วันอาทิตย์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตำรวจท่องเที่ยวจับมือมาเลเซีย ช่วยเหยื่อถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ทารุณ (คลิป)

“เหยื่อคนไทย 3 คน เป็นชาวจังหวัดพะเยาถูกหลอกว่าจ้างผ่านนายหน้าไปทำงานเป็นพ่อครัวในประเทศมาเลเซีย พอเดินทางไปถึงกลับถูกพาไปที่ประเทศกัมพูชาอ้างจะฝึกงานให้เป็นพนักงานรับโทรศัพท์ แต่กลับถูกบังคับให้โทรศัพท์มาหลอกคนไทยโอนเงินเข้าบัญชีหัวหน้าแก๊ง ทั้งหมดต้องยอมทำตาม หากปฏิเสธจะถูกรุมซ้อมทุบตีทารุณ ต่อมาถูกย้ายมาขังไว้ที่ประเทศมาเลเซีย สุดท้ายต้องยอมทำตามคำสั่ง สร้างรายได้ให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์จนคนร้ายพอใจ 1 ใน 3 เหยื่อเสี่ยงออกอุบายว่า พ่อแม่ป่วยหนัก ขอความเห็นใจเดินทางกลับไทยมาดูแล 1-2 สัปดาห์ ก่อนแจ้งตำรวจท่องเที่ยวให้ช่วยเหลือเพื่อนที่ถูกควบคุมตัวไว้อีก 2 คน ขบวนการนี้เป็นทั้งขบวนการค้ามนุษย์ และแก๊งคอลเซ็นเตอร์”

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. พูดหลังนำกำลัง ตำรวจท่องเที่ยว และ ตำรวจ 191 ร่วมกับ ตำรวจมาเลเซีย บุกเข้าค้นรังใหญ่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ในประเทศมาเลเซีย ช่วยเหลือคนไทยที่ถูกบังคับคนไทยโทรศัพท์มาหลอกคนไทยด้วยกันเอง เป็นขบวนการที่โหดเหี้ยมมาก ถ้าไม่ทำถูกทำร้ายทารุณ โชคดีมีคนออกอุบายหนีออกมาได้ ก่อนแจ้งตำรวจท่องเที่ยวเข้าไปช่วยเหลือ ไม่งั้นไม่รู้ชะตาชีวิตคนงานไทยทั้ง 3 คน

การปราบปรามเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์ แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของคนไทยที่ถูกหลอก เป็นนโยบายเร่งด่วนของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ให้ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. เป็นผู้รับผิดชอบขับเคลื่อนนโยบาย ได้เห็นภาพการทำงานที่ต่อเนื่องขยายผลจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และเยียวยาคนที่ตกเป็นเหยื่อ

ศูนย์ปราบปรามการฉ้อโกงประชาชนทางโทรศัพท์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับไปแล้ว 173 ราย จากทั้งหมด 235 หมายจับ มีผู้ต้องหาระดับหัวหน้าขบวนการชาวไต้หวันและมาเลเซีย 8 ราย ทำหน้าที่เป็นม้ากดเงิน มีคนไทยนำบัญชีที่เปิดไว้ไปขายให้เครือข่าย คอลเซ็นเตอร์กว่า 100 ราย

ขยายผลจับกุม “ม้ากดเงิน” ผู้ต้องหาชาวไต้หวัน และมาเลเซีย พบข้อมูลแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ประเทศกัมพูชากำลังจะย้ายฐานไปอยู่ที่ประเทศมาเลเซีย และชุดสืบสวนตำรวจท่องเที่ยวได้ข้อมูลแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในประเทศมาเลเซียบังคับหลอกลวง 3 เหยื่อคนไทยไปทำงานร้านอาหาร ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย และบังคับข่มขู่ทำร้ายร่างกายทารุณให้ร่วมทำงานเป็นเครื่องมือให้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงคนไทย

นายวิศิษฐ์ ศูนย์กลาง เหยื่อที่ถูกหลอกบอกเล่าเหตุการณ์ว่า ได้รับการติดต่อให้ไปทำงานเป็นพ่อครัว พอเดินทางมาถึงประเทศมาเลเซีย กลับถูกชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งพาไปยังที่พัก บอกว่า จะให้ฝึกงานเป็นพนักงานรับโทรศัพท์ก่อนในระหว่าง รองาน แต่งานที่ทำเป็นการโทรศัพท์ข้ามประเทศมาหลอกลวงคนไทย ทั้งในเรื่องของไปรษณีย์ และหมายจับปลอม ต้องแกล้งทำเป็นช่วยงานก่อน หากไม่ทำถูกคนร้ายทุบตี ทำตามจนคนร้ายตายใจ จึงอ้างขอกลับมาไทยอ้างว่าพ่อแม่ป่วย ก่อนขอความช่วยเหลือกับตำรวจท่องเที่ยวช่วยเหลือเพื่อนที่เหลืออีก 2 คน คือ นายเก ศูนย์กลาง อายุ 39 ปี และ นายอรรถกฤษ หล้าเชียงของ อายุ 23 ปี เหยื่อชาวพะเยา

หลังทราบเรื่อง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. สั่งให้เร่งช่วยเหยื่อคนไทยเร่งด่วน ให้ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ ประสานตำรวจมาเลเซียช่วยเหลือ 2 คนไทยที่ตกเป็นเหยื่อ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ พร้อม พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รอง ผบก.ทท.1 บช.ทท. พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รอง ผบก.ทท.2 บช.ทท. พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบก.สปพ.บช.น. พ.ต.ท.เขมรินทร์ พิสมัย รอง ผกก.สส.สน.ห้วยขวาง บก.น.1 บช.น.พ.ต.ท.อาริศ คูประสิทธิรัตน์ รอง ผกก.สายตรวจ บก.สปพ.บช.น.

บินด่วนเข้าประชุมร่วมมือกับตำรวจมาเลเซีย หาทางเข้าช่วยเหลือเหยื่อคนไทยที่ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์กักขังหน่วงเหนี่ยว และแลกเปลี่ยนมาตรการในการดำเนินการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ประเทศมาเลเซีย โดยมี เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงกัวลาลัมเปอร์ ร่วมประสานการให้ความช่วยเหลือเหยื่อคนไทย

ก่อนนำกำลังเข้าช่วยเหลือเหยื่อชาวไทยที่ถูกกักขังในอาคารสูง 21 ชั้นกลางกรุง เมื่อไปถึงพบ 2 เหยื่อชายไทย สภาพอิดโรย ถูกขังในห้องพัก มีแม่บ้านและคนขับรถชาวมาเลเซียคอยคุมตัวและส่งอาหาร จับกุมชาวไต้หวัน 3 คนคือ นายซู อายุ 24 ปี นายโจว อายุ 22 ปี และ นายหลิน อายุ 28 ปี และชาวมาเลเซีย 2 คนคือ นายธาม และ หญิงไม่ทราบชื่อ ส่งตัวให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาเลเซียดำเนินคดี

นายหลิน ชาวไต้หวัน จะเป็นตัวบริหารทีมคอลเซ็นเตอร์กลุ่มนี้ มีชาวไต้หวัน และมาเลเซีย ที่ถูกจับเป็นลูกมือคอยช่วย ใช้กำลังข่มขู่ทำร้ายร่างกายให้คนไทยทั้ง 3 คนโทรศัพท์มาหลอกหลวงคนในประเทศไทย ทั้งหมดเป็นลูกน้องของนายเฉิน หัวหน้าใหญ่ชาวจีน

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. กล่าวกับ “ทีมข่าวอาชญากรรม” ว่า “ผู้ต้องหาทั้งหมดอยู่ระหว่างสืบสวนขยายผลของตำรวจมาเลเซีย เหยื่อชาวไทยได้รับการดูแลอย่างดี ทางตำรวจมาเลเซียได้ประสานขอข้อมูลเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่เกี่ยวข้องกับทางมาเลเซียซึ่งตำรวจท่องเที่ยวจับกุมไว้เพื่อนำไปขยายผล โดยมีการประชุมผ่านระบบวีดิโอทางไกลเพื่อประสานความร่วมมือทลายเครือข่าย เป็นความร่วมมือระหว่างประเทศ ในการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ในหลายประเทศ”

“ที่ผ่านมามีเหยื่อคนไทยถูกหลอกจำนวนมาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. สั่งให้ทุกหน่วยประสานความร่วมมือสืบสวนจับกุมเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และช่วยเหลือเยียวยาเหยื่อที่ถูกหลอก พบข้อมูลว่า หากชุดตำรวจไทยไม่เข้าประสานความช่วยเหลือ และจับกุม เครือข่ายแก๊งนี้กำลังหลอกลวงชักชวนคนไทยผ่านระบบ “นายหน้า” มาทำงาน แล้วนำมากักขัง ทำร้ายร่างกาย บังคับให้โทรศัพท์เข้าไปหลอกลวงเหยื่อคนไทย ซึ่งจะทำให้มีคนไทยที่ถูกหลอกอีกเป็นจำนวนมาก”

การปฏิบัติการกวาดล้าง “แก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ” และช่วยเหลือ “เหยื่อคนไทย” ของชุดสืบสวน ตำรวจท่องเที่ยว และ ตำรวจ 191 ในประเทศมาเลเซีย เข้าสลายรังใหญ่อาชญากรรมข้ามชาติ ทั้ง เครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และ ขบวนการค้ามนุษย์ ช่วยคนไทยที่เป็นเหยื่อ และกำลังตกเป็นเหยื่ออีกมาก

ทำให้เห็นว่า ตำรวจยังเป็นที่พึ่งพาของคนที่เดือดร้อน.


ทีมข่าวอาชญากรรม

“เหยื่อคนไทย 3 คน เป็นชาวจังหวัดพะเยาถูกหลอกว่าจ้างผ่านนายหน้าไปทำงานเป็นพ่อครัวในประเทศมาเลเซีย พอเดินทางไปถึงกลับถูกพาไปที่ประเทศกัมพูชาอ้างจะฝึกงานให้เป็นพนักงานรับโทรศัพท์ 3 ก.พ. 2561 14:13 ไทยรัฐ