วันพฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สายการบินอู้ฟู่ ผลประกอบการดี ชี้ปลดธงแดงหนุนส่ง

สายการบินอู้ฟู่ ผลประกอบการดี ชี้ปลดธงแดงหนุนส่ง

  • Share:

ภาคธุรกิจสายการบินเปิดเผยผลประกอบการ โดยเวียตเจ็ทกรุ๊ประบุรายได้รวมปี 2560 เพิ่มขึ้นกว่า 50% ด้านนกสกู๊ตเผยรายได้เพิ่ม 44% ขณะที่การปลดธงแดงมีส่วนช่วยจากการขยายเส้นทาง...

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธุรกิจการบินในประเทศไทยนับได้ว่า เป็นอีกธุรกิจหนึ่งที่แข่งขันกันรุนแรงและเสรีมากขึ้น ทั้งเส้นทางบินระหว่างประเทศ และในประเทศ ทั้งนี้ เวียตเจ็ทกรุ๊ป เปิดเผยผลประกอบการปี 2560 เติบโตขึ้นทุกด้านเมื่อเปรียบเทียบกับปี 2559 และสูงกว่าแผนประจำปีที่กำหนดไว้ มีรายได้รวมในปี 2560 อยู่ที่ 5,823 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 53.7% จากปีก่อนและสูงกว่าแผนประมาณการ 0.6% โดยมีกำไรก่อนหักภาษี 6,550 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 75.9% จากปีก่อน หรือคิดเป็น 126% ของแผนที่ประมาณการไว้ ส่วนกำไรหลังหักภาษีสำหรับผู้ถือหุ้นของบริษัทแม่อยู่ที่ 6,230 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้นที่ 13.94 บาท

ทั้งนี้ ผลประกอบการดังกล่าว มาจากการเพิ่มจำนวนเครื่องบินอีก 17 ลำในปี 2560 และเปิดเส้นทางบินใหม่ 22 เส้นทาง ทำให้มีเส้นทางบินในปัจจุบัน 82 เส้นทาง แบ่งเป็นเส้นทางในประเทศ 38 เส้นทาง และเส้นทางระหว่างประเทศ 44 เส้นทาง ปี 2560 ที่ผ่านมา เวียตเจ็ทจ่ายเงินสดปันผล 10% และหุ้นปันผล 40% ซึ่งเป็นกำไรจากปี 2559 รวมถึงจ่ายเงินสดปันผลล่วงหน้า 20% สำหรับกำไรของปี 2560 และได้เตรียมจ่ายเงินสดปันผล 10% สำหรับปี 2560 ในวันที่ 7 ก.พ.2561

ด้าน นายยอดชาย สุทธิธนกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินนกสกู๊ต กล่าวว่า นกสกู๊ต สายการบินราคาประหยัดมีผลการดำเนินงานปี 2560 เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องและพร้อมขยายแผนงานอย่างยั่งยืน โดยปี 2560 มีรายได้เพิ่มขึ้นร้อยละ 44 จากปี 2559 เป็นประมาณ 5.6 พันล้านบาท โดยมีจำนวนผู้โดยสารรวมทั้งปี 1.1 ล้านคน

ทั้งนี้ ภายหลังจากการปลดธงแดงขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา ทำให้นกสกู๊ตสามารถเดินหน้าตามแผนการขยายเส้นทางตามที่วางแผนไว้ก่อนหน้านี้ได้ โดยได้เปิดเส้นทางใหม่กรุงเทพฯ-ซีอาน ในเดือน ธ.ค.2560 เป็นลำดับแรก และได้เพิ่มความถี่ในเส้นทางบินสู่เมืองเทียนจิน ชิงเต่า และเสิ่นหยาง ประเทศจีน นอกจากนี้ ได้เพิ่มเครื่องบินแบบโบอิ้ง 777-200 ลำที่ 4 เข้ามาในฝูงบิน

นายยอดชาย กล่าวต่อว่า ปีที่ผ่านมา สายการบินนกสกู๊ตเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น ประกอบกับการทำกิจกรรมทางการตลาดอย่างเข้มข้น รวมทั้งการใช้งานเครื่องบินอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นการลดต้นทุนต่อหน่วย ทำให้รายได้สุทธิเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ถือเป็นปีที่มีผลการดำเนินงานดีที่สุด นับตั้งแต่สายการบินเปิดให้บริการมาในปี 2557 สำหรับปี 2561 มีแผนที่จะขยายฝูงบินด้วยการเพิ่มเครื่องบินโบอิ้ง 777-200 อีกอย่างน้อย 1 ลำ เพื่อรองรับการเปิดเส้นทางบินใหม่แบบประจำไปยังประเทศญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ หลังจากได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 

อย่างไรก็ตาม นกสกู๊ตคาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการไปสู่นาริตะได้ภายในไตรมาสที่ 2 และมีแผนจะเปิดให้บริการเส้นทางโอซากา และอินชอน ในลำดับถัดไป หากการขยายเส้นทางไปสู่ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ เป็นไปตามแผนที่วางไว้ คาดว่ารายได้รวมของนกสกู๊ตจะเติบโตขึ้นมากกว่าร้อยละ 80 แตะ 1 หมื่นล้านบาท และจะมีจำนวนผู้โดยสารมากถึง 2 ล้านคน ในปีนี้ การดำเนินงานตามแผนนี้จะช่วยเพิ่มการเติบโตของอุตสาหกรรมการบินของประเทศไทยด้วยการเพิ่มทางเลือกในการเดินทางให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ นอกจากนี้ นกสกู๊ตจะร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับนกแอร์ ที่ถือหุ้นนกสกู๊ตอยู่ร้อยละ 49 และยังเป็นสมาชิกของกลุ่มพันธมิตร Value Alliance ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของสายการบินราคาประหยัด 7 สายการบินในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ความร่วมมือระหว่างนกสกู๊ตและนกแอร์ จะเริ่มขึ้นภายในเดือนมี.ค.นี้ ด้วยบริการส่งกระเป๋าจากต้นทางไปถึงจุดหมายปลายทางสุดท้าย อีกทั้งยังเปิดให้ผู้โดยสารสามารถสำรองที่นั่งในทุกเส้นทาง ที่ให้บริการโดยนกสกู๊ตและนกแอร์ ผ่านเว็บไซต์ของทั้งสองสายการบิน ในขณะเดียวกัน นกสกู๊ตกำลังอยู่ระหว่างการศึกษาการทำเที่ยวบินร่วม รวมถึงการเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย ร่วมกับสายการบินในกลุ่ม Value Alliance และเครือข่ายพันธมิตรในปีนี้.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้