่มีแบบนี้นะ หลายครั้งเราติดเอางานบ้านเราไปแบ่งปันกันชมกับเขาเหมือนกัน เขาก็นั่งวิเคราะห์ว่าเรายังขาดอะไรอีกบ้าง

ต้องจับตามองกันต่อไปว่าปีนี้แบรนด์ SIRIVANNAVARI จะมีอะไรเซอร์ไพรส์คนไทยให้ได้ฮือฮา!!

ทีมข่าวหน้าสตรี